แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เคล็ดลัพธ์ความขาว แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เคล็ดลัพธ์ความขาว แสดงบทความทั้งหมด

วันพุธที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2555

รักแร้ขาวๆแบบไม่เปลืองเงิน


รักแร้ขาวๆแบบไม่เปลืองเงิน

การมีรักแร้ดำมีแต่จะทำให้คุณผู้หญิงหมดความมั่นใจ จะใส่เซื้อแขนกุดหน่อยก็ไม่ได้ ต้องคอยปกปิดอยู่ตลอดเวลา แต่ไม่ต้องกังวลไป ลองมาดูวิธีที่ช่วยให้คุณผู้หญิงรักแร้ขาวได้ง่ายๆ แบบไม่เปลืองเงินกัน

1. จำไว้เลยว่า บรรดาพวกสารเคมีทั้งหลายที่คุณผู้หญิงหามาทานี่แหละ คือตัวการดีที่ทำรักแร้ดำ ดังนั้นแนะให้เปลี่ยนจากการใช้ครีมที่มีสารเคมีต่างๆ มาใช้เป็นวัตถุดิบที่ได้จากธรรมชาติ กันดีกว่า ถ้าอยากรักแร่ขาว ลองดูสูตรนี้ นำน้ำมะนาวผสมกับน้ำผึ้ง แล้วทาลงบนผิว บริเวณรักแร้ขอบคุณผู้หญิงเบาๆ จากนั้นปล่อยทิ้งไว้ประมาณ 15 นาทีแล้วล้างออก ด้วยน้ำสะอาด หมั่นทำบ่อยๆ แล้วคุณผู้หญิงจะเห็นว่าผิวบริเวณรักแร่จะค่อยๆ เปลี่ยนแปลงไปค่ะ

2. ใช้ผงสารพัดประโยชน์เบกกิ้งโซดา วิธีการก็คือ หลังจากที่คุณผู้หญิงอาบน้ำแล้ว ก็ใช้ผงเบกกิ้งโซดามาขัดที่ใต้วงแขนอย่างเบาๆ มือ จากนั้นทิ้งเอาไว้ประมาณ 10 นาที แล้วล้างออกด้วยสบู่อีกหนึ่งรอบแล้วะเช็ดให้แห้งสนิท หลังจากการทำความสะอาด หมั่นทำสักอาทิตย์ละ 2-3 ครั้ง เพียงแค่นี้ใต้วงแขนก็กลับมาขาวใสแล้วละคะ

3. สูตรสำหรับคุณผู้หญิงที่ชอบทำอาหาร แค่นำน้ำมะนาวมาผสมกับน้ำแตงกวา แล้วนำไปปั่นรวมกับขมิ้น จากนั้นนำส่วนผสมทั้งหมดมาทาที่รักแร้ขอคุณผู้หญิง แล้วทิ้งเอาไว้ประมาณ 20 นาที แล้วคุณก็ล้างออกด้วยน้ำสะอาด ทำบ่อยๆ เห็นความเปลี่ยนแปลงแน่นอนค่ะ

4. เพื่อให้ใต้วงแขนของคุณผู้หญิงขาวขึ้น อย่างเป็นที่น่าพอใจ ยกแขนท่าไหนก็มั่นใด้ทุกท่า ลองนำน้ำมะนาวมาผสมกับน้ำแอปเปิล (หากไม่มีก็สามารถใช้น้ำองุ่นขาวมาใช้แทนได้) จากนั้นให้ใช้สำลีหรือผ้าชุบน้ำที่ผสมแล้ว นำมาเช็ดบริเวณใต้วงแขนของคุณ ทิ้งไว้ประมาณ 20 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำเปล้่าให้สะอาด เพียงเท่านี้งลแจนก็กลับมาค่อยๆ ขาวแล้วละคะ

5. หากในครัวของคุณมีน้ำแอปเปิล ไซเดอร์ วีนีก้า (Apple cider vinegar) อยู่แล้ว ไม่จำต้องไปหาซื้อส่วนผสมเพิ่มเติม หรือใช้สารเคมีอะไรมาช่วยทั้งนั้น เพราะแค่ขวดนี้ขวดเดียวก็เอาอยู่ เพียงแค่คุณผู้หญิงนำน้ำแอปเปิ้ล ไซเดอร์ วีนีก้าทาลงไปใต้วงแขนของคุณทุก ๆ วัน แต่ละครั้งให้ทาทิ้งไว้ประมาณ 15 นาที จากนั้นล้างออกด้วยน้ำสะอาด ด้วยวิธีนี้ใต้วงแขนก็จะขาวใสขึ้นแบบทันตาเห็นเลยล่ะ ว้าว น่าลองใช่ไหมละ ^^

6. ถ้าคุณผู้หญิงมีแตงกวา หรือมันฝรั่งติดครัวอยู่บ้าง ก็สามารถนำทั้งสองอย่างมาใช้ได้เช่นกัน โดยนำแตงกวา หรือมันฝรั่ง มาหั่นเป็นชิ้น บางๆ แล้ววางที่ใต้วงแขนของคุณสักประมาณ 20 นาที แต่หากคุณผู้หญิงเป็นคนใจร้อนไม่ชอบรอ ก็ให้นำมาขัดใต้วงแขนแทน เพียงเท่านี้วงแขนก็กลับมาขาวเนียนได้เหมือนกันค่ะ 

วันพฤหัสบดีที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

6 วิธีง่ายๆช่วยบรรเทาอาการปวดประจำเดือน!!!!


6 วิธีง่ายๆช่วยบรรเทาอาการปวดประจำเดือน!!!!


บอกลามันฝรั่งทอด

ไม่ใช่แค่มันฝรั่งทอดนะจ๊ะ แต่หมายถึงอาหารทุกชนิดที่มีรสเค็ม รวมทั้งอาหารมัน ๆ ทั้งหลาย จำพวกจังก์ฟู้ดทั้งหลายนั่นแหละตัวดีเลยค่ะ เพราะปกติแล้วร่างกายจะสร้างสารพรอสตาแกลนดินส์ขึ้นมาให้กล้ามเนื้อมดลูกบีบ ตัวขับเลือดประจำเดือนออกมา แต่ถ้าหากคุณทานอาหารรสเค็มจัด หรือมันจัด ร่างกายจะผลิตสารนี้ออกมามากเกินไป ทำให้กล้ามเนื้อมดลูกถูกบีบตัวแรงขึ้น ทีนี้ อาการปวดท้องของคุณก็จะยิ่งเลวร้ายกว่าเดิมอีก


นอนขดตัว 

ฟังดูอาจเป็นเรื่องตลก แต่การนอนขดตัวท่าเดียวกับเด็กทารกในครรภ์จะช่วยบรรเทาอาการปวดท้องให้คุณ ผู้หญิงได้ เคยสังเกตไหมล่ะ เวลาเด็กทารกปวดท้องมักจะชันขาขึ้นมาไว้ใกล้ ๆ ท้อง นี่เป็นการตอบสนองอัตโนมัติของร่างกายที่บอกให้รู้ว่า ท่านี้แหละช่วยผ่อนคลายกล้ามเนื้อท้อง และบรรเทาอาการเจ็บปวดได้ 

ทานผักสิ

ผักใบสีเขียวเข้ม อย่างเช่น ผักโขม ผักปวยเล้ง เต็มไปด้วยธาตุแมกนีเซียม ซึ่งผลการศึกษาพบว่า แมกนีเซียม คือ สารอาหารที่มีประโยชน์สำหรับผู้หญิงที่ปวดท้องประจำเดือน เพราะมันจะไปช่วยคลายกล้ามเนื้อมดลูก ทำให้อาการปวดของคุณลดน้อยลง ซึ่งนอกจากจะพบแมกนีเซียมในผักใบเขียวแล้ว ยังพบในเต้าหู้สด ถั่วอัลมอนด์ มะม่วงหิมพานต์ ถั่วลิสง ถั่วต้ม ข้าวกล้อง ข้าวสวย ข้าวโอ๊ต กล้วย นม และโยเกิร์ต

ใช้ความร้อนเข้าช่วย

หากใครปวดหลังก็อาจแปะแผ่นความร้อนไว้คลายปวดบนแผ่นหลัง เช่นเดียวกับการปวดท้องประจำเดือน คุณสาว ๆ หลายคนก็เลือกใช้กระเป๋าน้ำร้อนมาวางไว้บนท้องน้อย นอนพักสักครู่ ก็จะรู้สึกได้ว่า อาการปวดนั้นเริ่มทุเลาลง เพราะความร้อนมันจะไปช่วยทำให้กล้ามเนื้อที่ตึง ๆ ผ่อนคลายลง และยังช่วยบรรเทาความเจ็บปวดให้ได้ด้วย หรือจะลองลุกไปอาบน้ำอุ่น ๆ ดูก็น่าจะช่วยได้ค่ะ

กาเฟอีน

กาเฟอีน เป็นสารแซนทีนอัลคาลอยด์ที่พบได้ในกาแฟ โคล่า ชา น้ำอัดลม รวมถึงในช็อกโกแลตด้วย ดังนั้น คุณผู้หญิงควรหลีกเลี่ยงอาหารพวกนี้ โดยเฉพาะช่วงก่อนและระหว่างที่ประจำเดือนมา เพราะกาเฟอีนมีฤทธิ์ขับปัสสาวะ ซึ่งมันจะทำให้อาการปวดในช่องท้องของคุณหนักหนาสาหัสมากขึ้นอีกนะ

ดื่มน้ำมาก ๆ

ถ้าคุณดื่มน้ำมาก ๆ จะทำให้ตับทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และตับนี่แหละที่เป็นพระเอกของคุณ เพราะมันจะช่วยรักษาความสมดุลของฮอร์โมนเอสโตรเจนให้ ทำให้คุณไม่ปวดท้องประจำเดือนนั่นเอง

วันพุธที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

กรุ๊ปเลือดบอกนิสัยได้จริงหรอ??

กรุ๊ปเลือดบอกนิสัยได้จริงหริงหรอ????

ว่ากันว่าเป็นความเชื่อที่ผิดมว๊าก..และไม่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์อ้างอิงแหละคร๊า ที่มาของความเชื่อนี้ก็ได้เริ่มขึ้นในญี่ปุ่นนั่นเอง มาซาโกะ โนมิ ได้เขียนหนังสือเล่มหนึ่งเกี่ยวกับเรื่องกรุ๊ปเลือดและนิสัยโดยที่ไม่ได้รับการยอมรับในวงการวิทยาศาสตร์ของญี่ปุ่น แต่หนังสือของเขาขายดีจนคนไม่สนใจว่าเป็นเรื่องจริงหรือไม่ล่ะคร๊า 

วันพฤหัสบดีที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2555

กินคอลลาเจนช่วยให้สวยได้จริงอ่ะ?????


กินคอลลาเจนช่วยให้สวยได้จริงอ่ะ????? 

รู้เปล่าคอลลาเจนเป็นโปรตีนคุณภาพต่ำนะ(กินเปลืองตังค์อ่ะ)  จริงอยู่ที่คอลลาเจนช่วยให้ผิวดูเต่งตึง แลดูสุขภาพดี ออร่าวิ๊งๆๆ แต่ไม่ได้เป็นผลมาจากการกินคอลลาเจนนะจ๊ะ เพราะตามหลักโภชนาการแล้วเนี่ยคอลลาเจนมีคุณค่าของด้อยกว่านม ไข่และเนื้อด้วยซ้ำ คอลลาเจนจะเกิดจากการที่ร่างกายเอาโปรตีนไปใช้ ถ้าร่างกายมีคอลลาเจนผิวก็จะสวยวิ๊งๆๆเองล่ะคร๊า กินเนื้อ นม ไข่ ดีกว่านะ (ไม่เปลืองตังค์ด้วย)

วันพฤหัสบดีที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2555

งานบ้านช่วยเผาผลาญพลังงานสุดๆๆ



งานบ้านช่วยเผาผลาญพลังงานสุดๆๆ

ทำงานบ้านต่อเนื่องทุกวันเป็นเวลา 1 ชั่วโมง ช่วยเผาผลาญพลังงานส่วนเกิน ป้องกันโรคอ้วน สาเหตุของโรคแห่งความเสื่อม เช่น โรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง เส้นเลือดหัวใจตีบ และ ข้อเข่าเสื่อม ได้
ถ้าพร้อมปฏิบัติการแล้ว หยิบตะหลิว และไม้กวาดข้างกาย มาลุยกันเลยค่ะ

งานบ้าน เผาผลาญพลังงาน (กิโลแคลอรี)*
ทำอาหาร 150
ซักผ้า 120
รีดผ้า 138
กวาดพื้น 150
ตัดหญ้า 330


* พลังงานเฉลี่ยที่ร่างกายเผาผลาญในเวลา 1 ชั่วโมง ของผู้ที่มีน้ำหนัก 60 กิโลกรัม


ใครฟิตทำงานบ้านครบ 5 อย่าง ร่างกายจะเผาผลาญพลังงานรวมทั้งสิ้น 888 กิโลแคลอรี สามารถลดน้ำหนักได้ สัปดาห์ละ 1-2 กิโลกรัมเลยทีเดียว
บ้านสะอาดแถมได้ความอ่อนเยาว์ อย่าลืมทำเป็นประจำนะคะ

วันอาทิตย์ที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2555

5 อาการรับมือขณะมีประจำเดือนของผู้หญิง !!!!!!!!


5 อาการต้องรับมือขณะมีประจำเดือนของผู้หญิง

อาการป่วยทางอารมณ์ ที่มักจะสังเกตุเห็นได้ชัดเจน ได้แก่ หงุดหงิด ขี้โมโห เครียด คิดมาก กังวล ท้อแท้ หลงลืม บางคนอาจมี อารมณ์แปรปรวนมาก เช่น ซึมเศร้า เพ้อ คลุ้มคลั่ง หรืออาจทำร้ายตัวเองอาการป่วยทางร่างกาย ที่เกิดขึ้นบ่อย ได้แก่ อาการปวดหรือเจ็บตามบริเวณต่างๆ เช่น เจ็บทรวงอก หรือหัวนม อาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ ปวดหลัง ท้องอืด วิงเวียนศีรษะ เป็นสิว อ่อนเพลีย ในสาวๆ บางคนอาจมีน้ำหนักเพิ่มได้ถึง 1-2 กิโลกรัม


1. ผู้หญิงเจ้าน้ำตา
เหมือนน้ำตากับผู้หญิงจะเป็นของคู่กัน แม้ในขณะมีประจำเดือนผู้หญิงก็ยังต้องมีเรื่องให้เสียน้ำตา แต่ไม่ได้เกิดจากอาการของความเสียใจนะคะ โดยลักษณะอาการขณะมีประจำเดือนนั้น ผู้หญิงจะรู้สึกหดหู่ และร้องไห้โดยไม่มีสาเหตุ ตัดสินใจอะไรยาก สับสน ขี้หลงขี้ลืม เหนื่อยง่าย รู้สึกร่างกายไม่ได้พักผ่อนเพียงพอ
วิธีการรับมือ ควรดูแล โภชนาการให้ดี บริโภคอาหารที่มีไขมันต่ำ และควรหาเวลางีบเมื่อรู้สึกเหนื่อย เช่น การทำสมาธิหรือเล่นโยคะ จะช่วยลดอาการเศร้า หดหู่ได้


2. ผู้หญิงขี้โมโห
หากผู้หญิงมีเรื่องให้ต้องหงุดหงิด อารมณ์เสีย ยิ่งโดยเฉพาะในช่วงวันนั้นของเดือนแล้วละก็ ความอดกลั้นของผู้หญิงอาจจะระเบิดออกมาได้ง่ายๆ ประเดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย อารมณ์แปรปรวน หุนหันพลันแล่น ทำอะไรโดยไม่ยั้งคิด และรู้สึกสูญเสียโดยไม่มีสาเหตุอาการนี้เกิดขึ้นเพราะขาดน้ำตาลในเลือดทำให้หงุดหงิดง่าย
วิธีการรับมือ ควรรับประทานอาหารมื้อเล็ก ๆ แต่บ่อยครั้งขึ้น ออกกำลังกาย เช่น การเดิน หรือ การปั่นจักรยาน จะช่วยให้ร่างกายปล่อยเอ็นดอร์ฟินทำให้อารมณ์ดีขึ้น รวมทั้งควรบริโภควิตามินบี 6 และอย่าลืมบอกกล่าวคนใกล้ตัวด้วย เขาจะได้พร้อมที่จะให้อภัย^^


3. หน้าอกใหญ่ อ้วนขึ้น
ในขณะมีประจำเดือนผู้หญิงบางคน อาจมีความรู้สึกว่าหน้าอกใหญ่ขึ้น เช่นเดียวกับหน้าท้อง ที่รู้สึกแน่นขึ้นทั้งที่ยังไม่มีอะไรตกถึงท้องเลย
วิธีการรับมือ กับอาการเช่นนี้ ควรลดการบริโภคเกลือ ออกกำลังกายให้ได้สัปดาห์ละ 3 ครั้ง ครั้งละไม่ต่ำกว่า 20 นาที เพื่อผ่อนคลายกล้ามเนื้อและขับน้ำส่วนเกินออกจากร่างกาย ทานอาหารที่มีโปรตีนและไฟเบอร์สูงจะช่วยให้หน้าอกกระชับขึ้น และหากมีอาการท้องอืดหรืออาหารไม่ย่อย ควรงดการดื่มกาแฟและแอลกอฮอล์


4. หมดเรี่ยวหมดแรง
หากเกิดอาการหมดเรี่ยวแรงใจสั่น อารมณ์อ่อนไหวง่าย ร่างกายเจ็บปวดบ่อยโดยไม่มีสาเหตุ ขาดความกระตือรือร้นทางเพศ มีปัญหาเกี่ยวกับผิวในช่วงที่มีรอบเดือน เช่น สิว ฝ้า ปวดศีรษะ ปวดหลังไม่ต้องตกใจ เพราะในขณะที่ผู้หญิงมีประจำเดือนอาการต่าง ๆ เหล่านี้มักจะเกิดขึ้นอยู่เสมอ ซึ่งเกิดจากการผันแปรของฮอร์โมนเพศหญิงนั่นเอง
วิธีการรับมือ ควรงดอาหารหวานจัด แอลกอฮอล์ บุหรี่ และสารกระตุ้นทุกชนิด ควรเดินออกกำลังอย่างน้อยวันละ 30 นาที รวมทั้งบริโภควิตามินเอ เพื่อช่วยรักษาสภาพผิว


5. หิวบ่อย
อาการหิวอาจไม่เข้าใครออกใคร แต่ในผู้หญิงขณะมีประจำเดือนอาจหิวบ่อยกว่าปกติ อยากรับประทานมากกว่าปกติ อยากอาหารหวานจัด เช่น เค้ก หรือ ช๊อกโกแลต อาหารเค็ม เช่น พิซซ่า หรือ พวกถั่วอบเกลือและมีอาการเวียนศีรษะบ่อย ๆ
วิธีการรับมือ เนื่องจากสาเหตุของอาการหิวบ่อยเกิดจากการที่สารเซโรโทนินลดลงอย่างรวดเร็วในช่วงก่อนมีรอบ เดือน ทำให้ต้องการคาร์โบไฮเดรตมากกว่าปกติ เพื่อให้ร่างกายใช้ของหวานไปเพิ่มสารนี้ ควรควบคุมโภชนาการให้ถูกต้องและหากิจกรรมอื่นทำบ้าง จะได้ไม่คิดถึงแต่เรื่องกินตลอดเวลา หรือไม่ก็รับประทานเป็นผลไม้แทน

ผู้หญิงบางคนอาจมีอาการปนเปกันมากกว่า 1 ซึ่งไม่ถือว่าผิดปกติ และหากพบว่าตนเองมีอาการอยู่ในกลุ่มใดก็บำบัดให้ถูกต้องจะไม่ได้ต้องทรมาน กันทุก ๆ เดือน แต่อาการเหล่านี้เป็นอาการเพียงชั่วคราว หากคนรอบข้างเข้าใจ ให้กำลังใจ เชื่อว่าสาว ๆ ทุกคนคงผ่านช่วงเวลาดังกล่าวไปได้ไม่ยากเลยค่ะ

วันศุกร์ที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2555

รักษากระแดด..ง่ายกว่าที่คิด!!!


รักษากระแดด..ง่ายกว่าที่คิด!!

สาวๆ ทั้งหลายต้องตั้งใจฟังให้ดีเลยนะค่ะเพราะวันนี้เรามีวิธีรักษากระแดดมาฝากกันค่ะ เชื่อเลยว่าคงไม่มีสาวๆ คนไหนที่อยากจะเป็นกระแดดหรอกจริงมั้ยค่ะ กระแดดนั้นจะมีลักษณะเป็นจุดสีน้ำตาลและมักจะเกิดขึ้นเป็นจำนวนมากและยังขึ้นพร้อมๆ กันอีกโดยเฉพาะตรงบริเวณที่โดนแสงแดดมากๆ และสำหรับสาวๆ คนไหนที่มีผิวขาวด้วยแล้วล่ะก็กระแดดนี้สามารถถ่ายทอดทางพันธุกรรมได้อีกด้วยนะค่ะ แต่ว่าวันนี้สาวๆ ทั้งหลายควรจะเลือกกังวลได้ซะทีเพราะว่าวันนี้เรามี วิธีรักษากระแดด มาแนะนำให้ได้รู้กันค่ะ สำหรับวิธีรักษากระแดด เป็นวิธีที่ง่ายๆ และบางวิธียังต้องใช่ความใส่ใจในการดูแลผิวของคุณสาวๆ ทั้งหลายเป็นตัวช่วยถ้าพร้อมแล้วเราก็เข้าไปดู วิธีรักษากระแดด กันเลยดีกว่านะค่ะว่าจะเป็นอย่างไร รับรองได้เลยว่าวิธีรักษากระแดดนี้จะสามารถช่วยลดปัญหาที่น่ากังวลใจของคุณผู้หญิงได้อย่างแน่นอนค่ะ

วิธีรักษากระแดด
1. การหลีกเลี่ยงแสงแดด

2. ใช้ครีมกันแดดที่มีค่า SPF สูงอย่างระดับ 30 ขึ้นไป

3. การใช้ครีมลดเลือนจุดด่างดำนั้นทำได้แต่ต้องระวัง เพราะครีมบางชนิดมีส่วนผสมของไฮโดรควิโนน (สารฟอกขาว) ซึ่งเป็นสารอันตราย
ดังนั้น ควรปรึกษาแพทย์ผิวหนังผู้เชี่ยวชาญหรือลองใช้โยเกิร์ตรสธรรมชาติ ช้อนชาทาทิ้งไว้ 30 นาที แล้วล้างออก วันละ ครั้ง เพื่อลดเลือนจุดด่างดำแบบเป็นธรรมชาติค่ะ

วันพุธที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2555

อยากฟันขาว!!มาดูกันว่าต้องกินอะไร???


อยากฟันขาว!!!มาดูกันว่าต้องกินอะไร???

ฟันขาว เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่แสดงออกให้เห็นถึงความสะอาดในช่องปากเราเชื่อว่าหลายๆ คนก็ต้องการให้มีฟันที่ขาวอยู่ตลอดใช่ไหมหล่ะค่ะ เชื่อไหมค่ะว่าการกินก็มีส่วนช่วยทำให้ฟันขาวได้ด้วย การกินไม่ใช่แต่จะทำให้มีเศษอาหารหรือสิ่งสกปกติดฟันอย่างที่คิดหรอกนะค่ะ การกินเป็นอีกวิธีหนึ่งที่จะช่วยทำให้ฟันของเราขาวได้ด้วย แต่จะ กินอะไรให้ฟันขาว นี้สิค่ะที่หลายๆคนสงสัย เราไปดูกันเลยดีกว่านะค่ะว่า กินอะไรให้ฟันขาว เพราะเกร็ดน่ารู้ดีๆ ที่เรานำมาฝากกันในวันนี้ รับรองว่าจะต้องถูกใจหลายๆ คนที่อยากมีฟันขาวๆ อย่างแน่นอนค่ะ งั้นถ้าอยากรู้แล้วเราก็ไปดูรายละเอียดกันเลยดีกว่านะค่ะว่า กินอะไรให้ฟันขาว ไม่ต้องไปเสียเงินแพงๆ เพื่อไปขัดฟันให้ขาวสวย ลองใช้วิธีง่ายๆ ที่อยู่ใกล้ตัวดีกว่านะค่ะ

กินอะไรให้ฟันขาว? มีคำตอบ!!!
1. แอปเปิ้ล และ แครอท
ทั้งสองอย่างนี้คือผักผลไม้กรอบที่ช่วยกระตุ้นการผลิตน้ำลาย ซึ่งเป็นน้ำยาทำความสะอาดตามธรรมชาติ และด้วยความกรอบ จึงช่วยขัดคราบออกจากฟันในขณะที่เคี้ยวด้วย
2. บร็อกโคลี่
ไม่เพียงแต่บร็อกโคลี่จะมีสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยป้องกันคุณจากมะเร็งและโรคหัวใจ แต่ยังช่วยปกป้องฟันโดยการสร้างเยื่อบางๆ ที่มีฤทธิ์ต้านกรด จึงช่วยปกป้องและเคลือบฟันอีกทีหนึ่ง เคยมีงานวิจัยจากบราซิลพบว่า บร็อกโคลี่จะช่วยลดการสึกกร่อนของเคลือบฟันที่เกิดจากน้ำอัดลมได้กว่าครึ่ง
3. ส้ม และ สับปะรด
ผลไม้ทั้งสองช่วยกระตุ้นการสร้างน้ำลายสำหรับส้มนั้นลองนำด้านในของเปลือกมาถูกับฟันจะช่วยลดการสะสมของคราบ ทำให้ยิ้มของคุณสวยขึ้นอีก
4. น้ำมะนาว
สิ่งที่ต้องลองก็ คือ ผสมน้ำมะนาวกับเบคกิ้งโซดา หรือเกลือ เพื่อนำมาแปรงฟันให้ฟันขาว (อย่าลืมกลั้วปากให้สะอาดด้วยน้ำเปล่าหลังจากนั้น เพราะกรดจากน้ำมะนาวอาจทำให้เคลือบฟันกร่อนได้)
5. สตรอเบอร์รี่
แตกต่างจากเบอร์รี่สีเข้มอื่นๆ เพราะสตรอเบอร์รี่จะไม่ทำให้ฟันเป็นคราบ แต่จะช่วยขัดฟัน ลองผสมแป้งทำเป็นครีมแล้วทาลงบนฟันสัก 5 นาทีแล้วค่อยล้าง จะพบว่าฟันสะอาดขึ้น
6. เห็ดหอม
ความลับอยู่ที่น้ำตาล Lentinan ในเห็ดหอม จะช่วยป้องกันการสะสมของแบคทีเรียในช่องปากที่นำไปสู่ฟันผุและเคลือบฟันกร่อน
7. งา
เมล็ดงาทำหน้าที่เป็นเหมือนสครับที่ช่วยลดคราบฟันนอกจากนี้ยังให้แคลเซียมซึ่งจำเป็นอย่างมากต่อสุขภาพฟันที่ดี นอกจากงาแล้วถั่วอย่างเช่น อัลมอนด์ ก็ให้ผลแบบเดียวกัน
8. น้ำส้มสายชูแอปเปิ้ลไซเดอร์
นับเป็นน้ำยาขจัดคราบที่ดีมากแต่รสชาติไม่ค่อยเหมาะกับการนำไปกลั้วปากเท่าไหร่ ลองใช้แอปเปิ้ลไซเดอร์ผสมกับเบกกิ้งโซดาทำเป็นครีมไว้ถูบนฟันจะดีกว่า

Tip คุณรู้หรือไม่ว่า.. วิธีแปรงฟันที่ดีที่สุด คือ จับหัวแปรงเอียง 45 องศา แล้วค่อยๆ แปรงเป็นวงกลม เหมือนจับดินสอ คุณจะได้ไม่แปรงฟันแรงเกินไป

วันพฤหัสบดีที่ 9 สิงหาคม พ.ศ. 2555

รู้ก่อนซื้อครีมกันแดด


ค่า SPF กับ PA บนครีมกันแดด

ปัจจุบันครีมกันแดดที่ขายกันทั่วไปในห้างสรรพสินค้า หรือ ตามร้านค้า มีบางยี่ห้อบอกว่า มี SPF ที่ 130 และนอกจากนั้นถ้าคุณสังเกตเพิ่มอีกจะพบว่า มีสัญลักษณ์คำว่า “PA” แสดงหลังค่า SPF อยู่ เช่น SPF15 PA++ แล้ว “SPF” มันคืออะไร แล้วยังจะ “PA” อีกล่ะมันบอกอะไร แล้วเรามาเรียนรู้กันว่า เราควรใช้ SPF ที่มีค่าสูง ๆ หรือไม่?

ครีมกันแดด ทำงานอย่างไร
ส่วนผสมในครีมกันแดดจะทำหน้าที่ในการปกป้องผิวจากรังสี UV ด้วยการดูดซับรังสี ,ป้องกันแสง UV ไม่ให้ผ่านเข้าไปถึงชั้นผิว หรือทำให้รังสี UV แตกกระจายออกไปเพื่อไม่ให้เข้าทำร้ายผิวโดยตรง สำหรับคำแนะนำในการใช้ครีมกันแดด ครีมกันแดด ที่ดีที่สุด คือครีมกันแดดที่สามารถที่จะป้องกันแสง UV ได้เพียงพอ(ซึ่งอาจจะขึ้นกับความแรงของแสง) เพื่อให้ได้ผลดีที่สุด ควรทาครีมกันแดดก่อนออกไปสู่ที่มีแสงแดด 30 นาที(ส่วนใหญ่มักจะพบคำแนะนำนี้ตามขวดของครีมกันแดดกันนะ)
แล้ว SPF คืออะไร
SPF ย่อมาจาก Sun Protection Factor โดยค่าของการปกป้องแสงแดด ถูกกำหนดด้วยระบบของ SPF เอง โดยส่วนใหญ่จะคำนวณจากปริมาณจากการป้องกันรังสี UVB

ตัวเลขของ SPF บ่งบอกถึงความสามารถในการปกป้องผิวจากการถูกเผาไหม้จากแสงแดด ได้นานเท่าไหร่ เช่น SPF15 หมายถึง ป้องกันผิวจากการไหม้ได้ 15 เท่า เช่น ปกติคุณออกไปสู่แดดโดยไมได้ทาครีมกันแดดแล้วผิวไหม้ภายใน 20 นาที ถ้าหาก ทาครีมกันแดด SPF15 แล้ว จะทำให้การที่ผิวจะถูกแสดงแดดทำลายผิวให้ไหม้นั้น ต้องใช้เวลา เป็น 15 เท่าของ 20 นาที หรือ ประมาณ 300 นาที(5 ชั่วโมง) ผิวถึงจะถูกไหม้จากแสงแดด(ปกติถ้าไม่ใช่งานกลางแจ้งแล้วก็คงไม่ออกไปหาแดด ถึง 5 ชั่วโมงหรอกนะ ร้อนจะตาย )
ทำไม SPF สูง ก็ไม่ได้ดีกว่าเสมอไป
โดยทั่วไป ครีมกันแดด SPF ประมาณ 15 ก็เพียงพอแล้วสำหรับคนทั่ว ๆ ไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนในแถบเอเชียอย่างเรา แต่สำหรับคนที่ผิวไวต่อแดด หรือถูกผิวถูแผดเผาให้หมองคล้ำได้ง่ายนั้น ใช้ SPF 30 ก็ถือว่าเพียงพอ

ค่า SPF สูง ๆ นั้น ไม่ได้หมายความว่า จะปกป้องแสดงแดดได้ดีไปกว่า ค่า SPF ที่ต่ำกว่า ในความเป็นจริงแล้ว ค่า SPF สูง ๆ นั้นจะก่อให้เกิดการระคายเคืองต่อผิวหนังสำหรับคนที่มีผิวแพ้ง่าย และยังเป็นไปไปได้ว่าอาจจะมีผลข้างเคียงที่อาจจะก่อให้เกิดอาการแพ้เช่นอาจจะเกิดผดผื่นคันได้ นอกจากนี้ยังอาจจะทำให้สีผิวของเราไม่สม่ำเสมอ เกิดรอยด่างขึ้นได้ และยังอาจจะทำให้เสื้อผ้าเป็นคราบสีเหลืองติดเสื้อผ้าอีกด้วย

จึงแนะนำว่าควรใช้ยากันแดดค่า SPF สูง (15 ขึ้นไป) ในกรณีที่ต้องตากแดด เป็นเวลานานติดต่อกันและใช้ค่า SPF ต่ำ ในกรณีที่โดนแดดเป็นครั้งคราวระหว่างวัน
PA คืออะไร
ครีมกันแดดใหม่ ๆ ที่วางขายกันในตลาดมักประกอบไปด้วย UVA Filter และค่าที่วัดการป้องกันรังสี UVA เรียกว่า PA

PA ย่อมาจากคำว่า Protection Grade of UVA ในขณะนี้ยังไม่มีหน่วยวัดที่เป็นมาตรฐานในการวัดค่าการดูดซืมของรังสี UVA ดังนั้นจึงถือเอาคำว่า PA เป็นหน่วยวัดรังสี UVA อย่างไม่เป็นทางการ

ค่า PA นั้นจะมี 3 ระดับคือ PA+,PA++ และ PA+++
PA+++ นั้นสำหรับผู้ที่ต้องการ การปกป้องสูง (เจอกับแสงแดดจัด ๆ เป็นเวลานาน)
PA+ สำหรับผู้ที่ต้องการปกปกแสงแดด จากกิจกรรมทั่ว ๆไป (อาจจะไม่ได้เจอกับแสงมากนัก)

ดังนั้นสำหรับใครที่จะต้องเจอกับแสงแดดเป็นเวลาหลายชั่วโมง ให้เลือก PA++ หรือ สูงกว่านี้ ถ้ารู้อย่างนี้แล้วเราก็ขอแนะนำให้ใช้ครีมกันแดดให้เหมาะสมตามสภาวะของชีวิตประจำวันนะคะ

วันพุธที่ 4 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

วิธีแก้ปัญหา ใต้วงแขนดำ



        วิธีแก้ปัญหา ใต้วงแขนดำ

    คุณสาวหลายคนที่มีปํญหารักแร้ดำ วันนี้เรามีสูตรเด็ดเคล็ดลับให้คุณไปทำสวยกันเองที่บ้านได้เลย                      ค่ะ มาดูแลรักษาปัญหาใต้วงแขนดำ ที่คุณสามารถหาเวลาว่างๆ ช่วงวันหยุดลองทำได้เลยค่ะ
    - สครับ ขัดเบาๆ ทุกวัน หลังจากอาบน้ำเสร็จก็ทาไวน์เทนนิ่งพอกเอาไว้หนาๆ
- มะขามเปียก ผสมกับนมสด ถูเบาๆ และพอกเอาไว้ที่รักแร้ประมาณ 5-10 นาที ทำแบบนี้อาทิตย์ละ 2 ครั้ง
- มะนาว ถูรักแร้ เพื่อช่วยให้รักแร้ขาวขึ้นได้
 - เกลือญี่ปุ่น ใช้ขัดเบาๆ
 - หลังจากอาบน้ำเสร็จ ล้างผิวใต้วงแขนให้สะอาด ใช้สำลีชุบน้ำมันมะพร้าวเช็ดบริเวณรักแร้เป็นวงกลม หลังจากนั้นผสมน้ำแตงกวาคั้นสด น้ำมะนาว ผงขมิ้น คนผสมให้เข้ากัน ทาทิ้งเอาไว้ 20 นาที จากนั้นล้างออกให้สะอาด ทำแบบนี้อาทิตย์ละ 2-3 ครั้งผิวใต้วงแขนที่คล้ำจะค่อยๆ จางลง
- รักษาตามวิธีทางแพทย์ ด้วยการเลเซอร์ วิธีนี้อาจจะเหมาะสำหรับคนที่ต้องการแก้ไขปัญหานี้แบบเร่งด่วนได้
- หลีกเลี่ยงการถอนหรือแวกซ์ เพราะอาจส่งผลให้เกิดอาการอักเสบและดำได้
- ใช้ผลิตภัณฑ์ที่ไม่มีส่วนผสมของแอลกอฮอลล์และสารส้ม เพราะ สารส้ม อาจจะช่วยระงับกลิ่นกายได้แต่ไม่ได้ช่วยให้รักแร้ขาวได้
- ก่อนนอนให้ใช้ครีมทาผิวที่มีส่วนผสมของไวน์เทนนิ่ง ทาที่รักแร้และพอกด้วยแป้งฝุ่น
- ยาสีฟัน สีขาว พอกไว้ตรงรักแร้ แล้วล้างออก แล้วทาด้วยแป้ง ทุกวัน เดี๋ยวมันจะขาวเอง เราลองแล้ว ขาวจั๊วเลยอะ
เนื้อหาดีดีจาก นิตยสาร womanplus

วันอังคารที่ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

กลูต้าไธโอน รับประทานถูกวิธีขาวได้วิ๊ง วิ๊ง


 กลูต้าไธโอน รับประทานถูกวิธีขาวได้วิ๊ง วิ๊ง 

สาว ๆ สมัยนี้ฮิตกันมากกับการทานกลูต้าไธโอน เพื่อให้ตัวเองสวยขาวใส แต่จะมีสักกี่คนที่รู้ว่าการทานกลูต้าไธโอน ที่ถูกวิธีและให้เกิดประสิทธิภาพนั้นควรทานอย่างไร วันนี้ Womanplus จะไขข้อข้องใจ ก่อนอื่นมารู้จักว่า กลูต้าไธโอน คืออะไร

กลูต้าไธโอน เป็น tripeptides ของกรดอะมิโน 3 ตัว คือ ซิสทีน (cysteine), กรดกลูตามิค (glutamic acid) และไกลซีน (glycine) ซึ่งร่างกายสามารถผลิตได้เองตามธรรมชาติ และมีในอาหาร เช่น นม ไข่ ผลอะโวคาโด สตรอเบอร์รี มะเขือเทศ ผักบรอคโคลี ส้มเกรปฟรุต และผักโขม หน้าที่หลักของสารตัวนี้ที่เด่นมีอยู่ 3 ประการ คือ

1. Detoxification : กลูต้าไธโอนช่วยสร้างเอ็นไซม์ชนิดต่าง ๆ ในร่างกายโดยเฉพาะ Glutathion-S-transferase ที่ช่วยในการกำจัดพิษออกจากร่างกายโดยไปเปลี่ยนสารพิษชนิดไม่ละลายในน้ำ (ละลายในน้ำมัน) เช่น พวกโลหะหนัก สารระเหย ยาฆ่าแมลง แม้แต่ยาบางชนิด ให้เป็นสารที่ละลายน้ำได้ดีขึ้นและง่ายต่อการกำจัดออกจากร่างกาย นอกจากนี้ยังช่วยป้องกันตับ1 จากการถูกทำลายโดย แอลกอฮอล์ (สุรา) สารพิษจากบุหรี่ ยาพาราเซตามอลเกินขนาด (Overdose) ฯลฯ

2. Antioxidant : กลูต้าไธโอนมีคุณสมบัติเป็นสารต้านปฏิกิริยาอ๊อกซิเดชั่น (Antioxidant) ที่มีความสำคัญตัวหนึ่งในร่างกาย และหากขาดไป วิตามินซีและอี อาจจะทำงานได้ไม่เต็มที่

3. Immune Enhancer : ช่วยกระตุ้นภูมิคุ้มกันในร่างกาย2 โดยกระตุ้นการทำงานของเอ็นไซม์หลายชนิดเพื่อให้ร่างกายต่อต้านสิ่งแปลกปลอม รวมถึงเชื้อแบคทีเรียและไวรัส นอกจากนี้กลูตาไธโอน ยังช่วยสร้างและซ่อมแซม DNA สร้างโปรตีนและ prostaglandin

หลายคนที่ซื้อกลูต้าไธโอน มาทาน แล้วทานทีละหลาย ๆ เม็ด และมีค่ามิลลิกรัมสูง อาจจะเป็นอันตรายส่งผลกับร่างกายของเรา ดังนั้นสาว ๆ มาทำความเข้าใจกับการทานกลูต้าไธโอน ให้มีประสิทธิภาพกันดีกว่า เพื่อผิวขาวสุขภาพดี วิ๊ง วิ๊ง กันดีกว่าค่ะ

ปริมาณการทานกลูต้าไธโอน ของแต่ละคนไม่เท่ากันขึ้นอยู่กับน้ำหนักตัว (ถ้าเป็นสาวรูปร่างใหญ่ก็จะมีเม็ดสีผิวเยอะกว่าสาวรูปร่างเล็ก จึงต้องทานมากกว่าคนรูปร่างเล็ก น้ำหนักมากทานมาก น้ำหนักน้อนทานน้อย นั่นเอง)

ส่วนช่วงที่ทานกลูต้าไธโอนแล้วถูกดูดซึมดีที่สุด ก็คือ ช่วงท้องว่าง เช่น ตอนตื่นนอนใหม่ ๆ อาจจะตอนก่อนนอน หรือก่อน-หลังทานอาหารมากกว่า 30 นาทีขึ้นไปคะ
ไม่ว่าจะเลือกทานกลูต้าไธโอนแบบไหน สิ่งแรกที่สาว ๆ ควรคำนึงคือ ฉลาก อย. ว่าได้รับการรับรองมาแล้วหรือไม่ ทั้งนี้เพื่อความปลอดภัยของตัวเราเอง ถ้าจะสวยก็ต้องเลือกสวยแบบมีคุณภาพและสุขภาพดีด้วยนะคะ

วันจันทร์ที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2555

เคล็ดลัพธ์ผิวขาว


วิธีทําให้ผิวขาว 12 วิธี... บอกลาผิวหม่นหมอง

         สาวๆ ก็ต้องมาคู่กับความสวยความงาม วันนี้เราจึงมีเคล็ดลับ วิธีทําให้ผิวขาว บอกลาผิวหม่นหมองด้วยวิธีธรรมชาติๆ มาฝากเพื่อนๆ กันด้วย ว่าแล้วไปดู  12 วิธีทําให้ผิวขาว บอกลาผิวหม่นหมองกันเลย...

            1. การขัดผิว เป็น วิธีทําให้ผิวขาวที่ขจัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วออกไปจากผิว โดยการใช้สครับที่มีขายตามท้องตลาดหรือจะเป็นสครับจากธรรมชาติง่ายๆ แต่ได้ผล ซึ่งมีหลากหลายสูตรให้เลือก ได้แก่ มะละกอ นมสด มะขามเปียก น้ำผึ้ง โยเกิร์ต มะนาว  โดยนำอย่างใดอย่างหนึ่งมาผสมกับเกลือทะเลเพื่อให้มีเม็ดสำหรับขัดผิว เพียงเท่านี้คุณก็มีสครับขัดผิวได้ง่าย ๆ แล้ว หรือจะใช้ใยบวบในการช่วยขัดผิวก็ได้การขัดผิวนี้จะช่วยผลัดเซลล์ผิวเก่าให้หลุดลอกออกไป แล้วเผยผิวใหม่ที่แน่นอนว่าต้องสว่างใสกว่าเดิม และควรทำสัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง เพื่อการปรนนิบัติและดูแลผิวอย่างต่อเนื่อง

            2. เอเอชเอ หรือกรดผลไม้ มีขายทั่วไปตามคลินิกเสริมความงามหรือร้านขายยาทั่วไป ใช้สำหรับทาบนใบหน้าสัปดาห์ละ 2 ครั้งเพื่อกระตุ้นให้เซลล์ผิวเก่าหลุดลอกออกมา เป็น วิธีทําให้ผิวขาว เผยผิวใหม่ที่ขาวผ่อง แต่การใช้เอเอชเอนี้ ต้องดูแลและระวังเรื่องการออกแดด เพราะผิวคุณจะบางลงและไวต่อแดดมากกว่าเดิม

            3. น้ำนมเพื่อผิวขาว 
ไม่จำเป็นต้องลงไปแช่ในอ่างที่มีน้ำนมอยู่เต็มอ่าง แต่คุณสามารถทำตาม วิธีทําให้ผิวขาว ได้ง่าย ๆ ด้วยการใช้น้ำนมทาบนผิวโดยตรง อาจใช้ใยบวบช่วยเพื่อขัดผิวไปด้วยเบา ๆ ทิ้งไว้ประมาณ 10-15 นาที ทำสัปดาห์ละ 2 ครั้ง ผิวจะค่อย ๆ ขาวขึ้น

4. ผลไม้รสเปรี้ยว ช่วยในการขัดขี้ไคล เป็น วิธีทําโดยใช้ผลไม้รสเปรี้ยว เช่น มะนาว สับปะรด มะขามเปียก ส้ม เพราะมีความเป็นกรด ช่วยทำความสะอาดผิวให้ขาวใส และกำจัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วให้หลุดลอกออกมาได้ แต่หากคุณเป็นคนผิวบาง ไม่ควรใช้มะนาวหรือสับปะรดที่มีความเป็นกรดสูง ควรใช้ส้มเช้งที่มีคุณสมบัติคล้าย ๆ กันก็ได้

           
 5. ครีมบำรุงเพื่อผิวขาว ควรใช้ครีมบำรุงที่มีไวท์เทนนิ่งเพื่อผิวขาวในตอนเย็น และทาซ้ำก่อนนอนเพื่อเสริมประสิทธิภาพของครีมบำรุงให้บำรุงอย่างต่อเนื่อง ส่วนตอนกลางวันให้ทาไวท์เทนนิ่งเพียงบาง ๆ แล้วตามด้วยครีมกันแดดหรือจะใช้ไวท์เทนนิ่งที่มีส่วนผสมของสารป้องกันแสงแดดก็ได้ แต่หากสาว ๆ คนไหนอยู่ติดบ้าน ไม่ได้ออกไปเผชิญแสงแดดเลย ใช้ไวท์เทนนิ่งตัวเดียว ทาวันละ 2-3 ครั้งก็เอาอยู่แล้วจ้า

           
 6. ครีมกันแดด ควรเป็นสิ่งที่สาว ๆ ต้องมีติดกระเป๋าอยู่ตลอดเวลา ในกรณีที่คุณต้องเผชิญกับแสงแดดจัดโดยไม่ได้วางแผนมาก่อนจะได้หยิบขึ้นมาใช้ได้ทันการทันเวลาและอย่าลืมว่า ครีมกันแดดจำเป็นอย่างยิ่ง ถ้าหากคุณเพิ่งขัดผิวหรือใช้เอเอชเอกับผิวมาหมาด ๆ เพราะผิวคุณจะไวต่อแดดมาก จึงควรทาครีมกันแดด20าทีก่อนออกแดดทุกครั้งและทาซ้ำอีกทุกๆ2-3ชั่วโมง

           
 7. ทานอาหารให้เหมาะสม โดยให้มีผักและผลไม้ในอัตราส่วนครึ่งต่อครึ่งทุกมื้อ เพราะผักผลไม้เป็นอาหารที่ย่อยง่าย ช่วยเรื่องของการขับถ่ายและยังมีแอนตี้อ็อกซิแดนซ์ที่ทำให้ผิวสวยกระชับอีกด้วยซึ่งเมื่อร่างกายขับถ่ายตามปกติแล้วหน้าตาผิวพรรณก็จะสดใสขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

           
 8. ออกกำลังกายสม่ำเสมอ เพราะการออกกำลังกายจะช่วยขับเหงื่อไคล และสิ่งสกปรกใต้ผิวรวมถึงสารพิษออกมา ซึ่งจะทำให้ผิวดูสว่างสดใสขึ้นยิ่งออกกำลังกายอย่างต่อเนื่อง ก็ยิ่งทำให้ผิวสดใสอยู่ตลอดเวลาแถมการออกกำลังกายยังช่วยลดการอุดตันของสิ่งสกปรกใต้ผิว ทำให้ไม่มีสิวอีกด้วย

           
 9. วิตามินซีเพื่อผิวสวย วิตามินซีมีสรรพคุณช่วยให้ ดังนั้นจึงเป็นสารอาหารที่ร่างกายควรได้รับอยู่เสมอ ไม่ว่าจะจากการทานผักผลไม้ เช่น ส้ม ฝรั่ง มะนาว หรือหากได้รับในแต่ละวันไม่เพียงพอ ก็อาจจะทานวิตามินแบบเม็ดที่ขายในร้านขายยาก็ได้ วิธีทําให้ผิวขาว นี้จะช่วยในเรื่องผิวและมีส่วนช่วยในเรื่องการขับถ่ายไปพร้อม ๆ กัน

           
 10. การอบไอน้ำผิวหน้า เป็นการทำความสะอาดสิ่งสกปรกที่อุดตันอยู่ในรูขุมขนอย่างลึกซึ้ง ช่วยทั้งเรื่องของผิวสะอาดสว่างใส เป็นทั้ง วิธีทําให้ผิวขาว และช่วยขจัดสิวไปพร้อม ๆ กัน โดยวิธีอบไอน้ำผิวหน้านั้นก็ทำได้ง่าย ๆ เพียงตั้งกะทะต้มน้ำจนเดือดจากนั้นน้ำกะทะมาวางบนโต๊ะแล้วยื่นหน้าให้อยู่เหนือไอน้ำความร้อนจะช่วยเปิดรูขุมขน และไอน้ำจะเข้าไปทำความสะอาดสิ่งสกปรกที่อุดตันรูขุมขนค่ะ

           
 11. เมคอัพช่วยได้ ใช้ครีมรองพื้นและแป้งที่สว่างกว่าผิวจริง1ระดับสีและหลังจากแต่งหน้าแล้วให้นำพู่กันแตะแป้งกลิตเตอร์ประกายมุกปัดบริเวณหน้าผากและโหนกแก้ม ก็จะช่วยให้หน้าดูสว่างใสขึ้นได้เยอะเลยทีเดียว

           
 12. สารพัดสูตรพอกหน้า นอกจากการขัดผิวแล้ว สาว ๆ ที่อยากมีผิวขาวสุขภาพดีควรพอกหน้า รวมถึงผิวกายให้ได้สัปดาห์ละ 2 ครั้ง โดยสูตรผิวขาวที่สามารถทำเองได้จากวัตถุดิบในบ้านนั้นก็มีมากมาย ที่สำคัญยังเห็นผลชัดอีกด้วยหากทำอย่างต่อเนื่อง
และสูตร วิธีทําให้ผิวขาว ที่หยิบยกมาฝากกันมีดังนี้

           วิธีทําให้ผิวขาว : สูตรมะละกอนมสด นำมะละกอมาบดผสมกับนมสด คนให้เข้ากัน จากนั้นนำไปพอกบนใบหน้าหรือผิวกายทิ้งไว้ประมาณ20นาทีแล้วล้างออก

           วิธีทําให้ผิวขาว : โยเกิร์ตผสมมะนาว มะนาวเป็นผลไม้อีกชนิดหนึ่งที่มีความเป็นกรดสูงมาก จนอาจทำให้แสบผิวได้ ดังนั้นการนำมะนาวมาผสมโยเกิร์ตแล้วนำไปทาผิวทิ้งไว้ประมาณ 20 นาที จะช่วยลดการระคายเคืองผิวและมะนาวจะช่วยขจัดเซลล์ผิวเก่าเผยผิวใหม่ที่ใสกว่าเดิม

           วิธีทําให้ผิวขาว : น้ำมันมะพร้าวเพื่อ
ผิวเนียนนุ่ม เป็นสูตรโบราณที่ใช้ได้ผลมาก น้ำมันมะพร้าวจะช่วยในเรื่องการทำให้ผิวเนียนนุ่มชุ่มชื้น แม้เพียงครั้งแรกที่ได้นำน้ำมันมะพร้าวมาทาผิว รับรองได้เลยว่า สาว ๆ จะรู้สึกถึงความเนียนนุ่มได้ทันทีเลยล่ะ

           วิธีทําให้ผิวขาว: น้ำผึ้งและโยเกิร์ต นำส่วนผสมดังกล่าวพอกลงบนใบหน้าหรือผิวกายประมาณ 30 นาทีก่อนล้างออก ช่วยให้ผิวขาวและนุ่มขึ้นได้ สามารถทำได้วันเว้นวันค่ะ

           วิธีทําให้ผิวขาว : กล้วยหอมและนมสด นำมาบดผสมกัน จากนั้นนำไปพอกผิวในบริเวณที่ต้องการ จะทำให้ผิวขาวเนียนสวยได้ สามารถทำได้วันเว้นวันเช่นกัน

ที่มา: http://women.kapook.com/view742.html