แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ สีผิวไม่สม่ำเสมอ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ สีผิวไม่สม่ำเสมอ แสดงบทความทั้งหมด

วันพฤหัสบดีที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2555

เครื่องดื่มสำหรับกรุ๊ปเลือดต่างๆ


เครื่องดื่มสำหรับกรุ๊ปเลือดต่างๆ


ในยุคปัจจุบันคนรุ่นใหม่หันมาใส่ใจสุขภาพกันมากขึ้น ไม่เพียงอาหารที่จะต้องเลือกรับประทานเท่านั้น การเลือกเครื่องดื่ม ก็มีความสำคัญไม่น้อยไปกว่ากัน เพราะร่างกายสามารถดูดซึมได้ง่ายกว่า และเป็นสิ่งจำเป็นที่เราควรคัดสรรเครื่องดื่มที่มีคุณค่าและประโยชน์ต่อร่างกาย ซึ่งปัจจุบันมีข้อพิสูจน์ทางการแพทย์ว่า ในแต่ละกรุ๊ปเลือดก็มีความต้องการสารอาหารที่ต่างกัน จะดื่มเครื่องดื่มให้ได้ประโยชน์กว่านั้น ควรดื่มตามกรุ๊ปเลือดค่ะ



กรุ๊ปA เน้นสารอาหารประเภทคาร์โบไฮเดรต ซึ่งเหมาะกับผักผลไม้ เช่น ถั่วแดง กล้วย

กรุ๊ปO จะเน้นสารอาหารประเภทโปรตีน ซึ่งเหมาะกับผักผลไม้ เช่น แคร์รอต สาหร่ายสด

กรุ๊ปB สามารถกินได้หลากหลาย ไม่ว่า จะเป็นโปรตีนหรือคาร์โบไฮเดรต ซึ่งเหมาะกับผักผลไม้ เช่น ถั่วเหลือง กล้วยหอม

กรุ๊ปAB มีความต้องการใกล้เคียงกับกรุ๊ปบี ซึ่งเหมาะกับผักผลไม้ เช่น เสาวรส กีวี และแอปเปิ้ล
นอกจากดื่มตามกรุ๊ปเลือดแล้ว การดื่มเครื่องดื่มตามช่วงเวลาก็มีส่วนช่วยในเรื่องของสุขภาพเช่นกัน
ช่วงเวลา 06.00-10.00 น. ควรดื่มน้ำผลไม้รสเปรี้ยว เช่น น้ำส้ม น้ำมะนาว น้ำฝรั่ง
ช่วงเวลา 10.01-14.00 น. ควรดื่มเครื่องดื่มที่มีรสขม เช่น น้ำใบบัวบก น้ำลูกเดือย
ช่วงเวลา 12.01-18.00 น. ควรดื่มเครื่องดื่มที่มีรสเผ็ด เช่น น้ำข่า ตะไคร้
เราลองหันมาดื่มเครื่องดื่มตามกรุ๊ปเลือดกันดูนะคะ เพื่อ
สุขภาพร่างการที่ดีของตัวเรา

วันอาทิตย์ที่ 2 กันยายน พ.ศ. 2555

การรักษากระลึก เพื่อผิวสวย


 การรักษากระลึก เพื่อผิวสวย



วันนี้พาคุณผู้หญิงและคุณผู้ชายทั้งหลายที่เป็น กระลึก มาดูทางเลือกในการรักษากระลึกให้หาย กระลึก นั้นเกิิด จากหลากหลายสาเหตุซึ่งส่วนจะพบผู้หญิงเป็นกระมากกว่าผู้ชายและพบมากบริเวณช่วงโหนกแกม ฉะนั้นหากอยากสวยหล่ออย่างหมดจดก็มาทำการรักษากระลึกกันค่ะ

การรักษากระลึก
กระลึก มีชื่อภาษาอังกฤษว่า Horl?s nevus ลักษณะที่พบจะเห็นเป็นจุดสีน้ำตาลเข้มหรือสีดำ มักพบบริเวณโหนกแก้มทั้งสองข้าง พบในผู้หญิงบ่อยกว่าผู้ชาย สำหรับสาเหตุการเกิดกระลึกยังไม่ทราบชัดเจนบางคนอาจมีประวัติกรรมพันธุ์ บางคนพบว่ากินยาคุมแล้วสีเข้มขึ้นหรือเจอแสงแดดทำให้กระลึกเด่นชัดขึ้นเป็นต้น

การรักษากระลึก
ค่อนข้างเป็นปัญหาที่รักษาหายยาก เนื่องจากเม็ดสีอยู่ลึกการรักษาต่าง ๆ ที่ช่วยในการลดเม็ดสีที่อยู่ลึกจึงต้องใช้เวลาค่อนข้างนาน

การดูแลรักษา

- พยายามหลีกเลี่ยงยาคุมหรือฮอร์โมนที่เป็นตัวกระตุ้นเม็ดสีให้เด่นชัดขึ้น

- หลีกเลี่ยงแสงแดดหรือให้ใช้ครีมกันแดดทุกวัน ครีมกันแดดที่ใช้ควรมีค่า SPF 30 ขึ้นไป

- การใช้ครีมหรือยาทาเพื่อลดเม็ดสีของกระลึกมีส่วนช่วยได้บ้าง ทำให้กระลึกจางลงได้แต่ไม่หายหมด

-
การรักษาด้วยเลเซอร์ ถือว่าเป็นการรักษาที่ได้ผลดีที่สุดสำหรับกระลึก แต่เป็นการรักษาที่ใช้เวลานานต้องทำการรักษาหลายครั้ง

การรักษากระลึกด้วยเลเซอร์

เป็นวิธีที่ดีในการกำจัดเม็ดสีของกระลึก บางคนสามารถรักษาจนหายหมดหรือเกือบหมดได้ เพียงแต่ต้องมีความใจเย็นในการรักษา เนื่องจากกระลึกต้องทำการยิงเลเซอร์กันหลายครั้ง บางคนยิง 3 ครั้งบางคนอาจถึง 5-6 ครั้ง ระยะเวลาแต่ละครั้งห่างกัน 6-8 สัปดาห์

การยิงเลเซอร์ไม่ยุ่งยากไม่เจ็บหลังยิงเลเซอร์จะเป็นสะเก็ดดำอยู่ประมาณ 1 สัปดาห์ สะเก็ดก็หลุดไป หลังสะเก็ดหลุดจะเห็นเป็นดวงสีขาว หลังจากนั้นสีจะจางไปทีละน้อย แต่บางคนในระยะการยิง 2-3 ครั้งแรก อาจมีสีเข้มขึ้นก่อนแล้วจึงจะจางไปทีหลัง

โดยส่วนใหญ่กระลึกมักจะจางลงหลังยิงเลเซอร์ไปแล้ว 2-3 ครั้ง ควรทำการรักษาต่อเพื่อให้เม็ดสีหายจนหมดหรือบางคนอาจพอใจที่เม็ดสีหายไปเกินครึ่งแล้วสามารถใช้เครื่องสำอางหรือแป้งทากลบจนไม่เห็นกระลึก ก็สามารถหยุดการรักษาด้วยเลเซอร์ได้ค่ะ

วันพฤหัสบดีที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2555

ได้เวลาโชว์ผิวใต้วงแขนแล้วค๊า


4 สาเหตุรักแร้ดำ พร้อมทางแก้ไข!


1. เหงื่อ คือ สาเหตุหลักของความดำคล้ำที่เกิดขึ้นกับสาวๆ บางคน เมื่อพวกเธอมีเหงื่อออกมากเกินไปประกอบกับการใช้น้ำหอมหรือผลิตภัณฑ์ระงับกลิ่นกาย เมื่อรวมกันแล้วอาจเกิดปฏิกิริยาบางอย่างจึงทำให้ผิวมีสีเข้มขึ้นกว่าบริเวณอื่นๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อใช้เป็นเวลานาน

วิธีแก้รักแร้ดำ : ลองเปลี่ยนยี่ห้อผลิตภัณฑ์ หยุดใช้น้ำหอมและผลิตภัณฑ์ระงับเหงื่อ (Antiperspirant)


2. ผิวหนังถูกเสียดสี สาวๆ เจ้าเนื้ออาจเป็นกันมาก ยิ่งคนที่ใส่เสื้อคับๆ ซึ่งใต้วงแขนจะเสียดสีกับเนื้อผ้าได้ง่าย เช่นเดียวกับการถูกเสียดสีจากใบมีดในคนที่ชอบใช้มีดโกนขนใต้วงแขน ยิ่งไปกว่านั้นการโกนขนมากเกินไปอาจทำให้ขนที่ขึ้นใหม่หนากว่าเดิม จึงอาจเห็นผิวเป็นรอยดำคล้ำได้เพราะไรขนที่กำลังจะขึ้นใหม่

วิธีแก้รักแร้ดำ : หยุดใช้มีดโกนขน แต่ใช้วิธีแว็กซ์หรือใช้แหนบถอนขนแทนเพื่อกำจัดจนถึงรากขน


3. เซลล์ที่ตายแล้วทับถมอยู่ เนื่องจากคุณไม่เคยขัดผิวเลย

วิธีแก้รักแร้ดำ : ลองขัดผิวด้วยผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของกรดแล็กติก


4. ไม่รักษาความสะอาด เราไม่ได้พูดถึงขี้ไคลที่หมักหมม แต่หากผิวหนังของเราไม่สะอาดโรคผิวหนังบางชนิดอาจมาเยือนและอาจเกิดการสร้างเม็ดสีผิดปกติ ยิ่งถ้าบริเวณใต้วงแขนมีสีดำคล้ำ ประกอบกับมีอาการคันและส่งกลิ่นแรงกว่าปกติก็เป็นไปได้ว่า แบคทีเรียบางชนิดกำลังกบดานและเติบโตอย่างรวดเร็วในบริเวณดังกล่าว

วิธีแก้รักแร้ดำ : พบแพทย์ผิวหนัง

วันพฤหัสบดีที่ 9 สิงหาคม พ.ศ. 2555

รู้ก่อนซื้อครีมกันแดด


ค่า SPF กับ PA บนครีมกันแดด

ปัจจุบันครีมกันแดดที่ขายกันทั่วไปในห้างสรรพสินค้า หรือ ตามร้านค้า มีบางยี่ห้อบอกว่า มี SPF ที่ 130 และนอกจากนั้นถ้าคุณสังเกตเพิ่มอีกจะพบว่า มีสัญลักษณ์คำว่า “PA” แสดงหลังค่า SPF อยู่ เช่น SPF15 PA++ แล้ว “SPF” มันคืออะไร แล้วยังจะ “PA” อีกล่ะมันบอกอะไร แล้วเรามาเรียนรู้กันว่า เราควรใช้ SPF ที่มีค่าสูง ๆ หรือไม่?

ครีมกันแดด ทำงานอย่างไร
ส่วนผสมในครีมกันแดดจะทำหน้าที่ในการปกป้องผิวจากรังสี UV ด้วยการดูดซับรังสี ,ป้องกันแสง UV ไม่ให้ผ่านเข้าไปถึงชั้นผิว หรือทำให้รังสี UV แตกกระจายออกไปเพื่อไม่ให้เข้าทำร้ายผิวโดยตรง สำหรับคำแนะนำในการใช้ครีมกันแดด ครีมกันแดด ที่ดีที่สุด คือครีมกันแดดที่สามารถที่จะป้องกันแสง UV ได้เพียงพอ(ซึ่งอาจจะขึ้นกับความแรงของแสง) เพื่อให้ได้ผลดีที่สุด ควรทาครีมกันแดดก่อนออกไปสู่ที่มีแสงแดด 30 นาที(ส่วนใหญ่มักจะพบคำแนะนำนี้ตามขวดของครีมกันแดดกันนะ)
แล้ว SPF คืออะไร
SPF ย่อมาจาก Sun Protection Factor โดยค่าของการปกป้องแสงแดด ถูกกำหนดด้วยระบบของ SPF เอง โดยส่วนใหญ่จะคำนวณจากปริมาณจากการป้องกันรังสี UVB

ตัวเลขของ SPF บ่งบอกถึงความสามารถในการปกป้องผิวจากการถูกเผาไหม้จากแสงแดด ได้นานเท่าไหร่ เช่น SPF15 หมายถึง ป้องกันผิวจากการไหม้ได้ 15 เท่า เช่น ปกติคุณออกไปสู่แดดโดยไมได้ทาครีมกันแดดแล้วผิวไหม้ภายใน 20 นาที ถ้าหาก ทาครีมกันแดด SPF15 แล้ว จะทำให้การที่ผิวจะถูกแสดงแดดทำลายผิวให้ไหม้นั้น ต้องใช้เวลา เป็น 15 เท่าของ 20 นาที หรือ ประมาณ 300 นาที(5 ชั่วโมง) ผิวถึงจะถูกไหม้จากแสงแดด(ปกติถ้าไม่ใช่งานกลางแจ้งแล้วก็คงไม่ออกไปหาแดด ถึง 5 ชั่วโมงหรอกนะ ร้อนจะตาย )
ทำไม SPF สูง ก็ไม่ได้ดีกว่าเสมอไป
โดยทั่วไป ครีมกันแดด SPF ประมาณ 15 ก็เพียงพอแล้วสำหรับคนทั่ว ๆ ไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนในแถบเอเชียอย่างเรา แต่สำหรับคนที่ผิวไวต่อแดด หรือถูกผิวถูแผดเผาให้หมองคล้ำได้ง่ายนั้น ใช้ SPF 30 ก็ถือว่าเพียงพอ

ค่า SPF สูง ๆ นั้น ไม่ได้หมายความว่า จะปกป้องแสดงแดดได้ดีไปกว่า ค่า SPF ที่ต่ำกว่า ในความเป็นจริงแล้ว ค่า SPF สูง ๆ นั้นจะก่อให้เกิดการระคายเคืองต่อผิวหนังสำหรับคนที่มีผิวแพ้ง่าย และยังเป็นไปไปได้ว่าอาจจะมีผลข้างเคียงที่อาจจะก่อให้เกิดอาการแพ้เช่นอาจจะเกิดผดผื่นคันได้ นอกจากนี้ยังอาจจะทำให้สีผิวของเราไม่สม่ำเสมอ เกิดรอยด่างขึ้นได้ และยังอาจจะทำให้เสื้อผ้าเป็นคราบสีเหลืองติดเสื้อผ้าอีกด้วย

จึงแนะนำว่าควรใช้ยากันแดดค่า SPF สูง (15 ขึ้นไป) ในกรณีที่ต้องตากแดด เป็นเวลานานติดต่อกันและใช้ค่า SPF ต่ำ ในกรณีที่โดนแดดเป็นครั้งคราวระหว่างวัน
PA คืออะไร
ครีมกันแดดใหม่ ๆ ที่วางขายกันในตลาดมักประกอบไปด้วย UVA Filter และค่าที่วัดการป้องกันรังสี UVA เรียกว่า PA

PA ย่อมาจากคำว่า Protection Grade of UVA ในขณะนี้ยังไม่มีหน่วยวัดที่เป็นมาตรฐานในการวัดค่าการดูดซืมของรังสี UVA ดังนั้นจึงถือเอาคำว่า PA เป็นหน่วยวัดรังสี UVA อย่างไม่เป็นทางการ

ค่า PA นั้นจะมี 3 ระดับคือ PA+,PA++ และ PA+++
PA+++ นั้นสำหรับผู้ที่ต้องการ การปกป้องสูง (เจอกับแสงแดดจัด ๆ เป็นเวลานาน)
PA+ สำหรับผู้ที่ต้องการปกปกแสงแดด จากกิจกรรมทั่ว ๆไป (อาจจะไม่ได้เจอกับแสงมากนัก)

ดังนั้นสำหรับใครที่จะต้องเจอกับแสงแดดเป็นเวลาหลายชั่วโมง ให้เลือก PA++ หรือ สูงกว่านี้ ถ้ารู้อย่างนี้แล้วเราก็ขอแนะนำให้ใช้ครีมกันแดดให้เหมาะสมตามสภาวะของชีวิตประจำวันนะคะ

วันอาทิตย์ที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2555

ผิวเสียหายจากแสงแดด ซ่อมได้


ผิวสวย



ผิวเสียหายจากแสงแดด...ซ่อมได้! (Lisa)

          เดือนร้อนที่สุดกำลังจะผ่านไป แต่ความเสียหายจากแสงแดดที่ส่งผลต่อผิวสวย ๆ ของเรานี่สิ ที่ไม่อาจผ่านไม่ได้ง่าย ๆ แต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีหนทางจัดการกับมัน ก็สาว Lisa ซะอย่าง !

       แสงแดดทำให้ผิวเสียได้อย่างไร

          เมื่อผิวของคุณดูดซับรังสียูวีเข้าไป ความเสียหายจากแสงแดดไม่ได้อยู่แค่เพียงผิว ๆ รังสียูวี เปลี่ยนแปลงโครงสร้างดีเอ็นเอของเซลล์ผิวคุณได้จริง ๆ และเซลล์ที่ผิดปกติจะทำงานอย่างไม่เหมาะสม ผลอย่างหนึ่งก็คือทำให้การผลิตคอลลาเจนและอิลาสติน (ที่ทำให้ผิวอวบอิ่มและสุขภาพดี) ลดลง ทำให้ผิวชั้นบนบางลง และชะลอความสามารถตามธรรมชาติของผิวในการผลัดเซลล์ผิวที่ตายแล้ว และทำให้เกิดการสร้างเม็ดสีผิวเพิ่มขึ้น 

          ในกรณีที่แย่ที่สุดก็คือ เซลล์ที่ทำงานผิดปกติเหล่านี้สามารถกลายเป็นมะเร็งได้ "มันมีมิเตอร์ในผิวของคุณ ทุกนาทีที่คุณอยู่กลางแดด ร่างกายของคุณจะบันทึกเอาไว้" นพ.นีล ชูลซ์ แพทย์ผิวหนังในนิวยอร์กซิตี้ และเจ้าของเว็บไซต์ DermTV.com บอก "แต่เมื่อไหร่ก็ตามที่คุณเริ่มปกป้องผิวจากแสงแดด คุณจะหยุดกระบวนการความเสียหายที่จะเพิ่มขึ้น และเริ่มต้นแก้ไขความเสียหายที่สะสมมาได้ในระดับหนึ่ง"

       คุณทำอะไรได้บ้างในการแก้ไขความเสียหาย

          มีผลิตภัณฑ์หลายประเภทและกระบวนการหลายอย่างที่คุณสามารถใช้ได้ เพื่อแก้ไขความเสียหายจากแสงแดด

          ทาครีมกันแดดอย่างเคร่งครัด

          การทำเช่นนี้คุณจะปกป้องผิวจากความเสียหายที่เพิ่มขึ้น และชะลอความเปลี่ยนแปลงใด ๆ ในผิวที่จะเริ่มต้นเปลี่ยนให้ช้าลง ช่วยให้ผิวมีเวลาในการเยียวยาตัวเอง และระบบภูมิคุ้มกันของคุณมีโอกาสที่จะซ่อมแซมความเสียหายที่มีอยู่ ที่จริงการศึกษาวิจัยในออสเตรเลียชี้ว่า เพียงแค่การใช้ครีมกันแดดก็สามารถเปลี่ยนการทำงานของเซลล์ที่อาจเป็นมะเร็งได้ ฉะนั้น ใช้ครีมกันแดดที่มี SPF15 เป็นอย่างน้อยทุกวัน เพื่อเพิ่มการปกป้องของครีมกันแดด ทา 30 นาทีก่อนออกแดด และทาซ้ำทุกสองชั่วโมง ปริมาณของครีมกันแดดสำหรับทาทั่วเรือนร่างเวลาใส่ชุดว่ายน้ำ ก็คือประมาณ 1 ออนซ์ เพื่อที่จะได้รับการปกป้องแดดตามค่า SPF ที่แท้จริงหนึ่งออนซ์ก็ประมาณแก้วหนึ่งช็อต

          ใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของเรติโนอิดส์ (Retinoids) หรือเตรติโนอิน (Tretinoin)

          ผลิตภัณฑ์ที่แพทย์สั่งเหล่านี้ได้พิสูจน์แล้วว่า สามารถทำให้เซลล์ที่เสียหายทำงานเป็นปกติได้ ทำให้เซลล์ในผิวชั้นนอกอบอิ่มขึ้น ชุบชีวิตคอลลาเจนและอิลาสตินในผิวที่หายไป เพิ่มการไหลเวียนโลหิตมายังผิว และขัดลอกเซลล์ผิวที่ตายแล้วออกไป แต่ประสิทธิภาพของเรตินเอต้องค่อยเป็นค่อยไป ต้องใช้ต่อกันหลายเดือนกว่าที่จะเห็นความเปลี่ยนแปลง และอาจเกิดอาการระคายเคืองได้รวมทั้งทำให้ผิวไวต่อแสงแดดเพิ่มขึ้น

          สร้างเกราะป้องกันด้วยแอนตี้ออกซิแดนต์

          ใช้ครีมที่มีส่วนผสมของแอนตี้ออกซิแดนต์ แอนตี้ออกซิแดนต์ช่วยปกป้องดีเอ็นเอของผิวเพื่อป้องกันมะเร็งและในขณะเดียวกันก็ปกป้องคอลลาเจนและอิลาสตินในผิวจากอนุมูลอิสระ ที่ทำให้เกิดริ้วรอยและผิวเหี่ยวย่นถึงแม้การกินอาหารที่อุดมด้วยแอนตี้ออกซิแดนต์ จะสำคัญอย่างมาก แต่คุณก็ควรทาครีมหรือเซรั่มที่มีแอนตี้ออกซิแดนต์ด้วย เพื่อที่ผิวจะได้ดูดซึมเข้าไปโดยตรง แอนตี้ออกซิแดนต์ที่มีวิตามินซีเป็นหลัก ช่วยได้อย่างมากในการลดปัญหาเรื่องสีผิวและจุดด่างดำ และมีการค้นพบว่าการนำเอาส่วนผสมของวิตามินซีและอีมารวมกันสามารถเพิ่มประสิทธิภาพของครีมกันแดดได้ด้วย 

          นอกจากนี้ ยังมีชาเขียวที่เป็นแอนตี้ออกซิแดนต์ที่ทรงประสิทธิภาพ ซึ่งจากการศึกษาวิจัยของ Amercian Academy of Dermatology เกี่ยวกับชาเขียวที่นำมาทาลงบนผิวพบว่า มันยับยั้งการเติบโตของเซลล์มะเร็งได้ อย่างไรก็ตาม คุณไม่มีวันผิดพลาดไม่ว่าจะเลือกแอนตี้ออกซิแดนต์ใด ๆ ก็ตาม แต่เนื่องจากแอนตี้ออกซิแดนต์ไม่สามารถให้ผลดีอะไรได้แก่เซลล์ผิวที่ตายแล้ว อย่าลืมการขัดลอกผิวอย่างสม่ำเสมอ เพื่อขจัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วออกไป

       ทำอย่างไรถ้าผิวไหม้แดด

          ทำให้ผิวเย็นลง ประคบผิวด้วยน้ำผสมกับนมเย็น ๆ หรือเจลว่านหางจระเข้แช่เย็น จะช่วยให้อาการแสบร้อนดีขึ้นได้

         กินยาแอสไพรินหรือไอบูโพรเฟน ช่วยได้สำหรับอาการไหม้แดดที่รุนแรง ช่วยลดความเจ็บปวดที่เกิดจากการไหม้แดด และช่วยลดอาการอักเสบ

         ลองครีมสเตียรอยด์ ที่มีขายในร้านขายยา สเตียรอยด์ลดอาการอักเสบ แต่ต้องระวังเพราะครีมสเตียรอยด์ทำให้ผิวบางลงได้ถ้าใช้บ่อยเกินไป

       ไปพบแพทย์

          เพื่อต่อสู้กับการเปลี่ยนแปลงของผิวและจุดด่างดำทั้งหลายที่มาจากแสงแดด แพทย์ผิวหนังยังสามารถใช้กระบวนการหรือทรีตเมนต์หลายอย่างที่ช่วยคุณได้

         การลอกหน้าด้วยสารเคมี (Chemical Peels) เป็นการใช้กรดเข้มข้น (กรดไกลโคลิก แล็กติก หรือ TCA) เพื่อลอกเซลล์ผิวชั้นบนออกไป เพื่อให้เซลล์ผิวใหม่ที่สดใสกว่าขึ้นมาแทนที่ ช่วยลดริ้วรอยจาง ๆ และจุดด่างดำลงได้ แต่ความเข้มข้นของกรดอาจทำให้เกิดอาการบวมแดงได้

          ไมโครเดอร์มาเบรชัน เป็นการขัดผิวด้วยเกล็ดอัญมณี ที่กำจัดเซลล์ผิวชั้นนอกเหมาะอย่างมากสำหรับการจัดการกับสีผิวที่ไม่สม่ำเสมอ แต่เหมาะกับคนที่ผิวหนาและหยาบ ส่วนคนที่ผิวบอบบางควรเลี่ยง

         IPL (Intens Pulsed Light Treatment) ช่วยรักษาปัญหาหลายอย่างที่เกี่ยวกับความเสียหายจากแสงแดด ไม่ว่าจะเป็นกระ จุดด่างดำ และสีผิวไม่สม่ำเสมอ IPL ยังสามารถใช้ได้กับผิวที่คอ หน้าอก และมือ ซึ่งความเสียหายจากแดดมักปรากฏให้เห็นได้ด้วย ต้องรักษาอย่างต่อเนื่องจึงจะได้ผล

          เลเซอร์ การขัดลอกผิวด้วย Ablative Laser ได้ถูกใช้มากว่าสองทศวรรษแล้ว CO2 เป็นเลเซอร์รุ่นแรก ๆ ที่นำมาใช้ และต่อมาก็มี Erbium Yag Laser ที่นิยมกันมากกว่า เนื่องจากมันทำให้เกิดความเสียหายจากความร้อนต่อผิวน้อยกว่า ทำให้ผิวฟื้นตัวเร็วกว่า แต่ข้อเสียของเลเซอร์ชนิดนี้ก็คือ ต้องมีเวลาในการเยียวยาตัวเองของผิวที่ค่อนข้างนาน เลเซอร์อีกแบบหนึ่งคือ Non-Ablative Laser ที่ได้รับการพัฒนาขึ้นมาใหม่ มันทำให้ผิวชั้นในเกิดความร้อนและกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน และเนื่องจากไม่มีการขัดลอกผิวชั้นบนออก จึงทำให้ไม่ต้องมีระยะเวลาของการพักฟื้นนาน และอาจมีผลข้างเคียงและความเจ็บปวดน้อยกว่าเลเซอร์แบบแรก

       ดูแลผิวหลังออกแดด

          นอกจากการแก้ไขความเสียหายในระยะยาวแล้ว การดูแลผิวหลังจากเผชิญแสงแดดนาน ๆ ในช่วงหน้าร้อน ก็เป็นเรื่องที่ไม่ควรละเลย ต่อไปนี้คือขั้นตอนที่จะทำให้ผิวสุขภาพดีและเปล่งปลั่ง หลังจากเจอแดดมากเกินไป

          ปลอบประโลมผิว รังสีที่ร้อนแรงสามารถทำให้เซลล์ผิวเสียหายได้ และความเสียหายที่เกิดขึ้นก็ไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า แม้คุณจะไม่เกิดอาการไหม้แดด มันก็เป็นไอเดียที่ดีที่จะใช้โลชั่นดูแลผิวหลังออกแดดที่ช่วยเยียวยาหรือบรรเทาผิว และช่วยในการเยียวยาตัวเองของผิว อะโลเวร่าหรือว่านหางจระเข้เป็นส่วนผสมธรรมชาติที่สามารถปลอบประโลมและบรรเทาผิวที่แห้งให้นุ่มขึ้นได้ มันยังได้ผลอย่างมากในการบรรเทาอาการไหม้แดด

          เติมความชุ่มชื่น แสงแดดทำให้ผิวของคุณแห้งกร้านได้ง่าย หลังจากโดนแดดมาก ๆ คุณต้องการมอยส์เจอไรเซอร์ที่มีความเข้มข้นสูง ๆ และควรดื่มน้ำเยอะ ๆ ด้วย ลองมองหามอยส์เจอไรเซอร์ที่มีส่วนผสมของว่านหางจระเข้ เชียบัตเตอร์ หรือโกโก้บัตเตอร์ เพื่อให้ผิวนุ่มและชุ่มชื่น มอยส์เจอไรเซอร์ที่มีส่วนผสมของเอเอชเอหรือกรดไฮยาลูรอนิก สามารถทำให้ผิวอวบอิ่มขึ้น ทำให้ดูมีริ้วรอยน้อยลง และการใช้อย่างต่อเนื่องอาจกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ได้

          ปรนเปรอผิว นอกจากขั้นตอนปกติแล้ว เอาใจตัวเองเพิ่มขึ้นด้วยการใช้มาส์กเพื่อเพิ่มความชุ่มชื่นแก่ผิวอย่างเข้มข้นเป็นพิเศษ เลือกมาส์กแบบให้ความชุ่มชื่นสูง ๆ เพื่อเยียวยาผิวที่แห้งกร้านจากแดด และเอามาส์กไปแช่ตู้เย็นก่อนใช้เพื่อเพิ่มความสดชื่น

          อย่าลืมขัดลอกผิว การกำจัดเซลล์ผิวที่ตายแล้ว ช่วยเปิดทางให้เซลล์ผิวใหม่ที่สดใสกว่าเผยตัว ทำให้ผิวดูเรียวเนียนขึ้น และส่วนผสมต่าง ๆ ในการบำรุงและปรนเปรอผิวสามารถซึมซับลงไปในผิวได้ดีขึ้น เพราะฉะนั้นอย่าลืมขัดลอกเซลล์ผิวเป็นประจำด้วยล่ะ

ที่มา : www.kapook.com

วันศุกร์ที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2555

10 ผลกระทบจากเลเซอร์ รู้ก่อนทำ!!



10 ผลกระทบจากเลเซอร์ รู้ก่อนทำ...จำขึ้นใจ

         ไม่ว่าจะสมัยไหน ปัญหาผิวหน้าที่กวนใจสาวไทยก็หนีไม่พ้นปัญหาหลัก ๆ อยู่ไม่กี่ข้อ ไม่ว่าจะเป็น

        1. สีผิวไม่สม่ำเสมอ

        2. รอยด่างดำบนใบหน้า

        3. ผิวหน้าหมองคล้ำ

        4. รูขุมขนกว้าง

         4 ปัญหาตัวฉกาจนี้ สาว ๆ ต้องทนรับมือหาหนทางมาจัดการ บางคนใช้ไวท์เทนนิ่งครีมหมดกี่กระปุกก็แล้ว ปัญหาก็ยังไม่หาย บางคนพึ่งหมอ เจอปัญหาหมอเลี้ยงไข้ เลิกใช้ก็กลับมาเจอปัญหาอีก บางคนถึงขั้นใจปล้ำเทกระเป๋าทำเลเซอร์ ตัดใจคราวนี้แหละ ไม่ต้องเจออีกแล้วไอ้ปัญหาซ้ำซาก แต่ผลลัพธ์ข้างเคียงที่ได้เนี้ยสิ คุ้มมั้ยกับการเสี่ยงทำเลเซอร์ ???

         วันนี้เรารวบรวมผลข้างเคียงจากการทำเลเซอร์ที่สาว ๆ ในโลกออนไลน์บ่นถึงมาฝากสาว ๆ ที่กำลังคิดชั่งใจจะไปทำเลเซอร์ ดังนี้...

        1. ผิวหน้าไวต่อแดด แพ้ง่าย เป็นแผลง่าย

         2. ผิวหน้าระคายเคืองต่อเครื่องสำอางง่าย

         3. ผิวหน้าแห้ง เป็นขุยง่าย

         4. ผิวหน้าเป็นฝ้า กระ จุดด่างดำได้ง่ายขึ้น

         5. ต้องใช้ครีมของหมออย่างเดียว ซึ่งราคาสูงและเป็นการผูกมัดเกินไป

         6. ค่าใช้จ่ายแพง

         7. พอไม่ทำ...ก็หน้าคล้ำเหมือนเดิม

         8. ตอนทำ เจ็บหน้า

         9. มีรอยแผลเป็นรอยตาข่ายจากการลอกของผิวหนังหลังจากทำเลเซอร์

        10. ไม่กล้าให้คนอื่นเห็นหน้า ไม่กล้าเข้าสังคม


         จริงอยู่ที่เลเซอร์มีผลข้างเคียงหลังการรักษา แต่ผลลัพธ์ที่ได้ก็น่าพึ่งพอใจ และดูเหมือนเป็นหนทางสุดท้ายของสาว ๆ ที่จะพิชิตปัญหาความกังวลของผิวหน้าได้ เราแค่ประมวลผลข้างเคียงมาฝากเป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจให้สาวก่อนคิดจะทำค่ะ



ที่มา : www.kapook.com