แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เครื่องสำอาง แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เครื่องสำอาง แสดงบทความทั้งหมด

วันอังคารที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2556

คิ้วหนาเทรนด์ 2013


คิ้วหนาเทรนด์ร้อนปี2013 

เทรนด์คิ้วมาแรงแห่งปีตอนนี้ ต้องคิ้วหนาได้รูป เรียงเส้น ดูเป็นธรรมชาตินี่แหละอินสุดๆ ดูได้จากแคทวอล์ค เหล่าดารานางแบบ เซเล็บ ที่พากันแต่งคิ้วเข้ม ดูโดดเด่น เน้นใบหน้าให้ชวนมอง ใครอยากมีคิ้วหนาได้รูป เรียงเส้น เป็นธรรมชาติ ไม่ตกเทรนด์ วันนี้Immie2shopมีมาแชร์จ้า


เทคนิคคิ้วหนาได้รูป เรียงเส้น เป็นธรรมชาติ

1. แต่งคิ้วให้ได้รูป โดยที่หัวคิ้วไปจนถึงกลางคิ้วมีขนาดความหนาใกล้เคียงกัน และค่อยแต่งให้เรียวเป็นเส้นโค้งเล็กลงตอนปลาย โดยเน้นให้ดูหนาเป็นธรรมชาติมากที่สุด
2. ตกแต่งคิ้วด้วยโทนสีธรรมชาติ หรือเข้มกว่าปกติแค่ 1 ระดับ
3. เลือกสีให้เข้ากับสีผม เพื่อจะได้ดูกลมกลืนเป็นธรรมชาติ ไม่หลอกตา
4. ปัดเจลให้เห็นการเรียงตัวของเส้นคิ้วตามธรรมชาติ


วันพุธที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2555

ทำไม Halloween ถึงเป็นวันที่ 31 ตุลาคม???


ทำไม วันฮาโลวีน ถึงเป็นวันที่ 31 ตุลาคม???


ประวัติ ความเป็นมาให้คำอธิบายถึงวันนี้ได้อย่างน่าสนใจเลยทีเดียว เป็นความเชื่อของชาวเซ็ลต์ (Celt) เป็นกลุ่มชนพื้นเมืองในประเทศอังกฤษ โดยเชื่อว่าทุกวันที่ 31 ตุลาคมของทุกปี จะเป็นวันที่ประตูนรกถูกเปิดขึ้นมา บรรจบกับมิติโลกมนุษย์กันอย่างพอดี ทำให้เหล่าวิญญาณพยายามหาทางเข้าสิงมนุษย์ ซึ่งวิธีการแก้ไขเพื่อป้องกันไม่ให้วิญญาณเข้าสิงคือ "การปลอมตัว" ทำตัวเป็นผีเสียเอง >_< ด้วยการตกแต่งต่างๆ นานาให้ดูน่ากลัวที่สุด เทียนและระบบทำความร้อนก็จะถูกดับ เพื่อให้ร่างกายเกิดความหนาวเย็นเปรียบเสมือนร่างกายที่ไร้ซึ่งชีวิต ส่วนบ้านเรือนจะถูกตกแต่งให้ดูน่าสะพรึงกลัว และผู้คนต่างส่งเสียงเพื่อทำการขับไล่เหล่าวิญญาณชั่วร้ายอีกทีนึง ทั้งนี้ หลายคนต่างสงสัยว่าทำไมสัญลักษณ์ของวันฮัลโลวีน ถึงเป็นหัวฟักทองแกะสลักสีส้ม เจ้าฟักทองนั้นมีชื่อว่า Jack O Lanterns เป็นตำนานของชาวไอริช ที่เป็นนักมายากลขี้เมาและได้ทำข้อตกลงกับปีศาจตนหนึ่ง ในกรณีที่เขาเสียชีวิตแล้ว เขาขอเพียงแค่ไม่ไปทั้งสวรรค์หรือนรก เมื่อถึงคราวชีพจรดับปีศาจตนนั้นจึงมอบถ่านอันคุกรุ่นให้แก่ Jack เขาจึงนำไปใส่ไว้ในหัวผักกาดเพื่อคอยปัดเป่าความหนาวเย็น ต่อมาชาวไอรีชจึงแกะหัวผักกาด และนำถ่านมาใส่เช่นกันเพื่อเป็นสิริมงคลในการปัดเป่าสิ่งชั่วร้ายตลอดทั้งปี เมื่อกาลเวลาผ่านไปประเพณีดังกล่าวเริ่มแพร่หลายไปสู่ประเทศอเมริกา แต่หัวผักกาดเป็นสิ่งที่หายาก จึงนำลูกฟักทองมาแกะสลักแทน และนี่คือจุดเริ่มต้นของสัญลักษณ์สีส้ม และสีดำ ทั้งนี้ สีดำบ่งบอกถึงความมืดมิดช่วงเวลากลางคืน ส่วนสีส้มคือแสงสว่างที่ลุกโชติ เพื่อขับไล่ปีศาจนั่นเอง 

วันศุกร์ที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2555

เคล็ดลับการเลือกสีรองพื้นแบบเป๊ะสุดๆ


เคล็ดลับการเลือกสีรองพื้นแบบเป๊ะสุดๆ

สิ่งที่สำคัญก่อนการแต่งหน้านั่นก็คือการเลือกรองพื้นให้เนียนให้สวยเป๊ะนั้นเองค่ะ และการเลือกรองพื้นให้เข้ากันสีผิวนั้นจะช่วยทำให้การแต่งหน้าดูสวยมากยิ่งขึ้น วันนี้เราก็เลยมีเคล็ดลับ วิธีเลือกรองพื้นให้เข้ากับสีผิว มาฝากสาวๆ กันค่ะ รองพื้นต่างก็มีเยอะแยะมากมายหลายๆ คนอาจจะไม่ค่อยเน้นการเลือกให้เข้ากับสีผิวเพราะเนื่องจากมีเยอะจัด อาจจะเลือกประมาณว่าแค่ไกล้เคียงกับสีผิวเท่านั้นการเลือกแบบนี้อาจจะทำให้เกิดความผิดพลาดได้เมื่อเราแต่งหน้า แต่เราขอบอกเลยนะค่ะว่า วิธีเลือกรองพื้นให้เข้ากับสีผิวที่เรานำมาฝากกันในวันนี้เป็นวิธีเลือกรองพื้นให้เข้ากับสีผิวได้เป๊ะมากรับรองว่าวิธีเลือกรองพื้นให้เข้ากับสีผิวนี้จะช่วยทำให้สาวๆ สนุกกับการแต่งหน้ามากขึ้นและเชื่อว่าสาวๆ จะแต่งหน้าออกมาสวยเหมือนไปแต่งกับช่างแต่หน้ามืออาชีพเลยค่ะ ถ้าพร้อมแล้วตามเราไปเลือกรองพื้นให้เข้ากับสีผิว ที่นำมาฝากกันดีกว่านะค่ะ

วิธีเลือกรองพื้นให้เข้ากับสีผิว
1. รู้จักสีผิวตัวเอง
ถ้าคุณใส่เครื่องประดับที่เป็นเงินแล้วดูดี คุณก็อาจมีสีผิวที่อยู่ในโทนเย็น แต่ถ้าคุณใส่เครื่องประดับที่เป็นทองแล้วดูดีกว่า สีผิวของคุณก็อาจอยู่ในโทนอบอุ่น การรู้โทนสีผิวของตัวเองจะช่วยให้เลือกเฉดสีที่เหมาะสมได้ง่ายขึ้น
2. เมินสีชมพู
อย่าเลือกครีมรองพื้นที่มีสีอมชมพูเด็ดขาด ยกเว้นว่าคุณจะมีผิวขาวมากๆ ผิวสาวเอเชียส่วนใหญ่มักจะอยู่ในโทนอบอุ่น การเลือกเฉดสีอมเหลืองจะช่วยให้ดูเป็นธรรมชาติได้มากกว่า
3. ทดสอบบนแก้ม
ด้วยการทาครีมรองพื้นสามสีเป็นแถบเล็กๆ เรียงกันไปตามกระดูกโหนกแก้ม จะช่วยให้คุณมองเห็นเฉดสีได้ชัดกว่าการลองทาบนแขน ข้อมือ หรือหลังมือ
4. ใช้แสงธรรมชาติ
หลังจากลองทาเสร็จแล้วก็หันหน้าเข้าหาหน้าต่างพร้อมกับส่องกระจกดู ถ้าแถบสีรองพื้นสีไหนเลือนหายไปกับสีผิวก็สีนั้นนั่นแหละที่เป็นสีที่เหมาะสำหรับคุณ

วันพฤหัสบดีที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2555

สีบลาสุดฮอตแต่...เสี่ยงมะเร็ง!!!!!


ชุดชั้นในสีดำสุดฮอตแต่..เสี่ยงมะเร็ง!!!!!
ชุดชั้นในสีดำมีโอกาสเสี่ยงมะเร็งคุณผู้หญิงรู้กันบ้างหรือไม่ค่ะ วันนี้เราเลยขอนำเรื่องดีๆ ที่จะเป็นอันตรายต่อสุขภาพของคุณผู้หญิงทั้งหลายที่โดยเฉพาะนิยมเลือกซื้อชุดชั้นในสีดำหรือชื่นชอบชุดชั้นในสีดำกันเป็นพิเศษ แล้วยิ่งเป็นชุดชั้นในสีดำที่ไม่น่าเชื่อถือด้วยคุณผู้หญิงยิ่งต้องระวังรู้ไหมค่ะ แม้ว่าชุดชั้นในสีดำจะใส่แล้วดูเซ็กซี่สวยมากเพียงใดแต่ก็มีโอกาสเสี่ยงต่อโรคมะเร็งได้ถ้าคุณผู้หญิงประมาณกันค่ะ ฉะนั้นแล้ววันนี้เรามีเรื่องราวของชุดชั้นในสีดำเสี่ยงโรคมะเร็งมาฝากกันในวันนี้ คุณผู้หญิงผู้รักสุขภาพทั้งหลายห้ามละเลยเด็ดขาดเลยนะค่ะ แล้วถ้าไม่อยากเสี่ยงกับโรคมะเร็งที่มาจากชุดชั้นในสีดำล่ะก็ ตามเรามาทำความรู้จักกับเรื่อง "ชุดชั้นในสีดำ...เสี่ยงมะเร็ง!" กันเลยดีกว่าค่ะ เพื่อสุขภาพที่ดีของคุณผู้หญิงกันทุกคนเลยนะคะ

คุณรู้หรือไม่ว่า...ชุดชั้นในสีดำ...เสี่ยงมะเร็ง!
จากการศึกษาของนิตยสาร Öko-Test ในประเทศเยอรมนีที่ทำการทดสอบชุดชั้นในสีดำ 25 ตัว พบสารก่อมะเร็ง เนื่องจากชุดชั้นในสีดำบางยี่ห้อมีสารเคมีสีดำในปริมาณสูงซึ่งเป็นที่ต้องสงสัยว่าจะเป็นตัวก่อมะเร็ง เพราะเมื่อผู้สวมใส่มีเหงื่อออกสารเคมีก็จะตกสีออกมาทำให้ผิวหนังได้รับสารเคมีอันตรายและมันจะกระตุ้นให้เกิดมะเร็งได้

นอกจากสารเคมีสีดำก็ยังพบสารอันตรายที่ชื่อว่า Diethyhexylpthalate (DEHP) ซึ่งเป็นตัวยึดทรงชุดชั้นใน สารตัวนี้ติดอันดับในรายการสารอันตรายที่ทางสหภาพยุโรประบุไว้ เพราะเป็นสารก่อมะเร็งและเป็นสารต้องห้ามสำหรับของเด็กเล่นและผลิตภัณฑ์ทารก
แต่สาวๆ ที่มีชุดชั้นในสีดำก็อย่าเพิ่งตกใจจนต้องโยนชุดชั้นในสีดำทิ้งนะคะ ผู้เชี่ยวชาญได้แนะนำว่า หากซื้อชุดชั้นในสีดำมาก็จะต้องซักล้างให้สะอาดเกลี้ยงเกลาก่อนใส่ทุกครั้งค่ะ

วันอังคารที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2555

สารเคมีที่มักพบในเครื่องสำอาง


 สารเคมีที่มักพบในเครื่องสำอาง

วันนี้เราพาสาวๆทั้งหลายมาเรียนรู้สารเคมีที่เป็นส่วนประกอบในเครื่องสําอางเพื่อประโยนช์ครั้งหน้าในการเลือกซื้อเครื่องสำอางได้ตามความต้องการที่ถูกต้องของสาวๆกันค่ะ เพราะถ้าคุณรู้ ถึงคุณสมบัติเครื่องสําอางจะทำให้คุณได้รับประโยชน์และป้องกันอันตรายแก่ผิวของคุณได้อย่างเต็มที่เพื่อผิวสวยและนุ่มนวลค่ะ


สารเคมีทั่วไป

Lanolin : ลาโนลิน สารสกัดที่ได้จากธรรมชาติให้ความชุ่มชื้นแก่ผิวป้องกันการแห้งตึง แต่การวิจัยบางชิ้นพบว่าอาจก่อให้เกิดการระคายเคืองและเป็นสาเหตุหนึ่งของการอุดตันและการก่อตัวของสิว

Mineral Oil : มิเนอรัลออยล์ เป็นผลผลิตที่ได้จากการกลั่นน้ำมันปิโตรเลียมใช้เป็นสารทำความหล่อลื่นในเครื่องสำอาง พบได้ในโลชั่น มอยเจอร์ไรเซอร์ ครีมล้างหน้า อายครีม ฯลฯ ซึ่งมีโมเลกุลค่อนข้างใหญ่ จึงไม่สามารถซึมลงไปใต้ผิวหนังอย่างที่เคยคิดกันแม้จะไม่ก่อให้เกิดโทษร้ายแรงแต่ก็ไม่มีประโยชน์ต่อผิว

Glycerin : กลีเซอรีน เป็นสารที่เกิดจากการเติมด่างลงไปในไขมันใช้มากในการทำสบู่และเครื่องสำอางที่มีคุณสมบัติช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิว รวมถึงน้ำยาบ้วนปากและยาสีฟันโดยได้รับการรับรองว่าปลอดภัยไม่ทำให้ระคายเคือง

Propylene Glycol : โพรไพลีน ไกลคอล นิยมใช้กันมากในเครื่องสำอางดูแลผิวที่ต้องการคุณสมบัติกักเก็บความชุ่มชื้น และซึมผ่านเข้าสู่ชั้นผิวหนังได้ดีปลอดภัยต่อผิว

Dimethicone :
ไดเมธิโคน คือน้ำมันซิลิโคนชนิดหนึ่งใช้เป็นเบสของผลิตภัณฑ์ที่มีลักษณะเป็นครีมต่าง ๆ ไม่เป็นอันตรายต่อผิว

Polysorbate :
โพลีซอร์เบต มักพบในเครื่องสำอางที่มีส่วนผสมของน้ำมันหอมระเหย เพราะเป็นสื่อผสมให้น้ำสามารถเข้ากับน้ำมันหอมระเหยได้ค่อนข้างปลอดภัยต่อคน

Cocamidopropyl Betaine :
โคคามิโดโพรพิล บีเทน เป็นสารที่ได้จากน้ำมันมะพร้าวมักใช้ผสมในผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดต่าง ๆ เช่น สบู่ แชมพู คอนดิชั่นเนอร์ หรือโฟมล้างหน้า ช่วยในการลดแรงตึงผิวของน้ำและทำให้เกิดฟอง แต่หากใช้ในปริมาณมากเกินไปอาจก่อให้เกิดอาการแพ้ได้

Butylene Glycol :
บิวไทลีน ไกลคอล เป็นสารที่ทำหน้าที่เก็บกักความชุ่มชื้นรักษากลิ่นและความเข้มข้นของผลิตภัณฑ์ให้คงรูป มักเป็นส่วนผสมของโลชั่นต่าง ๆ ไม่เป็นอันตรายต่อผิว

Phenoxyethanol : ฟีน็อกซ์ซีธานอล พบได้ในเครื่องสำอางที่มีน้ำหอมผสมอยู่เพราะมีคุณสมบัติทำให้น้ำหอมคงตัว ช่วยฆ่าเชื้อแบคทีเรียได้แต่ต้องไม่ใช้ในปริมาณที่เข้มข้นไม่เช่นนั้นอาจเกิดอาการแพ้ได้

Sodium Chloride : โซเดียมคลอไรด์ หรือเกลือทะเลไม่ก่อให้เกิดอันตรายแต่อย่างใด แต่หากใช้ในปริมาณที่เข้มข้นเกินไปก็ทำให้ผิวแห้งและระคายเคืองได้พบในน้ำยาบ้วนปาก สบู่ อายครีม เกลืออาบน้ำ เป็นต้น

Stearic Acid : กรดสเตียริก เป็นสารที่เกิดไขมันและน้ำมันจากสัตว์จึงค่อนข้างปลอดภัย มักใช้เป็นส่วนผสมในผลิตภัณฑ์ระงับกลิ่นกาย โลชั่น ครีมรองพื้น และสบู่ มีคุณสมบัติช่วยสร้างความนุ่มนวล ลื่น เป็นประกายแวววาว


สารเคมีที่ควรระวัง

Hydroquinone :
ไฮโดรควิโนน สารนี้เป็นส่วนผสมในเครื่องสำอางทาฝ้าหาใช้ในระยะยาวจะก่อให้เกิดผลเสียต่อผิวอย่างมาก เช่น แพ้ ระคายเคือง และทำให้ผิวหน้าดำคล้ำกลายเป็นผ้าถาวร

Sodium Laureth Sulfate : โซเดียมลอริธซัลเฟต พบได้ในโฟมล้างหน้า ยาสีฟัน และในแชมพูมากที่สุด(ประมาณ 90 % ของแชมพูท้องตลาด) อาจก่อให้เกิดอาการแพ้ได้ในบางคน ดังนั้นหากมีผิวบอบบางแพ้ง่ายควรหลีกเลี่ยง

Formaldehyde :
ฟอร์มาลดีไฮด์ ช่วยฆ่าเชื้อโรคและเชื้อราต่าง ๆ พบมากในยาทาเล็บ สบู่ และแชมพู หากสูดดมมาก ๆ อาจเป็นอันตรายต่อระบบหายใจได้

S. D. Alcohol : เอส. ดี. แอลกอฮอล์ ใช้ในเครื่องสำอางประเภทรักษาความมันและสิวอุดตัน โดยจะเป็นตัวนำน้ำมันและสิ่งสกปรกออกไปรวมทั้งน้ำหล่อเลี้ยงบนชั้นผิวด้วย จึงทำให้ผิวขาดความชุ่มชื้นและแห้งตึงได้

Sodium Hydroxide :
โซเดียมไฮดรอกไซด์ ใช้เป็นส่วนประกอบหลักใน สบู่ แชมพู น้ำยายืดผม ซึ่งเป็นสารที่มีความเป็นด่างสูง จึงอาจทำให้ผิวหรือหนังศีรษะแห้งลอกหรือเกิดการอักเสบได้

Talc/Talcum : แป้งทัลส์หรือทัลคัมที่พบได้ทั่วไปในผลิตภัณฑ์แป้งฝุ่น แป้งอัดแข็ง บลัชออน อายแชโดว์ หรือสเปรย์ระงับกลิ่นกาย ให้ความรู้สึกลื่น นุ่มนวล แต่ไม่ควรใช้กับส่วนเล้นลับเพราะมีการวิจัยพบว่าอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งมดลูกได้มากกว่าปรกติถึง 3 เท่า

Steroid :
สเตียรอยด์ สารอันตรายที่ก่อให้เกิดความผิดปรกติของผิวหนังได้ เนื่องจากสเตียรอยด์เป็นสารอันตรายผู้ผลิตจึงมักไม่ระบุชื่อลงไปในฉลาก ดังนั้นจึงควรเลือกเครื่องสำอางที่น่าเชื่อถือมีเลขทะเบียนอนุญาตจำหน่ายหรือตราที่รับรองว่าผ่านการตรวจสอบแล้ว

วันศุกร์ที่ 7 กันยายน พ.ศ. 2555

แต่งหน้าผิด!!!มีวิธีแก้ง่ายๆจ้า


 "แต่งหน้าผิด" ทำไงดี? มีทางแก้ไข!!
ปัญหาแต่งหน้าเลอะ แต่งหน้าผิด เกิดขึ้นได้กับคุณผู้หญิงกันอยู่บ่อยๆ ใช่ไหมล่ะค่ะเราเชื่อว่า คงมีคุณผู้หญิงจำนวนไม่น้อยเลยทีเดียวที่เจอะเจอกับปัญหา "แต่งหน้าเลอะ" "แต่งหน้าผิด" แบบนี้ โดยเฉพาะเวลาที่ต้องรีบเร่งด้วยแล้วเมื่อเจอกับเหตุการณ์แบบนี้อาจจะถึงกับออกอาการเซ็งกันเลยทีเดียวค่ะ วันนี้ เรามาหา วิธีแก้ไขข้อผิดพลาดเวลาแต่งหน้า มาให้คุณผู้หญิงไ้ด้นำเคล็ดลับนี้ไปใช้กัน จะได้ไม่ต้องเกิดปัญหา "แต่งหน้าเลอะ" "แต่งหน้าผิด" กันอีกค่ะ ว่าแล้วมาดูเคล็ดลับ วิธีแก้ไขข้อผิดพลาดเวลาแต่งหน้า ที่เรานำมาแนะนำกันเลยดีกว่าไหมคะ แล้วอย่าลืมท่องจำกันให้ขึ้นใจนะคะ เพราะถ้าเกิดปัญหา "แต่งหน้าเลอะ" "แต่งหน้าผิด" กันขึ้นมาอีกจะได้หยิบเคล็ดลับนี้กันได้อย่างทันเวลาฉิวเฉียดยามแต่งหน้าเร่งรีบของคุณค่ะ ต่อไปคงไม่เกิดคำถามที่ว่า "แต่งหน้าเลอะ" "แต่งหน้าผิด" ทำไงดี? กันแล้วนะค่ะ เพราะว่ามีทางแก้ไขอยู่นี่แล้วค่ะ

1. รองพื้นหนาเกินไป
ให้ใช้สเปรย์น้ำแร่ฉีด จากนั้นใช้พัฟฟองน้ำเกลี่ยรองพื้นที่ลงไว้ให้ทั่ว พอหน้าแห้งก็พร้อมแต่งหน้าขั้นตอนต่อไปได้เลย
2. เขียนคิ้วเข้มเกิน
หยิบมาสคาร่าสีทองหรือสีน้ำตาลทองมาปัดทับคิ้วสีคิ้วจะดูอ่อนลงทันที
3. ลงอายแชโดว์สีเข้มเกิน
ใช้พู่กันแต่งหน้าด้ามยาวหัวแปรงเล็กค่อยๆ ปัดฝุ่นอายแชโดว์ที่เกินออก
4. อายไลเนอร์แบบน้ำทาแล้วเส้นไม่คมสวยหรือไม่เป็นเส้นแบบที่ต้องการ
เขียนอายไลเนอร์ให้เส้นใหญ่ขึ้นเพื่อกลบความผิดพลาด แต่ถ้าต้องการเขียนใหม่ให้ใช้คลีนเซอร์ลบเครื่องสำอางลบความไม่เรียบร้อยของเส้นแค่เกลี่ยบริเวณที่เกิน รอให้แห้ง เท่านี้ก็พร้อมลงอายไลเนอร์ใหม่แล้ว
5. ปัดมาสคาร่าเลอะใบหน้า
ให้ใช้คอตตอนบัดจุ่มอายรีมูฟเวอร์แล้วเช็ดบริเวณที่เลอะออกทันที จากนั้นใช้แปรงแต้มแป้งเกลียบริเวณดังกล่าวให้เรียบเนียน
6. ปัดแก้มแดงเกินไป
ให้ใช้บลัชออนสีอ่อนกว่าเลือกแบบมีประกายมุกปัดทับสีจะดูอ่อนลงทันที หรือถ้ารู้สึกว่าเกินเยียวยาให้ใช้พู่กันขนาดใหญ่แต้มแป้งทูเวย์แล้วนำมาปัดแก้มทั่วบริเวณ และที่สำคัญให้ใช้พู่กันขนาดใหญ่ห้ามใช้พัฟเด็ดขาดเพราะจะทำให้แป้งดูหนาเกินไป
แค่นี้สาวๆก็ไม่ต้องกังวลกับปํญหาเล็กน้อยที่เป็นอุปสรรคขัดขวางความสวยอีกต่อไปแล้วล่ะค่ะ  ลองนำหลากหลายวิธีไปใช้กันดูนะคะ

วันอังคารที่ 12 มิถุนายน พ.ศ. 2555

สาวๆจ๋ารู้จักมะหาดกันไว้เพราะยุุคนี้เค้าแรงจริง


 สาวๆจ๋ารู้จักมะหาดกันไว้เพราะยุคนี้เค้าแรงจริง 

 สมัยก่อนเราอาจจะรู้จักมะหาดในชื่อของยาถ่ายพยาธิ  แต่ปัจจุบัน มีคนคิดค้น นำมาสกัด เป็นโลชั่น ทาตัว ซึ่งช่วย เปลี่ยนเม็ดสีในตัวเรา ทำให้เราขาวขึ้นเห็นได้อย่างชัดเจน เริ่มเป็นที่นิยม กับคนปัจจุบัน เพราะมะหาดเป็นสมุนไพรไทย ไม่ใช่สารเคมี จึงปลอดภัยและมีราคาถูก และที่สำคัญคือเห็นชัดเจนและรวดเร็วมาก ใครอยากขาวต้องลองซื้อไปใช้บ้างแล้วนะค่ะ แล้วจะรู้ว่ามะหาดช่วยให้คุณขาวได้จริงๆ
โลชั่นไวท์เทนนิ่งมะหาดที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในขณะนี้
เนื้อครีบโลชั่นตัวนี้ไม่เหนียวเหนอะหนะ ซึมเข้าสู่ผิวหนังได้ไว เหมาะกับสาวๆเมืองไทยที่ผิวคล้ำจากแดด หรือโดยธรรมชาติ ใช้แล้วรับรองต้องติดใจอย่างแน่นอน เพราะ ขาวจริงในไม่กี่วันผิวคุณจะพลัดสีผิวได้อย่างชัดเจน ช่วยให้ผิวของคุณขาวเด่นตามไตล์สาวเกาหลีเลยค่ะ แถมยังปลอดภัยเพราะเป็นสมุนไพรไทยอีกด้วย 
สารสกัดมะหาด ช่วยยับยั้งเอนไซม์ไทโรซิเนสที่ทำปฏิกริยาในการสร้างเม็ดสีผิวช่วยให้ผิวขาวใสกระจ่างขึ้นอย่างธรรมชาติ เพราะไปช่วยลดเลือนจุดด่างดำบนผิวกายโดยตรงให้ขาวขึ้นไม่ว่าจะสาเหตุจากผิวของคุณผิดปกติ หรือเสียจากแสงแดด

ข้อดีของครีมมะหาด
ผิวขาวไวใน วัน เมื่อใช้อย่างต่อเนื่องเนื้อโลชั่นซึมซับได้ดี ไม่เหนียวเหนอะหนะให้รำคาญมีกลิ่นหอมไฮโซเลิศๆ เหมือนดอกไม้ ไม่เหมือนใครเห็นผลรวดเร็วทันใจ ถ้าหลีกเลี่ยงแสงแดดขณะใช้ครีมมะหาดนี้
ผลวิจัย
เภสัชศาสตร์ จุฬาฯได้ค้นพบว่า แก่นของมะหาด ซึ่งเป็นสมุนไพรไทย ช่วยลดความเข้มข้น
ของเม็ดสีเมลานินที่อยู่ในผิวหนังของคนเราได้! ซึ่งปลอดภัยและยังไม่ทำให้คนที่ระคายผิวง่าย 
หรือ ผิวบอบบาง เกิดอาการแต่อย่างใดอ้างอิงจากผลจากห้องทดลองกับหนูตะเภาว่า
มีประสิทธิภาพในการลดสีผิวกับมัน ต่อมาจึงนำมาทดลองกับอาสาสมัครจำนวน 4 คน 
ซึ่งให้ทาสารสะกัดจากแก่นของมะหาดลงบนแขนวันละ 2 ครั้ง เช้า-เย็น 
เป็นเวลา 4 อาทิตย์ ได้ทำการตรวจวัดความเข้มข้นของสีผิวด้วยเครื่อง Mexameter 
ควบคู่ตลอดการทดลอง พบว่ามีแนวโน้มของเม็ดสีผิวที่แขนลดลงอย่างเห็นได้ชัด 
นอกจากนี้ยังพบอีกว่าไม่ส่งผลต่อการระคายเคืองผิวหนัง ต่อมาจึงเพิ่มจำนวนอาสา
สมัครมากขึ้นเป็น 60 คน ใช้เวลา 12 อาทิตย์  โดยแบ่งผู้ทดลองออกเป็น 3 กลุ่มย่อย 
เพศหญิง 20 คน อายุ 20 – 48 ปี ที่มีผิวหนังปกติ ให้ทาสารสกัดมะหาดลงบนแขนวันละ 2 ครั้ง เช้า-เย็น
ผลการทดลองพบว่าผิวหนังของผู้ทดลองในโครงการนี้มีผิวขาวขึ้นอย่างเห็นได้ชัดมากขึ้นเรื่อยๆใน 4 อาทิตย์

วันพฤหัสบดีที่ 7 มิถุนายน พ.ศ. 2555

สาวๆมาทำความรู้จักกับอัลฟ่าอาร์บูตินกัน


ช่วงนี้สาวๆคงได้ยินคำว่า อัลฟ่าอาร์บูติน กันบ่อยเลยใช่มั๊ยคะ แต่บางคนอาจยังไม่ทราบว่าอัลฟ่าอาร์บูตินคืออะไร และมีประโยชน์อย่างไร งั้นวันนี้เราจะพาเพื่อนๆมาทำความรู้จักกับอัลฟ่าอาร์บูตินกันค่ะ
อัลฟ่าอาร์บูตินคืออะไร ?
arbutin เป็นสารสกัดจากพืชหลากหลายชนิด โดยส่วนใหญ่จะมาจากต้น Bearberry ซึ่งมีสารช่วยยับยั้งการสร้างเม็ดสีเมลานินบนผิวหนังมนุษย์อย่างได้ผล ซึ่งปัจจุบันถือว่าเป็นสินค้าที่มีความต้องการในตลาดสูง เพราะช่วยลดรอยด่างดำ กระ ฝ้า และช่วยปรับให้ผิวขาวได้จริง ในแง่วิทยาศาสตร์จะเรียกว่าเป็น
ผล bearberry
ผล bearberry ส่วนผสมหลักของ Alpha arbutin
กลุ่มเดียวกับสารอนุพันธ์ไฮโดรคิวโนน (Hydroquinone) ซึ่งกลุ่มนี้ยังแยกเป็นอีก 2 ประเภทคือ 1. เป็นกลุ่มสารเคมีที่มีผลค้างเคียง 2. ไม่มีผลข้างเคียง ซึ่งสารจากต้น Bearberry ถูกจัดอยู่ในกลุ่มหลังซึ่งปลอดภัย 100%
สารอัลฟ่าอาบูตินจะพบได้ในส่วนผสมเครื่องสำอางค์ หรือครีมบำรุงผิวพรรณในท้องตลาดมาก ซึ่งจัดอยู่ในกลุ่มสินค้าเกรดสูง ราคาแพง เพราะต้นทุนสูง เช่น ครีมหน้าเด้ง ครีมหน้าใส ครีมหน้าขาว สูตรต่างๆตามท้องตลาด ซึ่งเพื่อนๆคงเคยได้ยินว่าครีมตัวนี้ผสมโกจิเบอรรี่ใช่ไหมคะ นั่นก็เป็นสารตระกูลเดียวกับอัลฟ่าอาบูตินค่ะ ซึ่งพืชตระกูลนี้สามารถช่วยให้ผิวขาวได้จริงค่ะ
อัลฟ่าอาร์บูตินทำให้ขาวจริงไหม?
หากได้อ่านตามเอกสารอ้างอิงทางการแพทย์และตามรีวิวในอินเตอร์เน็ทจะพบว่าทำให้ขาวจริงค่ะ แต่ต้องควบคู่กับพฤติกรรมของผู้ใช้ด้วยว่า หลีกเลี่ยงแสงแดด พักผ่อนให้เพียงพอ  กินอาหารให้ครบ 5 หมู่ และที่สำคัญไม่เครียดค่ะ ปัจจัยเหล่านี้จะเป็นปัจจัยหลักที่จะช่วยให้ผิวพรรณผ่องใส ส่วนสารอัลฟ่าอาบูตินเป็นตัวช่วยให้ขาวง่ายขึ้น และไวขึ้นค่ะ
อัลฟ่าอาร์บูตินมีประโยชน์จริงหรือ?
อัลฟ่าอาร์บูตินช่วยให้ผิวขาวขึ้นจริงและเป็นที่ยอมรับในระดับโลก ซึ่งสารชนิดนี้ถูกจัดอยู่ในกลุ่มเดียวกับพวก วิตามินซี สารโกจิ ที่ช่วยให้ผิวพรรณขาวขึ้นโดยไม่มีผลข้างเคียงค่ะ สาวๆทราบถึงประโยชน์ของอัลฟ่าอาร์บูตินแล้ว ก่อนซื้อเครื่องสำอาง หรือครีมบำรุงผิวต้องดูให้แน่ใจก่อนนะคะ