ผิวเสียหายจากแสงแดด...ซ่อมได้! (Lisa)
เดือนร้อนที่สุดกำลังจะผ่านไป แต่ความเสียหายจากแสงแดดที่ส่งผลต่อผิวสวย ๆ ของเรานี่สิ ที่ไม่อาจผ่านไม่ได้ง่าย ๆ แต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีหนทางจัดการกับมัน ก็สาว Lisa ซะอย่าง !
เมื่อผิวของคุณดูดซับรังสียูวีเข้าไป ความเสียหายจากแสงแดดไม่ได้อยู่แค่เพียงผิว ๆ รังสียูวี เปลี่ยนแปลงโครงสร้างดีเอ็นเอของเซลล์ผิวคุณได้จริง ๆ และเซลล์ที่ผิดปกติจะทำงานอย่างไม่เหมาะสม ผลอย่างหนึ่งก็คือทำให้การผลิตคอลลาเจนและอิลาสติน (ที่ทำให้ผิวอวบอิ่มและสุขภาพดี) ลดลง ทำให้ผิวชั้นบนบางลง และชะลอความสามารถตามธรรมชาติของผิวในการผลัดเซลล์ผิวที่ตายแล้ว และทำให้เกิดการสร้างเม็ดสีผิวเพิ่มขึ้น
ในกรณีที่แย่ที่สุดก็คือ เซลล์ที่ทำงานผิดปกติเหล่านี้สามารถกลายเป็นมะเร็งได้ "มันมีมิเตอร์ในผิวของคุณ ทุกนาทีที่คุณอยู่กลางแดด ร่างกายของคุณจะบันทึกเอาไว้" นพ.นีล ชูลซ์ แพทย์ผิวหนังในนิวยอร์กซิตี้ และเจ้าของเว็บไซต์ DermTV.com บอก "แต่เมื่อไหร่ก็ตามที่คุณเริ่มปกป้องผิวจากแสงแดด คุณจะหยุดกระบวนการความเสียหายที่จะเพิ่มขึ้น และเริ่มต้นแก้ไขความเสียหายที่สะสมมาได้ในระดับหนึ่ง"
มีผลิตภัณฑ์หลายประเภทและกระบวนการหลายอย่างที่คุณสามารถใช้ได้ เพื่อแก้ไขความเสียหายจากแสงแดด
การทำเช่นนี้คุณจะปกป้องผิวจากความเสียหายที่เพิ่มขึ้น และชะลอความเปลี่ยนแปลงใด ๆ ในผิวที่จะเริ่มต้นเปลี่ยนให้ช้าลง ช่วยให้ผิวมีเวลาในการเยียวยาตัวเอง และระบบภูมิคุ้มกันของคุณมีโอกาสที่จะซ่อมแซมความเสียหายที่มีอยู่ ที่จริงการศึกษาวิจัยในออสเตรเลียชี้ว่า เพียงแค่การใช้ครีมกันแดดก็สามารถเปลี่ยนการทำงานของเซลล์ที่อาจเป็นมะเร็งได้ ฉะนั้น ใช้ครีมกันแดดที่มี SPF15 เป็นอย่างน้อยทุกวัน เพื่อเพิ่มการปกป้องของครีมกันแดด ทา 30 นาทีก่อนออกแดด และทาซ้ำทุกสองชั่วโมง ปริมาณของครีมกันแดดสำหรับทาทั่วเรือนร่างเวลาใส่ชุดว่ายน้ำ ก็คือประมาณ 1 ออนซ์ เพื่อที่จะได้รับการปกป้องแดดตามค่า SPF ที่แท้จริงหนึ่งออนซ์ก็ประมาณแก้วหนึ่งช็อต
ผลิตภัณฑ์ที่แพทย์สั่งเหล่านี้ได้พิสูจน์แล้วว่า สามารถทำให้เซลล์ที่เสียหายทำงานเป็นปกติได้ ทำให้เซลล์ในผิวชั้นนอกอบอิ่มขึ้น ชุบชีวิตคอลลาเจนและอิลาสตินในผิวที่หายไป เพิ่มการไหลเวียนโลหิตมายังผิว และขัดลอกเซลล์ผิวที่ตายแล้วออกไป แต่ประสิทธิภาพของเรตินเอต้องค่อยเป็นค่อยไป ต้องใช้ต่อกันหลายเดือนกว่าที่จะเห็นความเปลี่ยนแปลง และอาจเกิดอาการระคายเคืองได้รวมทั้งทำให้ผิวไวต่อแสงแดดเพิ่มขึ้น
ใช้ครีมที่มีส่วนผสมของแอนตี้ออกซิแดนต์ แอนตี้ออกซิแดนต์ช่วยปกป้องดีเอ็นเอของผิวเพื่อป้องกันมะเร็งและในขณะเดียวกันก็ปกป้องคอลลาเจนและอิลาสตินในผิวจากอนุมูลอิสระ ที่ทำให้เกิดริ้วรอยและผิวเหี่ยวย่นถึงแม้การกินอาหารที่อุดมด้วยแอนตี้ออกซิแดนต์ จะสำคัญอย่างมาก แต่คุณก็ควรทาครีมหรือเซรั่มที่มีแอนตี้ออกซิแดนต์ด้วย เพื่อที่ผิวจะได้ดูดซึมเข้าไปโดยตรง แอนตี้ออกซิแดนต์ที่มีวิตามินซีเป็นหลัก ช่วยได้อย่างมากในการลดปัญหาเรื่องสีผิวและจุดด่างดำ และมีการค้นพบว่าการนำเอาส่วนผสมของวิตามินซีและอีมารวมกันสามารถเพิ่มประสิทธิภาพของครีมกันแดดได้ด้วย
นอกจากนี้ ยังมีชาเขียวที่เป็นแอนตี้ออกซิแดนต์ที่ทรงประสิทธิภาพ ซึ่งจากการศึกษาวิจัยของ Amercian Academy of Dermatology เกี่ยวกับชาเขียวที่นำมาทาลงบนผิวพบว่า มันยับยั้งการเติบโตของเซลล์มะเร็งได้ อย่างไรก็ตาม คุณไม่มีวันผิดพลาดไม่ว่าจะเลือกแอนตี้ออกซิแดนต์ใด ๆ ก็ตาม แต่เนื่องจากแอนตี้ออกซิแดนต์ไม่สามารถให้ผลดีอะไรได้แก่เซลล์ผิวที่ตายแล้ว อย่าลืมการขัดลอกผิวอย่างสม่ำเสมอ เพื่อขจัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วออกไป
เพื่อต่อสู้กับการเปลี่ยนแปลงของผิวและจุดด่างดำทั้งหลายที่มาจากแสงแดด แพทย์ผิวหนังยังสามารถใช้กระบวนการหรือทรีตเมนต์หลายอย่างที่ช่วยคุณได้
นอกจากการแก้ไขความเสียหายในระยะยาวแล้ว การดูแลผิวหลังจากเผชิญแสงแดดนาน ๆ ในช่วงหน้าร้อน ก็เป็นเรื่องที่ไม่ควรละเลย ต่อไปนี้คือขั้นตอนที่จะทำให้ผิวสุขภาพดีและเปล่งปลั่ง หลังจากเจอแดดมากเกินไป
ที่มา : www.kapook.com
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น