แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ผิวหน้า แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ผิวหน้า แสดงบทความทั้งหมด

วันอังคารที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2556

คิ้วหนาเทรนด์ 2013


คิ้วหนาเทรนด์ร้อนปี2013 

เทรนด์คิ้วมาแรงแห่งปีตอนนี้ ต้องคิ้วหนาได้รูป เรียงเส้น ดูเป็นธรรมชาตินี่แหละอินสุดๆ ดูได้จากแคทวอล์ค เหล่าดารานางแบบ เซเล็บ ที่พากันแต่งคิ้วเข้ม ดูโดดเด่น เน้นใบหน้าให้ชวนมอง ใครอยากมีคิ้วหนาได้รูป เรียงเส้น เป็นธรรมชาติ ไม่ตกเทรนด์ วันนี้Immie2shopมีมาแชร์จ้า


เทคนิคคิ้วหนาได้รูป เรียงเส้น เป็นธรรมชาติ

1. แต่งคิ้วให้ได้รูป โดยที่หัวคิ้วไปจนถึงกลางคิ้วมีขนาดความหนาใกล้เคียงกัน และค่อยแต่งให้เรียวเป็นเส้นโค้งเล็กลงตอนปลาย โดยเน้นให้ดูหนาเป็นธรรมชาติมากที่สุด
2. ตกแต่งคิ้วด้วยโทนสีธรรมชาติ หรือเข้มกว่าปกติแค่ 1 ระดับ
3. เลือกสีให้เข้ากับสีผม เพื่อจะได้ดูกลมกลืนเป็นธรรมชาติ ไม่หลอกตา
4. ปัดเจลให้เห็นการเรียงตัวของเส้นคิ้วตามธรรมชาติ


วันอังคารที่ 16 ตุลาคม พ.ศ. 2555

5ระดับความเมา


5 ระดับความเมาเหล้าของมนุษย์

ระดับที่ 1: SMART(ฉลาด)
- เมื่อคนดื่มเหล้าเข้าไปเมาจนถึงระดับนี้ซึ่งเป็นระดับแรก จะรอบรู้ทุกสิ่งทุกอย่างในจักรวาล และมักจะชอบเผื่อแผ่ความรู้ให้ทุกๆคน ความเป็นจริงทุกอย่างในจักรวาลจะถูกนำออกมาเปิดเผยหมด ไม่ว่าใครจะพูดเรื่องอะไรคุณจะกลายเป็นผู้เชี่ยวชาญทางด้านนั้นพอดิบพอดี
และคุณจะรู้สึกว่าทุกๆอย่างที่คนอื่นพูดมาจะเป็นเรื่องผิดไปหมดไม่ตรงกับข้อมูลที่คุณมีจึงมีการเริ่มตั้งข้อโต้แย้งต่างๆกัน นี่แค่เบาๆนะเนี่ยยย!!!!!!


ระดับที่ 2: GOOD LOOKING(ดูดี)
- คุณจะเริ่มค้นพบว่าคุณมีรูปร่างหน้าตาที่ดูดีที่สุดในละแวกนั้นและทุกๆคนเริ่มที่จะหันมาสนใจคุณเพราะคุณดูดีคุณสามารถเดินไปคุยกับทุกๆคนได้ทุกๆ เรื่องด้วยเพราะคุณทั้งดูดี และฉลาดถึงจะหน้าปลวกขนาดไหนก็ยังดูดีที่สู๊ดดดด

ระดับที่ 3: RICH(รวย)
- เมื่อเมาถึงระดับนี้คุณจะค้นพบว่าตัวเองนั้นมีเงินมหาศาลคุณสามารถที่จะเลี้ยงเหล้าทุกคนในบาร์ได้ เพราะคุณมีเงินมหาศาลและถ้าใครพูดอะไรผิดหูคุณสามารถที่จะท้าพนันได้ทุกเรื่องเพราะคุณยังฉลาดกว่า ดูดีกว่ามากๆด้วย

ระดับที่ 4: BULLET PROOF(คงกระพัน)
- เมื่อเมาถึงระดับนี้ตัวคุณจะมีวิชาคงกระพันแก่กล้ากว่าคนทั่วไปและพร้อมที่จะเข้าห้ำหั่นกับทุกๆคนได้ เพราะไม่มีใครจะทำอันตรายคุณได้ คุณสามารถท้าพนันตีต่อยกับเพื่อนคุณก็ได้ และคุณก็ไม่กลัวแพ้ด้วยเพราะว่าคุณทั้งฉลาด, ทั้งดูดี, ทั้งรวยและต่อสู้เก่งระดับนักมวยอาชีพ

ระดับที่ 5: INVISIBLE(หายตัว)
- ระดับความเมาสุดยอด คุณต้องดื่มมากจึงจะเมาถึงระดับนี้ได้ด้วยความเมาที่ระดับนี้คุณสามารถทำอะไรก็ได้ เพราะไม่มีใครเห็นคุณ, จะไปเต้นรำบนโต๊ะ,แหกปากร้องเพลงกลางถนน, ไล่ตีหัวคนอื่นก็ทำได้เพราะไม่มีใครเห็นคุณเยี่ยมจริงๆ

เพื่อนๆเคยเมาถึงระดับไหนกันมาบ้างคะ แต่จะเมาถึงละดับไหนก็ตามก็ควรมีความรักตัวเอง อนาคตข้างหน้า มีสติซักนิด เก็บชีวิตไว้เมาในวันต่อๆไปดีกว่า ^^

วันพฤหัสบดีที่ 4 ตุลาคม พ.ศ. 2555

สาวๆมาดูกัน เซรั่มดียังไง???


สาวๆมาดูกัน???เซรั่มดียังไง

เซรั่ม (Serum) ฟังดูแล้วท่าจะแพงและดีกว่าในบรรดาเวชสำอางค์ค่ะ เพราะ serum คือความตั้งใจของบริษัทผลิตเครื่องสำอางที่ต้องการทำสินค้า ที่มีความเข้มข้นของ ส่วนประกอบของครีมที่มีเข้มข้นขึ้นมาโดยเฉพาะ เนื่องจากการทำงานของ ครีมที่เข้มข้นจะแสดงผลัพธ์ให้เห็นความแตกต่างมากกว่า ในระยะเวลาที่เท่ากัน ตัวอย่างเช่นใน 1 หยด ของ Vitamin C เซรั่ม อาจจะมี% Vitamin C เท่ากับโลชั่นที่คุณเทลงบน 1 ฝ่ามือเต็มๆก็ได้ส่วนมาก เซรั่มมักจะทำแบบใส (แต่ไม่ทั้งหมด) และเนื้อเบา ซึมเร็วและนำพาแร่ธาตุ วิตามินไปในผิวได้ง่ายกว่า ดังนั้นก็ไม่ต้องแปลกใจที่ว่าทำไม เซรั่มถึงมีราคาแพงในปริมาตรแค่นิดเดียว (อย่างงี้ต้องเรียกว่า เน้นคุณภาพ ไม่เน้นปริมาณนะคร๊า)

วันพุธที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2555

ไขความลับการนอนหลับ!!!


ไขความลับการนอนหลับ!!!!!

เป็นเรื่องใกล้ตัวมากที่สุด อย่างที่รู้ๆ กันว่าวิธีพักผ่อนที่ดีที่สุด คือ การนอน แต่ไม่ใช่ทุกคนที่จะหลับสบายยามหัวถึงหมอน หรือ หลับได้ทุกที่ทุกสถานการณ์ การนอนสำคัญและเกี่ยวข้องกับปัจจัยอื่นๆ มากกว่าที่คิด หากอาการนอนไม่หลับ หลับไม่สนิท หรือง่วงหลับประจำตอนกลางวัน อะไรเป็นสาเหตุที่แท้จริง และ ปัญหาใดเป็นความเชื่อผิดๆ กันแน่?


ความเชื่อ : ขณะนอนหลับพักผ่อน ร่างกายกับสมองจะหยุดพัก ไปด้วย
ข้อเท็จจริง : ขณะหลับ ร่างกายจะหยุดพักผ่อน แต่สมองยังคงทำงาน การนอนหลับเป็นการลดภาระให้สมองทำงานเบาลง เสมือนว่าได้ชาร์จแบต- เตอรี่เพื่อเตรียมพร้อมทำงานในวันต่อไป แต่ก็ยังคงต้องควบคุมการทำงาน อวัยวะต่างๆ ของร่างกายอยู่ ไม่ว่าจะเป็นระบบหายใจ ระบบประสาท ฯลฯ

ความเชื่อ : ผู้สูงอายุไม่จำเป็นต้องนอนมาก
ข้อเท็จจริง : ไม่จริง ผู้สูงอายุต้องการนอนหลับพักผ่อนประมาณ 7-9 ชั่วโมงต่อวัน เช่นเดียวกับคนหนุ่มสาว แต่อายุที่มากขึ้นประกอบกับการทำงาน ของอวัยวะในร่างกายเริ่มเสื่อมไปตามเวลา ทำให้กิจวัตรประจำวันเปลี่ยน แปลงไป ส่งผลให้พฤติกรรมการนอนไม่เหมือนเดิม นอนหลับได้น้อยชั่วโมงลง หรือหลับๆ ตื่นๆ ตลอดคืน แต่ไม่ว่านอนหลับได้ไม่เต็มอิ่มอย่างไร ร่างกายก็ยังคงต้องการเวลาพักผ่อนให้ได้ 7-9 ชั่วโมงอยู่ดี

ความเชื่อ : นอนหลับพักผ่อนน้อยเป็นประจำ ร่างกายจะชินและ ไม่ต้องการนอนมากอย่างที่เคย
ข้อเท็จจริง : ไม่จริง เคยมีการศึกษาเกี่ยวกับเรื่องการนอนว่า ในวัยผู้ใหญ่ หากนอนให้ได้ประมาณ 7-9 ชั่วโมงทุกวัน จะส่งผลให้สุขภาพ ร่างกายโดยรวมดีอย่างน่าทึ่ง หากวันไหนนอนหลับได้ไม่เพียงพอ ร่างกายก็จะชดเชยชั่วโมงนอนที่ขาดรวมกับชั่วโมงนอนในอีก 2-3 คืนถัดไป ไม่ว่าเรา จะนอนน้อยเป็นประจำหรืออดนอนนานแค่ไหน ร่างกายไม่มีวันชินหรือยอมรับ ให้นอนน้อยได้ เพราะฝืนธรรมชาติการพักผ่อนที่ร่างกายต้องการ

ความเชื่อ : ง่วงหาวตอนกลางวันแสดงว่านอนไม่พอ
ข้อเท็จจริง : จริง สาเหตุของอาการง่วงหาวตอนกลางวัน อาจมีส่วนหนึ่งมาจากการพักผ่อนที่ไม่เพียงพอ แต่ก็อาจเกิดกับคนที่นอนหลับเต็มอิ่มได้ด้วย และถ้าง่วงผิดสังเกต อาจเป็นสัญญาณเตือนว่ามีเรื่องสุขภาพอื่นๆ เข้ามาเกี่ยวข้อง เช่น การกรนหรือหยุดหายใจขณะหลับ ทำให้ร่างกายขาด การพักผ่อนอย่างเต็มที่ ควรปรึกษาแพทย์

ความเชื่อ : นอนน้อยมีผลต่อน้ำหนัก
ข้อเท็จจริง : จริง หากนอนหลับไม่เพียงพอก็จะส่งผลต่อระบบฮอร์โมนในร่างกาย โดยเฉพาะเลปตินและเกรลิน ทำให้น้ำหนักเพิ่มขึ้นได้ ฮอร์โมนทั้ง 2 มีหน้าที่ควบคุมและสร้างสมดุลความต้องการอาหาร ฮอร์โมนเกรลินถูก ผลิตขึ้นในระบบทางเดินอาหาร มีหน้าที่กระตุ้นความอยากอาหาร ในขณะที่ เลปตินถูกผลิตในเซลล์ไขมัน ทำหน้าที่ส่งสัญญาณรับรู้ว่าอิ่มไปยังสมอง เมื่อได้รับอาหารพอดีกับความต้องการ ดังนั้นหากนอนหลับไม่เพียงพอ จะส่ง ผลให้ระดับเลปตินต่ำลง ร่างกายไม่รู้สึกอิ่มอย่างที่ควรจะเป็น ตรงกันข้าม ฮอร์โมนเกรลินจะเพิ่มมากขึ้น ทำให้อยากอาหารเพิ่มมากขึ้น จนกินเกินพอดี

วันศุกร์ที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2555

รักษากระแดด..ง่ายกว่าที่คิด!!!


รักษากระแดด..ง่ายกว่าที่คิด!!

สาวๆ ทั้งหลายต้องตั้งใจฟังให้ดีเลยนะค่ะเพราะวันนี้เรามีวิธีรักษากระแดดมาฝากกันค่ะ เชื่อเลยว่าคงไม่มีสาวๆ คนไหนที่อยากจะเป็นกระแดดหรอกจริงมั้ยค่ะ กระแดดนั้นจะมีลักษณะเป็นจุดสีน้ำตาลและมักจะเกิดขึ้นเป็นจำนวนมากและยังขึ้นพร้อมๆ กันอีกโดยเฉพาะตรงบริเวณที่โดนแสงแดดมากๆ และสำหรับสาวๆ คนไหนที่มีผิวขาวด้วยแล้วล่ะก็กระแดดนี้สามารถถ่ายทอดทางพันธุกรรมได้อีกด้วยนะค่ะ แต่ว่าวันนี้สาวๆ ทั้งหลายควรจะเลือกกังวลได้ซะทีเพราะว่าวันนี้เรามี วิธีรักษากระแดด มาแนะนำให้ได้รู้กันค่ะ สำหรับวิธีรักษากระแดด เป็นวิธีที่ง่ายๆ และบางวิธียังต้องใช่ความใส่ใจในการดูแลผิวของคุณสาวๆ ทั้งหลายเป็นตัวช่วยถ้าพร้อมแล้วเราก็เข้าไปดู วิธีรักษากระแดด กันเลยดีกว่านะค่ะว่าจะเป็นอย่างไร รับรองได้เลยว่าวิธีรักษากระแดดนี้จะสามารถช่วยลดปัญหาที่น่ากังวลใจของคุณผู้หญิงได้อย่างแน่นอนค่ะ

วิธีรักษากระแดด
1. การหลีกเลี่ยงแสงแดด

2. ใช้ครีมกันแดดที่มีค่า SPF สูงอย่างระดับ 30 ขึ้นไป

3. การใช้ครีมลดเลือนจุดด่างดำนั้นทำได้แต่ต้องระวัง เพราะครีมบางชนิดมีส่วนผสมของไฮโดรควิโนน (สารฟอกขาว) ซึ่งเป็นสารอันตราย
ดังนั้น ควรปรึกษาแพทย์ผิวหนังผู้เชี่ยวชาญหรือลองใช้โยเกิร์ตรสธรรมชาติ ช้อนชาทาทิ้งไว้ 30 นาที แล้วล้างออก วันละ ครั้ง เพื่อลดเลือนจุดด่างดำแบบเป็นธรรมชาติค่ะ

เคล็ดลับการเลือกสีรองพื้นแบบเป๊ะสุดๆ


เคล็ดลับการเลือกสีรองพื้นแบบเป๊ะสุดๆ

สิ่งที่สำคัญก่อนการแต่งหน้านั่นก็คือการเลือกรองพื้นให้เนียนให้สวยเป๊ะนั้นเองค่ะ และการเลือกรองพื้นให้เข้ากันสีผิวนั้นจะช่วยทำให้การแต่งหน้าดูสวยมากยิ่งขึ้น วันนี้เราก็เลยมีเคล็ดลับ วิธีเลือกรองพื้นให้เข้ากับสีผิว มาฝากสาวๆ กันค่ะ รองพื้นต่างก็มีเยอะแยะมากมายหลายๆ คนอาจจะไม่ค่อยเน้นการเลือกให้เข้ากับสีผิวเพราะเนื่องจากมีเยอะจัด อาจจะเลือกประมาณว่าแค่ไกล้เคียงกับสีผิวเท่านั้นการเลือกแบบนี้อาจจะทำให้เกิดความผิดพลาดได้เมื่อเราแต่งหน้า แต่เราขอบอกเลยนะค่ะว่า วิธีเลือกรองพื้นให้เข้ากับสีผิวที่เรานำมาฝากกันในวันนี้เป็นวิธีเลือกรองพื้นให้เข้ากับสีผิวได้เป๊ะมากรับรองว่าวิธีเลือกรองพื้นให้เข้ากับสีผิวนี้จะช่วยทำให้สาวๆ สนุกกับการแต่งหน้ามากขึ้นและเชื่อว่าสาวๆ จะแต่งหน้าออกมาสวยเหมือนไปแต่งกับช่างแต่หน้ามืออาชีพเลยค่ะ ถ้าพร้อมแล้วตามเราไปเลือกรองพื้นให้เข้ากับสีผิว ที่นำมาฝากกันดีกว่านะค่ะ

วิธีเลือกรองพื้นให้เข้ากับสีผิว
1. รู้จักสีผิวตัวเอง
ถ้าคุณใส่เครื่องประดับที่เป็นเงินแล้วดูดี คุณก็อาจมีสีผิวที่อยู่ในโทนเย็น แต่ถ้าคุณใส่เครื่องประดับที่เป็นทองแล้วดูดีกว่า สีผิวของคุณก็อาจอยู่ในโทนอบอุ่น การรู้โทนสีผิวของตัวเองจะช่วยให้เลือกเฉดสีที่เหมาะสมได้ง่ายขึ้น
2. เมินสีชมพู
อย่าเลือกครีมรองพื้นที่มีสีอมชมพูเด็ดขาด ยกเว้นว่าคุณจะมีผิวขาวมากๆ ผิวสาวเอเชียส่วนใหญ่มักจะอยู่ในโทนอบอุ่น การเลือกเฉดสีอมเหลืองจะช่วยให้ดูเป็นธรรมชาติได้มากกว่า
3. ทดสอบบนแก้ม
ด้วยการทาครีมรองพื้นสามสีเป็นแถบเล็กๆ เรียงกันไปตามกระดูกโหนกแก้ม จะช่วยให้คุณมองเห็นเฉดสีได้ชัดกว่าการลองทาบนแขน ข้อมือ หรือหลังมือ
4. ใช้แสงธรรมชาติ
หลังจากลองทาเสร็จแล้วก็หันหน้าเข้าหาหน้าต่างพร้อมกับส่องกระจกดู ถ้าแถบสีรองพื้นสีไหนเลือนหายไปกับสีผิวก็สีนั้นนั่นแหละที่เป็นสีที่เหมาะสำหรับคุณ

วันอาทิตย์ที่ 2 กันยายน พ.ศ. 2555

การรักษากระลึก เพื่อผิวสวย


 การรักษากระลึก เพื่อผิวสวย



วันนี้พาคุณผู้หญิงและคุณผู้ชายทั้งหลายที่เป็น กระลึก มาดูทางเลือกในการรักษากระลึกให้หาย กระลึก นั้นเกิิด จากหลากหลายสาเหตุซึ่งส่วนจะพบผู้หญิงเป็นกระมากกว่าผู้ชายและพบมากบริเวณช่วงโหนกแกม ฉะนั้นหากอยากสวยหล่ออย่างหมดจดก็มาทำการรักษากระลึกกันค่ะ

การรักษากระลึก
กระลึก มีชื่อภาษาอังกฤษว่า Horl?s nevus ลักษณะที่พบจะเห็นเป็นจุดสีน้ำตาลเข้มหรือสีดำ มักพบบริเวณโหนกแก้มทั้งสองข้าง พบในผู้หญิงบ่อยกว่าผู้ชาย สำหรับสาเหตุการเกิดกระลึกยังไม่ทราบชัดเจนบางคนอาจมีประวัติกรรมพันธุ์ บางคนพบว่ากินยาคุมแล้วสีเข้มขึ้นหรือเจอแสงแดดทำให้กระลึกเด่นชัดขึ้นเป็นต้น

การรักษากระลึก
ค่อนข้างเป็นปัญหาที่รักษาหายยาก เนื่องจากเม็ดสีอยู่ลึกการรักษาต่าง ๆ ที่ช่วยในการลดเม็ดสีที่อยู่ลึกจึงต้องใช้เวลาค่อนข้างนาน

การดูแลรักษา

- พยายามหลีกเลี่ยงยาคุมหรือฮอร์โมนที่เป็นตัวกระตุ้นเม็ดสีให้เด่นชัดขึ้น

- หลีกเลี่ยงแสงแดดหรือให้ใช้ครีมกันแดดทุกวัน ครีมกันแดดที่ใช้ควรมีค่า SPF 30 ขึ้นไป

- การใช้ครีมหรือยาทาเพื่อลดเม็ดสีของกระลึกมีส่วนช่วยได้บ้าง ทำให้กระลึกจางลงได้แต่ไม่หายหมด

-
การรักษาด้วยเลเซอร์ ถือว่าเป็นการรักษาที่ได้ผลดีที่สุดสำหรับกระลึก แต่เป็นการรักษาที่ใช้เวลานานต้องทำการรักษาหลายครั้ง

การรักษากระลึกด้วยเลเซอร์

เป็นวิธีที่ดีในการกำจัดเม็ดสีของกระลึก บางคนสามารถรักษาจนหายหมดหรือเกือบหมดได้ เพียงแต่ต้องมีความใจเย็นในการรักษา เนื่องจากกระลึกต้องทำการยิงเลเซอร์กันหลายครั้ง บางคนยิง 3 ครั้งบางคนอาจถึง 5-6 ครั้ง ระยะเวลาแต่ละครั้งห่างกัน 6-8 สัปดาห์

การยิงเลเซอร์ไม่ยุ่งยากไม่เจ็บหลังยิงเลเซอร์จะเป็นสะเก็ดดำอยู่ประมาณ 1 สัปดาห์ สะเก็ดก็หลุดไป หลังสะเก็ดหลุดจะเห็นเป็นดวงสีขาว หลังจากนั้นสีจะจางไปทีละน้อย แต่บางคนในระยะการยิง 2-3 ครั้งแรก อาจมีสีเข้มขึ้นก่อนแล้วจึงจะจางไปทีหลัง

โดยส่วนใหญ่กระลึกมักจะจางลงหลังยิงเลเซอร์ไปแล้ว 2-3 ครั้ง ควรทำการรักษาต่อเพื่อให้เม็ดสีหายจนหมดหรือบางคนอาจพอใจที่เม็ดสีหายไปเกินครึ่งแล้วสามารถใช้เครื่องสำอางหรือแป้งทากลบจนไม่เห็นกระลึก ก็สามารถหยุดการรักษาด้วยเลเซอร์ได้ค่ะ

ประโยชน์และผลกระทบของเลเซอร์ รู้ก่อนทำ


 ประโยชน์เลเซอร์!!!มีไม่น้อยเลยน๊า
วันนี้เราจะพาคุณผู้หญิงรักความงามมาทำความรู้จักเกี่ยวกับประโยชน์เลเซอร์ที่คุณจะได้รู้ว่า เลเซอร์สามารถทำอะไรบ้าง เพราะโดยส่วนใหญ่ในปัจจุบัน ประโยชน์เลเซอร์ มีมากมายแต่ก็ต้องรู้ว่าควรจะใช้แบบไหนและเลเซอร์แบบไหนบ้างที่จะเหมาะกับอาการที่คุณเป็น เรามาดู ประโยชน์เลเซอร์ กันเลยดีกว่าค่ะ

ประโยชน์เลเซอร์
เลเซอร์ (Laser: Light Amplification by Stimulated) คือ พลังงานที่มีความเข้มสูงมีความยาวคลื่นเสียงเดียววิ่งเป็นเส้นตรงไปยังเป้าหมายที่ต้องการทำลาย วิวัฒนาการของเลเซอร์เพื่อความงามมีมากกว่า 30 ปี แต่เดิมใช้ตัดไฝ ลบรอยสัก รอยแผลเป็น ต่อมาจึงมีการพัฒนาให้หลากหลายมาดูกันว่าปัญหาผิวแต่ละแบบจะแก้ไขด้วยเลเซอร์ชนิดใดบ้าง

- ไฝ รอยด่างดำ หูด ใช้เลเซอร์คาร์บอนไดออกไซด์กำจัดเนื้อเยื่อผิวหนังที่บกพร่อง โดยไม่เป็นอันตรายต่อผิวไม่เจ็บปวด วิธีนี้ใช้เวลาน้อยแต่ให้ผลดีจึงทำเพียงครั้งเดียว

- ปานแดง แผลเป็นนูน (Keloid scar) หูดที่รักษายากและเส้นเลือดฝอย เลเซอร์แบบ PDL (Pulsed Dye Laser) เลเซอร์ชนิดนี้ทำให้หลอดเลือดมีความร้อนสูงมีลักษณะเป็นแสงวาบความเข้มข้นสูงแต่อ่อนโยน จึงไม่สร้างความเสียหายต่อผิวหนังโดยรอบ เป็นวิธีที่มีความปลอดภัยสูงและใช้กับเด็กได้

- ปานดำ รอยคล้ำ รอยสัก กระแดด หรือกระที่เกิดขึ้นตามวัย เทคโนโลยี Q-Switched Nd: YAG Laser รักษาความผิดปกติของสีผิวด้วยเลเซอร์ โดยใช้ครีมยาชาทาก่อนแล้วยิงเลเซอร์คลื่นแสงสั้นผ่านผลึก YAG หลังการรักษาจะให้ทายาปฏิชีวนะและจะมีสะเก็ดแผลสีน้ำตาลอยู่ประมาณ 1 สัปดาห์ กระแดดรักษาหายได้ภายใน 1-2 ครั้ง แต่รอยสีเข้มหรือรอยสักต้องรักษามากกว่า 3-4 ครั้ง

- ขน การถอน โกน แวกซ์ หรือ การใช้ยาเคมีที่ทำให้ขนร่วง ยุ่งยาก เจ็บ และกำจัดขนได้ชั่วคราวเท่านั้น ต่างจากการใช้เลเซอร์ Lightsheer Giode Laser และ CoolGlide long-pulsed Nd: YAG Laser ที่ทำให้เส้นขนหยุดการเจริญเติบโตและหลุดร่วงในที่สุดแต่ต้องทำซ้ำประมาณ 2-3 ครั้ง

- ลบริ้วรอยแบบไม่มีแผล เป็นการใช้แสงเลเซอร์เพื่อกระตุ้นให้หนังแท้สร้างเส้นใยคอลลาเจนขึ้นมาใหม่ เพื่อปรับสภาพผิวให้เรียบเนียนเป็นการรักษาที่ไม่เจ็บและไม่มีแผล

- การยกกระชับผิวโดยไม่ต้องผ่าตัด
เหมาะสำหรับผู้ที่ใบหน้า ลำคอ ท้องแขน หน้าท้อง และสะโพก เริ่มหย่อนคล้อย วิธีนี้ใช้พลังงานความร้อนจากคลื่นวิทยุ (Radio Frequency) แต่ต้องทำบ่อย ๆ และเห็นผลช้า

- แผลหลุมและรูขุมขนกว้าง
แผลหลุมจากสิวรักษาด้วยยาไม่หาย ปัจจุบันจึงใช้เลเซอร์คาร์บอนไดออกไซด์สำหรับรักษาแผลหลุมที่ค่อนข้างลึก ใช้เลเซอร์ Erbium : YAG สำหรับแผลที่มีระดับความลึกปานกลาง และ Cool Glide สำหรับแผลตื้นและรูขุมขนกว้าง


ผลกระทบจากเลเซอร์ : คุณยอมรับได้แค่ไหน

แม้การทำเลเซอร์จะเห็นผลได้รวดเร็วแต่ก็มีผลกระทบที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ เพราะหลักการทำงานของเลเซอร์คือทำให้เกิดความร้อน ผิวหนังจึงอักเสบง่ายเมื่อหายจากการอักเสบอาจจะมีรอยดำ ในคนผิวขาวอาจเกิดรอยแดงหลังการทำประมาณ 2-4 สัปดาห์ แต่คนผิวคล้ำอาจเกิดรอยดำ ประมาณ 1-2 เดือน รอยด่างถาวรหรือรอยแผลเป็นคีรอยด์


รู้ก่อนหลังทำเลเซอร์

ควรทำเลเซอร์กับแพทย์ที่มีความรู้ด้านผิวหนังเพราะรู้จักโรคและสภาพของโรค เช่น หูดเกิดขึ้นในชั้นบนหนังกำพร้าถึงหนังแท้ส่วนบน กระเนื้อเกิดขึ้นที่ชั้นหนังกำพร้า ถ้าแพทย์ไม่ชำนาญอาจยิงเลเซอร์ลึกเกินไปจนทำให้เกิดรอยแผลเป็นได้

สำรวจราคาและจำนวนครั้งที่ต้องทำเลเซอร์ โดยเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณครั้งละ 1,000-3,000 บาท ก่อนทำเลเซอร์ไม่ควรตากแดด และต้องทาครีมบำรุงผิวเพื่อให้สีผิวปกติ สำหรับคนผิวเข้มแพทย์จะให้ยาปรับสีผิวให้ขาวขึ้น ภายใน 2-4 สัปดาห์ หลังทำเลเซอร์ทาครีมบำรุงผิวและครีมกันแดดได้ตามปกติ แต่ต้องเลี่ยงแดดและงดกิจกรรมกลางแจ้งเพราะผิวยังอ่อนแออยู่
รู้ประโยชน์ ชนิดของเลเซอร์ และผลกระทบกันบ้างแล้วหากสาวๆคนไหนสนใจที่จะทำเลเซอร์ควรศึกษา และแน่ใจก่อนนะคะทุกอย่างย่อมมีประโยชน์แล้วก็โทษ เพราะวิธีเสริมความมีเยอะแยะมากมาย เพียงแค่การทำเลเซอร์เป็นอีกวิธีนึงเท่านั้นค่ะ

วันจันทร์ที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2555

หน้าใสง่ายๆด้วย AHA


 
ใบหน้าสวยใส ด้วย AHA
AHA หรือ Alpha hydroxy acid เป็นกรดอินทรีย์ที่พบในธรรมชาติ และได้มีการผลิตสังเคราะห์ เพื่อใช้เป็นเวชภัณฑ์สำอางค์ AHA ที่สามารถพบได้ตามธรรมชาติ ได้แก่ Glycolic acid พบได้ในอ้อย, Lactic acid พบได้ในนมเปรี้ยว, Citric acid พบได้ในผลไม้, Malic acid พบได้ในแอปเปิ้ล และ Tartaric acid พบได้ในองุ่น

ในสมัยก่อน ตั้งแต่เมื่อชาวอียิปต์ มีความรุ่งเรืองในอารยธรรม ได้พบว่ามีการบันทึกเกี่ยวกับสตรีชาวอียิปต์ใช้นมเปรี้ยวอาบ เพื่อทำให้ผิวหนังมีความนุ่มเนียน และนี่ก็คือการใช้ Lactic acid ซึ่งเป็น AHA ตัวหนึ่ง สำหรับในเมืองไทยเอง คงเคยทราบมาว่า มีการใช้ผลไม้หรือผักในการทำให้ใบหน้ามีความเนียนเรียบ ตัวอย่างนี้ก็คงเป็นการใช้ AHA ตามธรรมชาติที่มีด้วยเหมือนกัน

ในปัจจุบัน ได้มีการสังเคราะห์ AHA และผสมอยู่ในเครื่องสำอางค์หลายยี่ห้อ โดยมีความเข้มข้นแตกต่างกัน ตั้งแต่ 3 % ถึง 30 % โดยที่มีคุณสมบัติช่วยในการลดรอยหย่นบนใบหน้า สำหรับในทางการแพทย์ ความเข้มข้นสำหรับการใช้นั้น มีตั้งแต่ 3%-15% สำหรับให้ผู้ป่วยไปใช้ที่บ้าน และ 30%-70% สำหรับการลอกผิวที่ต้องการผลที่มากกว่า โดยทำการลอกผิวโดยแพทย์
ประโยชน์ของ AHA สำหรับกลุ่มผลิตภัณฑ์เวชสำอางค์ (3%-15%) คือ

    - ทำให้ผิวหน้าเรียบเนียน
    - ทำให้ผิวหน้าดูมีน้ำมีนวล
    - ทำให้รูขุมขนไม่มีการอุดตัน
    - ช่วยลดการเกิดผิวมันและสิวดีขึ้น

ส่วนการใช้ AHA 30%-70% โดยแพทย์นั้น มีประโยชน์ในการรักษาโรคต่าง ๆ ดังนี้ 
  - สิวและตุ่มขนอักเสบ ช่วยทำให้สิวมีจำนวนน้อยลง และดีขึ้นเร็วขึ้น
       - ฝ้า พบว่าจางลงและดีขึ้น
       - รอยเหี่ยวย่น บนใบหน้า
  -ช่วยรักษาผื่นจากแสงแดด (เช่น ฝื่นดำจากแสง Solar lentigenes, ภาวะเสื่อมสภาพจากแสง Actinic degeneration)

ข้อดีของการใช้ AHA peeling คือ ไม่พบว่ามีพิษต่อร่างกาย , การลอกนั้นตื้นดังนั้นจึงมีผลข้างเคียงน้อย และ ผู้ป่วยสามารถจะทนได้ดีต่อสาร

ข้อเสียของการใช้ AHA peeling และเวชภัณฑ์สำอางค์ที่มี AHA คือ ผิวหนังจะมีความไวต่อแสงอุลตราไวโอเลตเพิ่มขึ้น กล่าวคือ อาจมีการไหม้ของผิวได้ง่ายขึ้นเมื่อตากแดง หรือมีความรู้สึกแสบผิวได้มากขึ้น และถ้าหากเป็นผู้ที่ต้องโดนแดนประจำ อาจมีความเสี่ยงต่อมะเร็งผิวหนังเพิ่มขึ้น

ข้อแนะนำสำหรับผู้ที่ใช้ หรือสนใจจะใช้ AHA หรือได้รับการทำการลอกผิวด้วย AHA คือ
   ควรใช้ยากันแดดที่มีค่า SPF ตั้งแต่ 15 ขึ้นไป
   - ควรกางร่มหรือสวมหมวก ปกป้องผิวจากแสงแดด
   - ควรทดสอบใช้บริเวณเล็กก่อน เพื่อดูว่ามีการระคายเคืองหรือไม่
   - ถ้ามีอาการแสบเคือง ให้หยุดใช้แล้วปรึกษาแพทย์

วันอาทิตย์ที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

รักษารอยแผลเป็นจากสิว


รักษารอยแผลเป็นจากสิว
วันนี้เรามีสูตรรักษารอยแผลเป็นจากสิว เพราะเรารู้ดีว่ารอยแผลเป็นจากสิวใครมีก็ไม่อยากเห็น ใครเห็นก็ไม่อยากมีจริงไหมค่ะ ฉะนั้นคุณคงจะได้ไม่ต้องเห็นรอยแผลเป็นจากสิวของคุณอีกต่อไปก็คราวนี้ เมื่อนคุณมาเจอกับ สูตร! รักษารอยแผลเป็นจากสิว ของเราในวันนี้ซึ่งมาจากสารสกัดจากธรรมชาติอีกด้วย และจะช่วยให้คุณผู้หญิงได้ รักษารอยแผลเป็นจากสิว ได้อย่างอ่อนโยนและเป็นสูตรรักษารอยแผลเป็นจากสิวแบบธรรมชาติที่ง่ายๆ อีกด้วยค่ะ พูดมาขนาดนี้ไม่ลองคงจะไม่รู้แต่ถ้าอยากรู้คงต้องลอง การรักษารอยแผลเป็นจากสิว ไม่ใช่เรื่องยากหากแต่รู้จักวิธีที่ถูกต้องในการรักษารอยแผลเป็นจากสิวเท่านั้น ขอเพิ่มเติมอีกนิดหากว่าคุณใช้สูตรรักษารอยแผลเป็นจากสิวสูตรนี้ควบคู่ไปกับครีมหรือการรักษาต่างๆ ด้วยล่ะก็จะยิ่งได้ผลมากยิ่งขึ้นค่ะ

 6 สูตร รักษารอยแผลเป็นจากสิว

1.
น้ำสะอาด นอกจากจะใช้ล้างหน้าให้สะอาดป้องกันสิวชุดถัดไปแล้ว การดื่มน้ำเยอะๆ ก็ช่วยทำให้แผลเป็นจากสิวหายได้เพราะน้ำเป็นส่วนประกอบสำคัญของร่างกาย ถ้าหากได้รับในปริมาณที่พอเหมาะแล้วก็จะสามารถไปเติมเต็มและซ่อมแซมร่องรอยแผลเป็นต่างๆ ได้

2.
น้ำมะนาว บีบน้ำมะนาวสัก 1-2 หยด แต้มลงบริเวณที่เป็นสิวด้วยคอตตอนบัด จากนั้นทิ้งไว้ประมาณ 10-15 นาทีแล้วล้างออก มะนาวจะช่วยทำให้เซลล์ผิวที่ตายแล้วหลุดลอกออกมาจากบริเวณจุดด่างดำได้ แต่ถ้าใครผิวไม่แพ้ง่ายล่ะก็สามารถแต้มสิวทิ้งไว้ทั้งคืนเลยค่ะ

3.
มะเขือเทศ ฝานมะเขือเทศเป็นชิ้นบางๆ แล้วนำมาวางบริเวณที่เป็นแผลเป็นวิตามินซีจากมะเขือเทศจะช่วยสมานรอยแผลเป็นได้เป็นอย่างดี

4.
สูตรพอกหน้าทุกชนิด ไม่ว่าจะเป็นสูตรมะนาวน้ำผึ้ง น้ำนมโยเกิร์ต หรือผลไม้ต่างๆ ก็แล้วแต่ ขอให้คุณพอกหน้าเป็นประจำคุณค่าจากธรรมชาติเหล่านี้จะช่วยลดปัญหาเรื่องผิวทุกชนิดเลยล่ะค่ะ

5.
น้ำผึ้ง นำน้ำผึ้งมาทาให้ทั่วใบหน้าแล้วทิ้งไว้ประมาณ 30 นาที น้ำผึ้งจะช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นในผิวและทำให้ผิวดูนวลเนียนขึ้น

6. น้ำมันลาเวนเดอร์ ใช้น้ำมันลาเวนเดอร์แต้มบนแผลเป็นจากสิววันละ 2 ครั้ง ทุกวันจะช่วยทำให้แผลเป็นจากสิวจางลงได้ค่ะ
เพื่อนๆคนไหนที่กำลังรักษาแผลเป็นจากสิวอยู่ ลองนำไปใช้ซักวิธีดูนะคะ รับรองว่าได้ผล ผิวกลับมาสวยเหมือนเดิมอย่างแน่นอนค่ะ

วันจันทร์ที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2555

การดูแลผิวหน้าตามช่วงอายุ


การดูแลผิวหน้าตามอายุ
 
  สาว ๆ ต่างวัย ย่อมมีสภาพผิวที่ต่างกัน ซึ่งสภาพผิวที่ต่างกันนั้น   ย่อมหมายถึงการดูแล รักษาที่ต่างกัน
ด้วยเรามาดูกันดูกว่าค่ะว่า ในแต่ละช่วงอายุของสาว ๆ นั้น เราจะดูแลผิวอย่างไร ให้เหมาะกับวัยของคุณ
วัย 20 ปี
            
วัยนี้ธรรมชาติสร้างมาให้เป็นช่วงวัยที่ผิวกำลังเปล่งปลังเต็มที่แต่ก็มีอุปสรรคเล็กน้อยคือ เกิดสิวเนื่องจาก
มีฮอร์โมนเพศเข้ามาเกี่ยวข้อง วัยนี้ควรเลือกใช้เครื่องสำอางที่อ่อน ๆ ( Mild cleancer ) ที่ผสมสารต้านการเกิด
สิวเล็กน้อย เช่นซาลิไซลิค แอซิค  และที่แน่นอนที่สุดต้องอย่าลืมใช้ครีมป้องกันแสงแดดด้วยเสมอ

วัย 30 ปี 
           
 เป็นช่วงวัยที่เริ่มจะเกิดการเปลี่ยนแปลงของผิวให้เห็นกัน เช่นผิวบางส่วนก็มัน บางส่วนก็แห้ง จนทำให้
เจ้าตัวสับสนเลือกใช้ครื่องสำอางไม่ถูกต้องกันเลย แพทย์ผิวหนังจึงมัก แนะนำให้ใช้พวกที่ไม่มีส่วนผสม
ของสารใดๆที่เกี่ยวกับการรักษาสิว(noncomedogenic ) และให้เลือกใช้ครีมหรือโลชั่นที่ส่วนผสมของ
สารแอนตี้ออกซิแดนท์เช่น ผสมวิตามิน c วิตามิน E หรือเบต้าแคโรทีน เพื่อช่วยซ่อมแซมผิวที่ถูกทำลาย
เพราะแสงแดด นอกจากนี้เครื่องสำอาง ที่ใช้ส่วนผสมของทองแดง ชาเขียว หรือผสม สารอาหารที่เสริมสร้าง
คอลลาเจนก็น่าเลือกใช้เช่นกัน

วัย 50 ปี
   
ช่วงวัยนี้ผิวของคุณจะไม่ค่อยยืดหยุ่นและขาดน้ำหล่อเลี้ยงมากขึ้นเรื่อยๆ เพราะขาด คอลลาเจน หลายคนเริ่มมีกระ ฝ้าหรือสีผิวที่เปลี่ยนไปในบางบริเวณ หากมีความเปลี่ยนแปลง มากลองพบหมอ ผิวหนังตรวจสอบดูสักหน่อย
เพราะคนวัยนี้ภูมิต้านทานลดลงความแข็งแรง ของผิวลดลงได้สัมผัส กับมลพิษมาตลอดชีวิตจึงอาจเป็น
ช่วงที่เป็นโรคทางผิวหนังต่าง ๆ ได้ง่าย เช่นผิวหนังอักเสบ มะเร็งผิวหนัง เชื้อราบนผิวหนัง เป็นต้น
เครื่องสำอางที่เลือกใช้ ควรเป็นประเภท ที่มีสารบำรุงคอลลาเจน และตามที่คุณหมอแนะนำ



จะเห็นได้ว่าในแต่ละวัยนั้นควรเลือกใช้เครื่องประทินผิวที่มีสารบำรุงต่างกัน   คนอายุยังน้อยไม่ถึง 30 ปีอย่าใจร้อนที่จะไปเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีสารเข้มข้น ลดริ้วรอยมาปรนเปรอผิว โดยไม่จำเป็น เพราะอย่างน้อยหากคุณเป็น คนใส่ใจตัวเอง ทั้งเรื่องการพักผ่อน ออกกำลัง อาหารที่เป็นประโยชน์
รู้จักละซึ่งความเครียดความโกรธ ผิวก็สามารถฟื้นตัว และแข็งแรงขึ้นได้เอง ตามธรรมชาติอยู่แล้วค่ะ..

ขอขอบคุณข้อมูลจาก:centerwedding.com