แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ผิวขาว แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ผิวขาว แสดงบทความทั้งหมด

วันพุธที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2555

รักแร้ขาวๆแบบไม่เปลืองเงิน


รักแร้ขาวๆแบบไม่เปลืองเงิน

การมีรักแร้ดำมีแต่จะทำให้คุณผู้หญิงหมดความมั่นใจ จะใส่เซื้อแขนกุดหน่อยก็ไม่ได้ ต้องคอยปกปิดอยู่ตลอดเวลา แต่ไม่ต้องกังวลไป ลองมาดูวิธีที่ช่วยให้คุณผู้หญิงรักแร้ขาวได้ง่ายๆ แบบไม่เปลืองเงินกัน

1. จำไว้เลยว่า บรรดาพวกสารเคมีทั้งหลายที่คุณผู้หญิงหามาทานี่แหละ คือตัวการดีที่ทำรักแร้ดำ ดังนั้นแนะให้เปลี่ยนจากการใช้ครีมที่มีสารเคมีต่างๆ มาใช้เป็นวัตถุดิบที่ได้จากธรรมชาติ กันดีกว่า ถ้าอยากรักแร่ขาว ลองดูสูตรนี้ นำน้ำมะนาวผสมกับน้ำผึ้ง แล้วทาลงบนผิว บริเวณรักแร้ขอบคุณผู้หญิงเบาๆ จากนั้นปล่อยทิ้งไว้ประมาณ 15 นาทีแล้วล้างออก ด้วยน้ำสะอาด หมั่นทำบ่อยๆ แล้วคุณผู้หญิงจะเห็นว่าผิวบริเวณรักแร่จะค่อยๆ เปลี่ยนแปลงไปค่ะ

2. ใช้ผงสารพัดประโยชน์เบกกิ้งโซดา วิธีการก็คือ หลังจากที่คุณผู้หญิงอาบน้ำแล้ว ก็ใช้ผงเบกกิ้งโซดามาขัดที่ใต้วงแขนอย่างเบาๆ มือ จากนั้นทิ้งเอาไว้ประมาณ 10 นาที แล้วล้างออกด้วยสบู่อีกหนึ่งรอบแล้วะเช็ดให้แห้งสนิท หลังจากการทำความสะอาด หมั่นทำสักอาทิตย์ละ 2-3 ครั้ง เพียงแค่นี้ใต้วงแขนก็กลับมาขาวใสแล้วละคะ

3. สูตรสำหรับคุณผู้หญิงที่ชอบทำอาหาร แค่นำน้ำมะนาวมาผสมกับน้ำแตงกวา แล้วนำไปปั่นรวมกับขมิ้น จากนั้นนำส่วนผสมทั้งหมดมาทาที่รักแร้ขอคุณผู้หญิง แล้วทิ้งเอาไว้ประมาณ 20 นาที แล้วคุณก็ล้างออกด้วยน้ำสะอาด ทำบ่อยๆ เห็นความเปลี่ยนแปลงแน่นอนค่ะ

4. เพื่อให้ใต้วงแขนของคุณผู้หญิงขาวขึ้น อย่างเป็นที่น่าพอใจ ยกแขนท่าไหนก็มั่นใด้ทุกท่า ลองนำน้ำมะนาวมาผสมกับน้ำแอปเปิล (หากไม่มีก็สามารถใช้น้ำองุ่นขาวมาใช้แทนได้) จากนั้นให้ใช้สำลีหรือผ้าชุบน้ำที่ผสมแล้ว นำมาเช็ดบริเวณใต้วงแขนของคุณ ทิ้งไว้ประมาณ 20 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำเปล้่าให้สะอาด เพียงเท่านี้งลแจนก็กลับมาค่อยๆ ขาวแล้วละคะ

5. หากในครัวของคุณมีน้ำแอปเปิล ไซเดอร์ วีนีก้า (Apple cider vinegar) อยู่แล้ว ไม่จำต้องไปหาซื้อส่วนผสมเพิ่มเติม หรือใช้สารเคมีอะไรมาช่วยทั้งนั้น เพราะแค่ขวดนี้ขวดเดียวก็เอาอยู่ เพียงแค่คุณผู้หญิงนำน้ำแอปเปิ้ล ไซเดอร์ วีนีก้าทาลงไปใต้วงแขนของคุณทุก ๆ วัน แต่ละครั้งให้ทาทิ้งไว้ประมาณ 15 นาที จากนั้นล้างออกด้วยน้ำสะอาด ด้วยวิธีนี้ใต้วงแขนก็จะขาวใสขึ้นแบบทันตาเห็นเลยล่ะ ว้าว น่าลองใช่ไหมละ ^^

6. ถ้าคุณผู้หญิงมีแตงกวา หรือมันฝรั่งติดครัวอยู่บ้าง ก็สามารถนำทั้งสองอย่างมาใช้ได้เช่นกัน โดยนำแตงกวา หรือมันฝรั่ง มาหั่นเป็นชิ้น บางๆ แล้ววางที่ใต้วงแขนของคุณสักประมาณ 20 นาที แต่หากคุณผู้หญิงเป็นคนใจร้อนไม่ชอบรอ ก็ให้นำมาขัดใต้วงแขนแทน เพียงเท่านี้วงแขนก็กลับมาขาวเนียนได้เหมือนกันค่ะ 

วันจันทร์ที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2555

หน้าใสง่ายๆด้วย AHA


 
ใบหน้าสวยใส ด้วย AHA
AHA หรือ Alpha hydroxy acid เป็นกรดอินทรีย์ที่พบในธรรมชาติ และได้มีการผลิตสังเคราะห์ เพื่อใช้เป็นเวชภัณฑ์สำอางค์ AHA ที่สามารถพบได้ตามธรรมชาติ ได้แก่ Glycolic acid พบได้ในอ้อย, Lactic acid พบได้ในนมเปรี้ยว, Citric acid พบได้ในผลไม้, Malic acid พบได้ในแอปเปิ้ล และ Tartaric acid พบได้ในองุ่น

ในสมัยก่อน ตั้งแต่เมื่อชาวอียิปต์ มีความรุ่งเรืองในอารยธรรม ได้พบว่ามีการบันทึกเกี่ยวกับสตรีชาวอียิปต์ใช้นมเปรี้ยวอาบ เพื่อทำให้ผิวหนังมีความนุ่มเนียน และนี่ก็คือการใช้ Lactic acid ซึ่งเป็น AHA ตัวหนึ่ง สำหรับในเมืองไทยเอง คงเคยทราบมาว่า มีการใช้ผลไม้หรือผักในการทำให้ใบหน้ามีความเนียนเรียบ ตัวอย่างนี้ก็คงเป็นการใช้ AHA ตามธรรมชาติที่มีด้วยเหมือนกัน

ในปัจจุบัน ได้มีการสังเคราะห์ AHA และผสมอยู่ในเครื่องสำอางค์หลายยี่ห้อ โดยมีความเข้มข้นแตกต่างกัน ตั้งแต่ 3 % ถึง 30 % โดยที่มีคุณสมบัติช่วยในการลดรอยหย่นบนใบหน้า สำหรับในทางการแพทย์ ความเข้มข้นสำหรับการใช้นั้น มีตั้งแต่ 3%-15% สำหรับให้ผู้ป่วยไปใช้ที่บ้าน และ 30%-70% สำหรับการลอกผิวที่ต้องการผลที่มากกว่า โดยทำการลอกผิวโดยแพทย์
ประโยชน์ของ AHA สำหรับกลุ่มผลิตภัณฑ์เวชสำอางค์ (3%-15%) คือ

    - ทำให้ผิวหน้าเรียบเนียน
    - ทำให้ผิวหน้าดูมีน้ำมีนวล
    - ทำให้รูขุมขนไม่มีการอุดตัน
    - ช่วยลดการเกิดผิวมันและสิวดีขึ้น

ส่วนการใช้ AHA 30%-70% โดยแพทย์นั้น มีประโยชน์ในการรักษาโรคต่าง ๆ ดังนี้ 
  - สิวและตุ่มขนอักเสบ ช่วยทำให้สิวมีจำนวนน้อยลง และดีขึ้นเร็วขึ้น
       - ฝ้า พบว่าจางลงและดีขึ้น
       - รอยเหี่ยวย่น บนใบหน้า
  -ช่วยรักษาผื่นจากแสงแดด (เช่น ฝื่นดำจากแสง Solar lentigenes, ภาวะเสื่อมสภาพจากแสง Actinic degeneration)

ข้อดีของการใช้ AHA peeling คือ ไม่พบว่ามีพิษต่อร่างกาย , การลอกนั้นตื้นดังนั้นจึงมีผลข้างเคียงน้อย และ ผู้ป่วยสามารถจะทนได้ดีต่อสาร

ข้อเสียของการใช้ AHA peeling และเวชภัณฑ์สำอางค์ที่มี AHA คือ ผิวหนังจะมีความไวต่อแสงอุลตราไวโอเลตเพิ่มขึ้น กล่าวคือ อาจมีการไหม้ของผิวได้ง่ายขึ้นเมื่อตากแดง หรือมีความรู้สึกแสบผิวได้มากขึ้น และถ้าหากเป็นผู้ที่ต้องโดนแดนประจำ อาจมีความเสี่ยงต่อมะเร็งผิวหนังเพิ่มขึ้น

ข้อแนะนำสำหรับผู้ที่ใช้ หรือสนใจจะใช้ AHA หรือได้รับการทำการลอกผิวด้วย AHA คือ
   ควรใช้ยากันแดดที่มีค่า SPF ตั้งแต่ 15 ขึ้นไป
   - ควรกางร่มหรือสวมหมวก ปกป้องผิวจากแสงแดด
   - ควรทดสอบใช้บริเวณเล็กก่อน เพื่อดูว่ามีการระคายเคืองหรือไม่
   - ถ้ามีอาการแสบเคือง ให้หยุดใช้แล้วปรึกษาแพทย์

วันอังคารที่ 12 มิถุนายน พ.ศ. 2555

สาวๆจ๋ารู้จักมะหาดกันไว้เพราะยุุคนี้เค้าแรงจริง


 สาวๆจ๋ารู้จักมะหาดกันไว้เพราะยุคนี้เค้าแรงจริง 

 สมัยก่อนเราอาจจะรู้จักมะหาดในชื่อของยาถ่ายพยาธิ  แต่ปัจจุบัน มีคนคิดค้น นำมาสกัด เป็นโลชั่น ทาตัว ซึ่งช่วย เปลี่ยนเม็ดสีในตัวเรา ทำให้เราขาวขึ้นเห็นได้อย่างชัดเจน เริ่มเป็นที่นิยม กับคนปัจจุบัน เพราะมะหาดเป็นสมุนไพรไทย ไม่ใช่สารเคมี จึงปลอดภัยและมีราคาถูก และที่สำคัญคือเห็นชัดเจนและรวดเร็วมาก ใครอยากขาวต้องลองซื้อไปใช้บ้างแล้วนะค่ะ แล้วจะรู้ว่ามะหาดช่วยให้คุณขาวได้จริงๆ
โลชั่นไวท์เทนนิ่งมะหาดที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในขณะนี้
เนื้อครีบโลชั่นตัวนี้ไม่เหนียวเหนอะหนะ ซึมเข้าสู่ผิวหนังได้ไว เหมาะกับสาวๆเมืองไทยที่ผิวคล้ำจากแดด หรือโดยธรรมชาติ ใช้แล้วรับรองต้องติดใจอย่างแน่นอน เพราะ ขาวจริงในไม่กี่วันผิวคุณจะพลัดสีผิวได้อย่างชัดเจน ช่วยให้ผิวของคุณขาวเด่นตามไตล์สาวเกาหลีเลยค่ะ แถมยังปลอดภัยเพราะเป็นสมุนไพรไทยอีกด้วย 
สารสกัดมะหาด ช่วยยับยั้งเอนไซม์ไทโรซิเนสที่ทำปฏิกริยาในการสร้างเม็ดสีผิวช่วยให้ผิวขาวใสกระจ่างขึ้นอย่างธรรมชาติ เพราะไปช่วยลดเลือนจุดด่างดำบนผิวกายโดยตรงให้ขาวขึ้นไม่ว่าจะสาเหตุจากผิวของคุณผิดปกติ หรือเสียจากแสงแดด

ข้อดีของครีมมะหาด
ผิวขาวไวใน วัน เมื่อใช้อย่างต่อเนื่องเนื้อโลชั่นซึมซับได้ดี ไม่เหนียวเหนอะหนะให้รำคาญมีกลิ่นหอมไฮโซเลิศๆ เหมือนดอกไม้ ไม่เหมือนใครเห็นผลรวดเร็วทันใจ ถ้าหลีกเลี่ยงแสงแดดขณะใช้ครีมมะหาดนี้
ผลวิจัย
เภสัชศาสตร์ จุฬาฯได้ค้นพบว่า แก่นของมะหาด ซึ่งเป็นสมุนไพรไทย ช่วยลดความเข้มข้น
ของเม็ดสีเมลานินที่อยู่ในผิวหนังของคนเราได้! ซึ่งปลอดภัยและยังไม่ทำให้คนที่ระคายผิวง่าย 
หรือ ผิวบอบบาง เกิดอาการแต่อย่างใดอ้างอิงจากผลจากห้องทดลองกับหนูตะเภาว่า
มีประสิทธิภาพในการลดสีผิวกับมัน ต่อมาจึงนำมาทดลองกับอาสาสมัครจำนวน 4 คน 
ซึ่งให้ทาสารสะกัดจากแก่นของมะหาดลงบนแขนวันละ 2 ครั้ง เช้า-เย็น 
เป็นเวลา 4 อาทิตย์ ได้ทำการตรวจวัดความเข้มข้นของสีผิวด้วยเครื่อง Mexameter 
ควบคู่ตลอดการทดลอง พบว่ามีแนวโน้มของเม็ดสีผิวที่แขนลดลงอย่างเห็นได้ชัด 
นอกจากนี้ยังพบอีกว่าไม่ส่งผลต่อการระคายเคืองผิวหนัง ต่อมาจึงเพิ่มจำนวนอาสา
สมัครมากขึ้นเป็น 60 คน ใช้เวลา 12 อาทิตย์  โดยแบ่งผู้ทดลองออกเป็น 3 กลุ่มย่อย 
เพศหญิง 20 คน อายุ 20 – 48 ปี ที่มีผิวหนังปกติ ให้ทาสารสกัดมะหาดลงบนแขนวันละ 2 ครั้ง เช้า-เย็น
ผลการทดลองพบว่าผิวหนังของผู้ทดลองในโครงการนี้มีผิวขาวขึ้นอย่างเห็นได้ชัดมากขึ้นเรื่อยๆใน 4 อาทิตย์