แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ สีผิว แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ สีผิว แสดงบทความทั้งหมด

วันศุกร์ที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2555

รู้มั๊ย!!แอปเปิ้ลแต่ละสีต่างกันยังไง????




รู้มั๊ย!!แอปเปิ้ลแต่ละสี ต่างกันยังไง??

แอปเปิ้ล ผลไม้ยอดนิยม นอกจากรูปร่างจะน่ารับประทานแล้ว ยังมีประโยชน์มากมายอีกด้วย แอปเปิ้ลในท้องตลาดมีอยู่หลายสี แต่ละสีก็มีประโยชน์แตกต่างกัน

หลายคนไม่ชอบทานเปลือกแอปเปิ้ล ซึ่งนั่นผิดมหันต์ เพราะจะทำให้คุณค่าจากสารอาหารที่จะได้รับจากผลไม้ชนิดนี้ ลดลงไปอย่างมาก ประโยชน์ของแอปเปิ้ลที่คุณควรรู้มีดังต่อไปนี้


แอปเปิ้ลที่เห็นตามท้องตลาด มีทั้งเปลือกสีแดง สีชมพู สีเขียว และสีเหลือง แตกต่างกันไปตามแต่ละสายพันธุ์ แต่เนื้อข้างในก็เหมือนกันคือ เป็นเนื้อทรายละเอียดสีขาวนวล ทราบไหมว่า เมื่อรับประทานแอปเปิ้ลโดยไม่ปอกเปลือก 1 ผล จะได้รับพลังงานประมาณ 80 กิโลแคลอรี่ มีวิตามินบี 6 เท่ากับ 0.1 มิลลิกรัม และวิตามินซีมากถึง 7.9 มิลลิกรัม
นอกจากนั้นยังมีสารเบต้าแคโรทีน และเส้นใยไฟเบอร์ ช่วยในเรื่องของการบำรุงหัวใจ ลดคอเลสเตอรอล ลดความดัน ควบคุมปริมาณน้ำตาลในเลือด กระตุ้นการทำงานของสารต้านอนุมูลอิสระ และฆ่าเชื้อไวรัส 

แต่ถ้าปอกเปลือกปริมาณสารอาหารดังกล่าวก็จะลดลงไปด้วย มีความเชื่อของฝรั่งกล่าวไว้ว่า การรับประทานแอปเปิ้ลวันละผล ช่วยให้ห่างไกลหมอได้ โดยแอปเปิ้ลแต่ละสีก็มีประโยชน์ต่างกันดังนี้

แอปเปิ้ลสีแดง
ประโยชน์ที่โดดเด่น คือ มีสารแอนตี้ออกซิแดนต์มากที่สุด และยังมีอิลาสตินและคอลลาเจนที่ดีต่อสุขภาพผิวอีกด้วย

แอปเปิ้ลสีชมพู
คุณค่าทางสารอาหารที่สำคัญคือ มีสารฟิโนลิกมากที่สุด ซึ่งสารตัวนี้ช่วยยับยั้งการเกิดฝ้าและชะลอความแก่ นอกจากนั้นยังมีฟลาโวนอยด์ที่ช่วยเพิ่มการดูดซึมวิตามินซี ทำให้ผนังหลอดเลือดฝอยแข็งแรง ลดการอักเสบ ลดไข้ รวมทั้งช่วยป้องกันเลือดออกตามไรฟันได้อีกด้วย

แอปเปิ้ลสีเขียว
มีรสเปรี้ยวอมหวาน ช่วยในเรื่องการควบคุมน้ำหนักได้ดี เพราะมีน้ำตาลน้อย และมีสารอิลาสตินและคอลลาเจนเช่นเดียวกัน ช่วยให้ผิวแข็งแรงและยืดหยุ่นได้ดี

แอปเปิ้ลสีเหลือง
มีสารเควอร์ซิติน ช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็ง โรคหลอดเลือดหัวใจ และต้อกระจก

วันอาทิตย์ที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2555

ผิวเสียหายจากแสงแดด ซ่อมได้


ผิวสวย



ผิวเสียหายจากแสงแดด...ซ่อมได้! (Lisa)

          เดือนร้อนที่สุดกำลังจะผ่านไป แต่ความเสียหายจากแสงแดดที่ส่งผลต่อผิวสวย ๆ ของเรานี่สิ ที่ไม่อาจผ่านไม่ได้ง่าย ๆ แต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีหนทางจัดการกับมัน ก็สาว Lisa ซะอย่าง !

       แสงแดดทำให้ผิวเสียได้อย่างไร

          เมื่อผิวของคุณดูดซับรังสียูวีเข้าไป ความเสียหายจากแสงแดดไม่ได้อยู่แค่เพียงผิว ๆ รังสียูวี เปลี่ยนแปลงโครงสร้างดีเอ็นเอของเซลล์ผิวคุณได้จริง ๆ และเซลล์ที่ผิดปกติจะทำงานอย่างไม่เหมาะสม ผลอย่างหนึ่งก็คือทำให้การผลิตคอลลาเจนและอิลาสติน (ที่ทำให้ผิวอวบอิ่มและสุขภาพดี) ลดลง ทำให้ผิวชั้นบนบางลง และชะลอความสามารถตามธรรมชาติของผิวในการผลัดเซลล์ผิวที่ตายแล้ว และทำให้เกิดการสร้างเม็ดสีผิวเพิ่มขึ้น 

          ในกรณีที่แย่ที่สุดก็คือ เซลล์ที่ทำงานผิดปกติเหล่านี้สามารถกลายเป็นมะเร็งได้ "มันมีมิเตอร์ในผิวของคุณ ทุกนาทีที่คุณอยู่กลางแดด ร่างกายของคุณจะบันทึกเอาไว้" นพ.นีล ชูลซ์ แพทย์ผิวหนังในนิวยอร์กซิตี้ และเจ้าของเว็บไซต์ DermTV.com บอก "แต่เมื่อไหร่ก็ตามที่คุณเริ่มปกป้องผิวจากแสงแดด คุณจะหยุดกระบวนการความเสียหายที่จะเพิ่มขึ้น และเริ่มต้นแก้ไขความเสียหายที่สะสมมาได้ในระดับหนึ่ง"

       คุณทำอะไรได้บ้างในการแก้ไขความเสียหาย

          มีผลิตภัณฑ์หลายประเภทและกระบวนการหลายอย่างที่คุณสามารถใช้ได้ เพื่อแก้ไขความเสียหายจากแสงแดด

          ทาครีมกันแดดอย่างเคร่งครัด

          การทำเช่นนี้คุณจะปกป้องผิวจากความเสียหายที่เพิ่มขึ้น และชะลอความเปลี่ยนแปลงใด ๆ ในผิวที่จะเริ่มต้นเปลี่ยนให้ช้าลง ช่วยให้ผิวมีเวลาในการเยียวยาตัวเอง และระบบภูมิคุ้มกันของคุณมีโอกาสที่จะซ่อมแซมความเสียหายที่มีอยู่ ที่จริงการศึกษาวิจัยในออสเตรเลียชี้ว่า เพียงแค่การใช้ครีมกันแดดก็สามารถเปลี่ยนการทำงานของเซลล์ที่อาจเป็นมะเร็งได้ ฉะนั้น ใช้ครีมกันแดดที่มี SPF15 เป็นอย่างน้อยทุกวัน เพื่อเพิ่มการปกป้องของครีมกันแดด ทา 30 นาทีก่อนออกแดด และทาซ้ำทุกสองชั่วโมง ปริมาณของครีมกันแดดสำหรับทาทั่วเรือนร่างเวลาใส่ชุดว่ายน้ำ ก็คือประมาณ 1 ออนซ์ เพื่อที่จะได้รับการปกป้องแดดตามค่า SPF ที่แท้จริงหนึ่งออนซ์ก็ประมาณแก้วหนึ่งช็อต

          ใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของเรติโนอิดส์ (Retinoids) หรือเตรติโนอิน (Tretinoin)

          ผลิตภัณฑ์ที่แพทย์สั่งเหล่านี้ได้พิสูจน์แล้วว่า สามารถทำให้เซลล์ที่เสียหายทำงานเป็นปกติได้ ทำให้เซลล์ในผิวชั้นนอกอบอิ่มขึ้น ชุบชีวิตคอลลาเจนและอิลาสตินในผิวที่หายไป เพิ่มการไหลเวียนโลหิตมายังผิว และขัดลอกเซลล์ผิวที่ตายแล้วออกไป แต่ประสิทธิภาพของเรตินเอต้องค่อยเป็นค่อยไป ต้องใช้ต่อกันหลายเดือนกว่าที่จะเห็นความเปลี่ยนแปลง และอาจเกิดอาการระคายเคืองได้รวมทั้งทำให้ผิวไวต่อแสงแดดเพิ่มขึ้น

          สร้างเกราะป้องกันด้วยแอนตี้ออกซิแดนต์

          ใช้ครีมที่มีส่วนผสมของแอนตี้ออกซิแดนต์ แอนตี้ออกซิแดนต์ช่วยปกป้องดีเอ็นเอของผิวเพื่อป้องกันมะเร็งและในขณะเดียวกันก็ปกป้องคอลลาเจนและอิลาสตินในผิวจากอนุมูลอิสระ ที่ทำให้เกิดริ้วรอยและผิวเหี่ยวย่นถึงแม้การกินอาหารที่อุดมด้วยแอนตี้ออกซิแดนต์ จะสำคัญอย่างมาก แต่คุณก็ควรทาครีมหรือเซรั่มที่มีแอนตี้ออกซิแดนต์ด้วย เพื่อที่ผิวจะได้ดูดซึมเข้าไปโดยตรง แอนตี้ออกซิแดนต์ที่มีวิตามินซีเป็นหลัก ช่วยได้อย่างมากในการลดปัญหาเรื่องสีผิวและจุดด่างดำ และมีการค้นพบว่าการนำเอาส่วนผสมของวิตามินซีและอีมารวมกันสามารถเพิ่มประสิทธิภาพของครีมกันแดดได้ด้วย 

          นอกจากนี้ ยังมีชาเขียวที่เป็นแอนตี้ออกซิแดนต์ที่ทรงประสิทธิภาพ ซึ่งจากการศึกษาวิจัยของ Amercian Academy of Dermatology เกี่ยวกับชาเขียวที่นำมาทาลงบนผิวพบว่า มันยับยั้งการเติบโตของเซลล์มะเร็งได้ อย่างไรก็ตาม คุณไม่มีวันผิดพลาดไม่ว่าจะเลือกแอนตี้ออกซิแดนต์ใด ๆ ก็ตาม แต่เนื่องจากแอนตี้ออกซิแดนต์ไม่สามารถให้ผลดีอะไรได้แก่เซลล์ผิวที่ตายแล้ว อย่าลืมการขัดลอกผิวอย่างสม่ำเสมอ เพื่อขจัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วออกไป

       ทำอย่างไรถ้าผิวไหม้แดด

          ทำให้ผิวเย็นลง ประคบผิวด้วยน้ำผสมกับนมเย็น ๆ หรือเจลว่านหางจระเข้แช่เย็น จะช่วยให้อาการแสบร้อนดีขึ้นได้

         กินยาแอสไพรินหรือไอบูโพรเฟน ช่วยได้สำหรับอาการไหม้แดดที่รุนแรง ช่วยลดความเจ็บปวดที่เกิดจากการไหม้แดด และช่วยลดอาการอักเสบ

         ลองครีมสเตียรอยด์ ที่มีขายในร้านขายยา สเตียรอยด์ลดอาการอักเสบ แต่ต้องระวังเพราะครีมสเตียรอยด์ทำให้ผิวบางลงได้ถ้าใช้บ่อยเกินไป

       ไปพบแพทย์

          เพื่อต่อสู้กับการเปลี่ยนแปลงของผิวและจุดด่างดำทั้งหลายที่มาจากแสงแดด แพทย์ผิวหนังยังสามารถใช้กระบวนการหรือทรีตเมนต์หลายอย่างที่ช่วยคุณได้

         การลอกหน้าด้วยสารเคมี (Chemical Peels) เป็นการใช้กรดเข้มข้น (กรดไกลโคลิก แล็กติก หรือ TCA) เพื่อลอกเซลล์ผิวชั้นบนออกไป เพื่อให้เซลล์ผิวใหม่ที่สดใสกว่าขึ้นมาแทนที่ ช่วยลดริ้วรอยจาง ๆ และจุดด่างดำลงได้ แต่ความเข้มข้นของกรดอาจทำให้เกิดอาการบวมแดงได้

          ไมโครเดอร์มาเบรชัน เป็นการขัดผิวด้วยเกล็ดอัญมณี ที่กำจัดเซลล์ผิวชั้นนอกเหมาะอย่างมากสำหรับการจัดการกับสีผิวที่ไม่สม่ำเสมอ แต่เหมาะกับคนที่ผิวหนาและหยาบ ส่วนคนที่ผิวบอบบางควรเลี่ยง

         IPL (Intens Pulsed Light Treatment) ช่วยรักษาปัญหาหลายอย่างที่เกี่ยวกับความเสียหายจากแสงแดด ไม่ว่าจะเป็นกระ จุดด่างดำ และสีผิวไม่สม่ำเสมอ IPL ยังสามารถใช้ได้กับผิวที่คอ หน้าอก และมือ ซึ่งความเสียหายจากแดดมักปรากฏให้เห็นได้ด้วย ต้องรักษาอย่างต่อเนื่องจึงจะได้ผล

          เลเซอร์ การขัดลอกผิวด้วย Ablative Laser ได้ถูกใช้มากว่าสองทศวรรษแล้ว CO2 เป็นเลเซอร์รุ่นแรก ๆ ที่นำมาใช้ และต่อมาก็มี Erbium Yag Laser ที่นิยมกันมากกว่า เนื่องจากมันทำให้เกิดความเสียหายจากความร้อนต่อผิวน้อยกว่า ทำให้ผิวฟื้นตัวเร็วกว่า แต่ข้อเสียของเลเซอร์ชนิดนี้ก็คือ ต้องมีเวลาในการเยียวยาตัวเองของผิวที่ค่อนข้างนาน เลเซอร์อีกแบบหนึ่งคือ Non-Ablative Laser ที่ได้รับการพัฒนาขึ้นมาใหม่ มันทำให้ผิวชั้นในเกิดความร้อนและกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน และเนื่องจากไม่มีการขัดลอกผิวชั้นบนออก จึงทำให้ไม่ต้องมีระยะเวลาของการพักฟื้นนาน และอาจมีผลข้างเคียงและความเจ็บปวดน้อยกว่าเลเซอร์แบบแรก

       ดูแลผิวหลังออกแดด

          นอกจากการแก้ไขความเสียหายในระยะยาวแล้ว การดูแลผิวหลังจากเผชิญแสงแดดนาน ๆ ในช่วงหน้าร้อน ก็เป็นเรื่องที่ไม่ควรละเลย ต่อไปนี้คือขั้นตอนที่จะทำให้ผิวสุขภาพดีและเปล่งปลั่ง หลังจากเจอแดดมากเกินไป

          ปลอบประโลมผิว รังสีที่ร้อนแรงสามารถทำให้เซลล์ผิวเสียหายได้ และความเสียหายที่เกิดขึ้นก็ไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า แม้คุณจะไม่เกิดอาการไหม้แดด มันก็เป็นไอเดียที่ดีที่จะใช้โลชั่นดูแลผิวหลังออกแดดที่ช่วยเยียวยาหรือบรรเทาผิว และช่วยในการเยียวยาตัวเองของผิว อะโลเวร่าหรือว่านหางจระเข้เป็นส่วนผสมธรรมชาติที่สามารถปลอบประโลมและบรรเทาผิวที่แห้งให้นุ่มขึ้นได้ มันยังได้ผลอย่างมากในการบรรเทาอาการไหม้แดด

          เติมความชุ่มชื่น แสงแดดทำให้ผิวของคุณแห้งกร้านได้ง่าย หลังจากโดนแดดมาก ๆ คุณต้องการมอยส์เจอไรเซอร์ที่มีความเข้มข้นสูง ๆ และควรดื่มน้ำเยอะ ๆ ด้วย ลองมองหามอยส์เจอไรเซอร์ที่มีส่วนผสมของว่านหางจระเข้ เชียบัตเตอร์ หรือโกโก้บัตเตอร์ เพื่อให้ผิวนุ่มและชุ่มชื่น มอยส์เจอไรเซอร์ที่มีส่วนผสมของเอเอชเอหรือกรดไฮยาลูรอนิก สามารถทำให้ผิวอวบอิ่มขึ้น ทำให้ดูมีริ้วรอยน้อยลง และการใช้อย่างต่อเนื่องอาจกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ได้

          ปรนเปรอผิว นอกจากขั้นตอนปกติแล้ว เอาใจตัวเองเพิ่มขึ้นด้วยการใช้มาส์กเพื่อเพิ่มความชุ่มชื่นแก่ผิวอย่างเข้มข้นเป็นพิเศษ เลือกมาส์กแบบให้ความชุ่มชื่นสูง ๆ เพื่อเยียวยาผิวที่แห้งกร้านจากแดด และเอามาส์กไปแช่ตู้เย็นก่อนใช้เพื่อเพิ่มความสดชื่น

          อย่าลืมขัดลอกผิว การกำจัดเซลล์ผิวที่ตายแล้ว ช่วยเปิดทางให้เซลล์ผิวใหม่ที่สดใสกว่าเผยตัว ทำให้ผิวดูเรียวเนียนขึ้น และส่วนผสมต่าง ๆ ในการบำรุงและปรนเปรอผิวสามารถซึมซับลงไปในผิวได้ดีขึ้น เพราะฉะนั้นอย่าลืมขัดลอกเซลล์ผิวเป็นประจำด้วยล่ะ

ที่มา : www.kapook.com