แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ศัลยกรรม แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ศัลยกรรม แสดงบทความทั้งหมด

วันพฤหัสบดีที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

ขาเรียบเนียนหรอ!!!ง่ายๆ


ขาเรียบเนียนทันใจ ทำได้ด้วย..?

แต่เคยไหมคะที่เวลาหยิบกระโปรงหรือกางเกงขาสั้นมาใส่ พอมองตัวเองในกระจกแล้ว ก็ต้องพบว่าเรียวขาของคุณนั้นดูไม่เนียนเอาซะเลย แต่ก็ขี้เกียจจะจัดการกับมัน จนคุณต้องเปลี่ยนเอากางเกงขายาวมาใส่แทน โดยเฉพาะในเวลาเร่งด่วนที่คุณต้องรีบไปให้ทันตามนัด การกำจัดขนขาเห็นจะเป็นเรื่องที่ยุ่งยากวุ่นวายซะจริงๆ ค่ะ

ขั้นที่หนึ่ง

โกน ถ้าหากคุณไม่อยากออกไปแว๊กซ์ขนตามร้านเสริมสวย หรือไม่มีเวลามากนัก ให้คุณโกนขนขาเพื่อให้เรียวขาคุณดูเนียนขึ้น

ขั้นที่สอง

ใช้ออยล์หรือโลชั่นทาบริเวณเรียวขาหลังการโกน แต่การใช้ออยล์จะดีกว่าค่ะ เพราะจะทำให้เรียวขาคุณดูสว่างใสขึ้น ขณะเดียวกันก็ดูชุ่มชื้นนุ่มนวล ดูสุขภาพดีมากขึ้นด้วย

ขั้นที่สาม

ใช้แป้งที่มีกลิตเตอร์ปัดทับลงไปให้ทั่วเรียวขา โดยเน้นบริเวณหน้าแข้ง และหัวเข่า เพื่อเพิ่มความสว่างใสมากขึ้น


ขั้นที่สี่

อาจใช้รองพื้นแต้มบริเวณที่มีรอยแผลเป็นหรือรอยช้ำ เพื่อให้รอยแผลเป็นหรือรอยช้ำบนเรียวขาคุณดูนุ่มขึ้น เสร็จแล้วปัดกลิตเตอร์อีกครั้ง


วันศุกร์ที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2555

แค่พักผ่อนให้เพียงพอ ก็ผอมแล้วคร๊า!!!!!!


แค่พักผ่อน ก็สามารถลดอ้วนได้!!!!!

มีนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยชิคาโกกลุ่มหนึ่งพบว่า ?เพียงแค่คุณนอนหลับให้เพียงพอในยามกลางคืนก็สามารถช่วยให้ร่างกายกำจัดไขมันส่วนเกินออกไปได้เช่นกัน? แถมยังพบด้วยว่า คนที่นอนน้อยในตอนกลางคืนมีโอกาสจะกลายเป็นคนตุ้ยนุ้ยสูงอีกด้วยนะคะ โดยผลการทดลองนี้ทำในกลุ่มอาสาสมัคร 10 คน เป็นเวลานาน 4 สัปดาห์ โดยในการทำวิจัยนั้นจะให้ทุกคนรับประทานอาหารแคลอรีต่ำเหมือนกัน ในสองสัปดาห์แรกเหล่าอาสาสมัครจะได้นอนคืนละ 8.5 ชั่วโมง และอีกสองสัปดาห์ที่เหลือเวลานอนจะลดลงเหลือเพียงแค่ 5.5 ชั่วโมง
เมื่อสิ้นสุดการทดลองในสัปดาห์ที่สี่พบว่า แม้น้ำหนักของอาสาสมัครในช่วงสองสัปดาห์แรกกับสองสัปดาห์หลังจะไม่แตกต่างกันนัก แต่ที่น่าสนใจคือ ?สัดส่วนของไขมันที่พบว่า สองสัปดาห์แรกไขมันของอาสาสมัครลดลงเฉลี่ย 3.1 ปอนด์ ขณะที่สองสัปดาห์หลังซึ่งอาสาสมัครได้นอนเพียงคืนละ 5.5 ชั่วโมง ปริมาณไขมันลดลงเฉลี่ยเหลือเพียง 1.3 ปอนด์?

รู้เคล็ดลับดีๆ แบบนี้แล้ว สาวๆ ก็อย่าลืมนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอกันด้วยนะคะ

วันอังคารที่ 4 กันยายน พ.ศ. 2555

เครื่องมือเสริมความงาม???มีอะไรบ้างน๊า...


เรามารู้จักเครื่องมือเสริมความงามกันเถอะ
สถาบันความงามในสมัยปัจจุบันนี้เกิดขึ้นมาอย่างมากมายและมีเครื่องมือเสริมความงามที่เต็มไปด้วยเทคโนโลยีที่สมัยต่าง ๆ ที่นำมาแข่งขั้นกันเพื่อดึงดูดลูกค้าให้เข้าร้าน แต่วันนี้เราจะนำเรื่อง เครื่องมือเสริมความงาม ต่าง ๆ ที่คุณควรรู้ว่ามันสามารถทำอะไรได้บ้างและมีข้อดีข้อเสียอย่างไร ยกตัวอย่างเช่น Laser , Radio Frequency , Botox , Ionto ฯลฯ

LASER (light amplification by simulated emission of radiation)

หลักการ : เป็นเครื่องมือให้กำเนิดคลื่นแสงที่มีความยาวคลื่น (wavelength) ที่เหมาะสมแล้วยิงไปยังเซลล์เป้าหมาย ซึ่งเซลล์จะรับและดูดซับพลังงานแสงในระดับที่เข้มพอที่จะเปลี่ยนเป็นพลังงานความร้อนทำลายเซลล์ที่ต้องการกำจัดโดยจะไม่ทำลายเซลล์เนื้อเยื่อปกติ ทำให้ไม่มีปัญหาผิวแดงหรือแผลเป็นที่หนังกำพร้าซึ่งเป็นวิธีหนึ่งที่ได้รับความนิยมอย่างสูง

สภาพปัญหาที่เหมาะสมและการรักษา :
ทำเลเซอร์กระตุ้นการสร้างใยคอลลาเจนเพื่อลดริ้วรอย รักษาปานแดงด้วยเลเซอร์ที่สามารถกำจัดเนื้องอกหลอดเลือด ขจัดขนส่วนเกินโดยทำลายเซลล์รากขน เซลล์ไขมันที่ทำให้เกิดตุ่มไขมัน เม็ดสีเมลานินเพื่อรักษากระ ฝ้า ส่วนปัญหาที่มีผู้นิยมมารับการรักษามากที่สุดได้แก่ ผู้ที่เป็น รอยคล้ำ กระ ฝ้า อย่างไรก็ตามการรักษาปัญหาผิวพรรณด้วย LASER นั้น บางอย่างอาจไม่หายขาด 100% เพียงแต่มีอาการดีขึ้น และอาจเกิดขึ้นได้ใหม่ เนื่องจากเลเซอร์จะขจัดเซลล์ส่วนเกินที่ไม่ต้องการแต่ไม่สามารถป้องกันการเกิดขึ้นใหม่ของเซลล์

ข้อควรคำนึง :
ผลจากการทำเลเซอร์แบ่งเป็น 2 ประเภทคือ ประเภทแรกยิงแล้วมีบาดแผลเช่น เลเซอร์กำจัดไฝ กระเนื้อ หลังทำการรักษาจะเกิดแผลเป็นจุดเลือดออกและผิวอาจเป็นรอยบุ๋มเล็กน้อย ต้องดูแลโดยทำความสะอาดด้วยน้ำเกลือสำหรับล้างแผล ทายา และหลีกเลี่ยงแสงแดด จากนั้นเนื้อเยื่อบริเวณรอยบุ๋มจะค่อย ๆ ขึ้นเต็มเหมือนเดิม อาจมีรอยคล้ำจาง ๆ เกิดขึ้นจากความร้อนของเลเซอร์แต่จะหายไปได้เองประมาณ 4 สัปดาห์ สำหรับประเภทที่สองยิงแล้วไม่มีบาดแผล เช่น กำจัดขน เส้นเลือดขอด ลดรอยคล้ำ กระตุ้นการสร้างใยคอลลาเจนเพื่อแก้ไขริ้วรอย หลังการรักษาสามารถล้างหน้า ทาครีมและใช้เครื่องสำอางได้ตามปกติให้ความสะดวกในการดูแลหลังการรักษา หากใช้เครื่องมือไม่เหมาะสมควบคุมความร้อนไม่ดีอาจเกิดแผลเป็นได้ ดังนั้นจึงเป็นการรักษาที่ต้องใช้ความชำนาญควรพบแพทย์เฉพาะทางเท่านั้น


RADIO FREQUENCY (RF)


หลักการ : RF เป็นเครื่องให้กำเนิดคลื่นวิทยุความถี่สูงไปยังผิวหนัง เพื่อสร้างสนามแม่เหล็กไฟฟ้าทำให้อุณหภูมิในผิวหนังร้อนขึ้น และความร้อนที่เกิดขึ้นจะกระตุ้นใยคอลลาเจนให้เปลี่ยนแปลงหดกระชับหรือกระตุ้นให้เกิดการสร้างใหม่ทำให้ยกกระชับผิวให้เรียบตึงขึ้นกว่าเดิม

สภาพปัญหาที่เหมาะสม :
เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาริ้วรอยจากการหย่อนคล้อย เช่น แก้มย้อย ร่องแก้มลึก และมักให้ผลดีในคนช่วงอายุ 40 - 60 ปี อย่างไรก็ตามการรักษาได้ผลดีในระดับหนึ่งแต่ไม่เทียบเท่าการผ่าตัดดึงหน้า

ข้อควรคำนึง :
RF ให้ความร้อนลงไปลึกทำให้ผิวหนังหดรัดมากอาจเกิดเป็นรอยบุ๋ม ปัจจุบันปรับให้ปลอดภัยมากขึ้นผลข้างเคียงน้อยลงมาก ผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่นโรคหัวใจควรปรึกษาแพทย์ก่อนทำ


BOTOX

หลักการ :
Botox เป็นชื่อการค้าของ Botulinum toxin เป็นสารพิษสกัดจากแบคทีเรีย Clostidium Botulinum ออกฤทธิ์ทำให้กล้ามเนื้ออ่อนแรง โดยฉีดปริมาณน้อย ๆ เข้ากล้ามเนื้อ เพื่อลดการหดเกร็งของผิวหนัง แต่ออกฤทธิ์เพียง 4-6 เดือนแล้วถูกร่างกายสลายไปตามธรรมชาติ

สภาพปัญหาที่เหมาะสม : ลดริ้วรอยที่เกิดจากการขมวดคิ้ว ตีนกาที่เกิดจากการยิ้ม

ข้อควรคำนึง :
สำหรับผู้ที่ต้องการรักษาให้หาย 100% เมื่อฉีด Botox 4-6 เดือนแล้วอาจมีรอยย่นกลับมาใหม่ได้ จึงควรทำการรักษาต่อเนื่อง


IONTO (Iontophoresis)


หลักการ :
เป็นอุปกรณ์ช่วยเพิ่มการส่งผ่านโมเลกุลของยาเข้าสู่ผิวหนัง โดยใช้กระแสไฟฟ้าตรงเป็นตัวผลักดันไอออนต่าง ๆ ผ่านผิวหนังเข้าไป จึงใช้กระแสไฟฟ้าผลักดันตัวยาซึ่งมีประจุให้ผ่านชั้นหนังกำพร้า (epidermis) ทางรูต่าง ๆ (skin pores) ต่อมเหงื่อ (sweat glands) หรือต่อมรากขน (hair follicles) และเข้าไปยังชั้นหนังแท้ (dermis) ต่อไป นอกจากนี้ความต้านทานโดยรวมของผิวหนังยังลดลงเนื่องจากอิทธิพลของกระแสไฟฟ้าจึงทำให้ตัวยาสามารถผ่านได้ง่ายขึ้นอีกด้วย และผิวหนังจะเป็นเสมือนที่เก็บกักตัวยา ซึ่งจะค่อย ๆ ปลดปล่อยตัวยาเข้าสู่ชั้นเนื้อเยื่อที่ลึกลงไปบริเวณที่ได้รับการรักษาอาจจะแดงหรือเป็นสีชมพูอยู่ชั่วคราว เนื่องจากเส้นเลือดฝอยขยายโดยทั่วไปจะเป็นอยู่ประมาณ 1-2 ชม. หลังจากทำเสร็จ

สภาพปัญหาที่เหมาะสม :
ใช้ส่งเสริมการทายาพวกแอนตี้ออกซิแดนซ์ (Antioxidant) ที่สลายตัวง่ายเช่น วิตามินซี วิตามินเอ Aloe vera เป็นต้น

ข้อควรคำนึง :
Ionto มีข้อควรระวังน้อย แต่ก็อาจทำให้เกิดการระคายเคืองหรือการไหม้ของผิวหนังภายใต้บริเวณที่สัมผัสกับขั้วกระตุ้น เนื่องจากปริมาณกระแสไฟฟ้าที่หนาแน่นใต้ขั้วกระตุ้น โดยเฉพาะบริเวณที่มีแผลเปิดหรือถลอก เพราะจะเป็นบริเวณที่มีความต้านทานไฟฟ้าต่ำ นอกจากนั้นบริเวณที่มีแผลเป็น (scar) ก็มักจะเป็นที่สะสมของกระแสไฟฟ้าซึ่งทำให้เกิดการไหม้ได้เหมือนกัน

คำเตือน : ยังไม่มีการยืนยันผลที่แน่นอนจากการใช้ Ionto ว่ามีประสิทธิภาพจริง


Dermal Filler

หลักการ : เป็นสารเติมเต็มสำหรับฉีดเข้าใต้ผิวหนังทดแทนคอลลาเจนที่หายไปในรอยย่นลึกถาวร อาจใช้คอลลาเจนหรือ Hyaluronic acid เพื่อความปลอดภัยควรเป็นสกัดจากธรรมชาติเพราะจะสลายไปเองในระยะเวลา 4-6 เดือน

สภาพปัญหาที่เหมาะสม :
รอยย่นลึก รอยย่นระหว่างคิ้วหรือร่องแก้มที่เป็น Static line

ข้อควรระวัง : ไม่ควรใช้สารพวกซิลิโคน อยู่ได้นานจริงแต่อาจไหลย้อยสู่ที่อื่นได้ และอาจเกิดอาการแพ้รุนแรง

วันอาทิตย์ที่ 2 กันยายน พ.ศ. 2555

การรักษากระลึก เพื่อผิวสวย


 การรักษากระลึก เพื่อผิวสวย



วันนี้พาคุณผู้หญิงและคุณผู้ชายทั้งหลายที่เป็น กระลึก มาดูทางเลือกในการรักษากระลึกให้หาย กระลึก นั้นเกิิด จากหลากหลายสาเหตุซึ่งส่วนจะพบผู้หญิงเป็นกระมากกว่าผู้ชายและพบมากบริเวณช่วงโหนกแกม ฉะนั้นหากอยากสวยหล่ออย่างหมดจดก็มาทำการรักษากระลึกกันค่ะ

การรักษากระลึก
กระลึก มีชื่อภาษาอังกฤษว่า Horl?s nevus ลักษณะที่พบจะเห็นเป็นจุดสีน้ำตาลเข้มหรือสีดำ มักพบบริเวณโหนกแก้มทั้งสองข้าง พบในผู้หญิงบ่อยกว่าผู้ชาย สำหรับสาเหตุการเกิดกระลึกยังไม่ทราบชัดเจนบางคนอาจมีประวัติกรรมพันธุ์ บางคนพบว่ากินยาคุมแล้วสีเข้มขึ้นหรือเจอแสงแดดทำให้กระลึกเด่นชัดขึ้นเป็นต้น

การรักษากระลึก
ค่อนข้างเป็นปัญหาที่รักษาหายยาก เนื่องจากเม็ดสีอยู่ลึกการรักษาต่าง ๆ ที่ช่วยในการลดเม็ดสีที่อยู่ลึกจึงต้องใช้เวลาค่อนข้างนาน

การดูแลรักษา

- พยายามหลีกเลี่ยงยาคุมหรือฮอร์โมนที่เป็นตัวกระตุ้นเม็ดสีให้เด่นชัดขึ้น

- หลีกเลี่ยงแสงแดดหรือให้ใช้ครีมกันแดดทุกวัน ครีมกันแดดที่ใช้ควรมีค่า SPF 30 ขึ้นไป

- การใช้ครีมหรือยาทาเพื่อลดเม็ดสีของกระลึกมีส่วนช่วยได้บ้าง ทำให้กระลึกจางลงได้แต่ไม่หายหมด

-
การรักษาด้วยเลเซอร์ ถือว่าเป็นการรักษาที่ได้ผลดีที่สุดสำหรับกระลึก แต่เป็นการรักษาที่ใช้เวลานานต้องทำการรักษาหลายครั้ง

การรักษากระลึกด้วยเลเซอร์

เป็นวิธีที่ดีในการกำจัดเม็ดสีของกระลึก บางคนสามารถรักษาจนหายหมดหรือเกือบหมดได้ เพียงแต่ต้องมีความใจเย็นในการรักษา เนื่องจากกระลึกต้องทำการยิงเลเซอร์กันหลายครั้ง บางคนยิง 3 ครั้งบางคนอาจถึง 5-6 ครั้ง ระยะเวลาแต่ละครั้งห่างกัน 6-8 สัปดาห์

การยิงเลเซอร์ไม่ยุ่งยากไม่เจ็บหลังยิงเลเซอร์จะเป็นสะเก็ดดำอยู่ประมาณ 1 สัปดาห์ สะเก็ดก็หลุดไป หลังสะเก็ดหลุดจะเห็นเป็นดวงสีขาว หลังจากนั้นสีจะจางไปทีละน้อย แต่บางคนในระยะการยิง 2-3 ครั้งแรก อาจมีสีเข้มขึ้นก่อนแล้วจึงจะจางไปทีหลัง

โดยส่วนใหญ่กระลึกมักจะจางลงหลังยิงเลเซอร์ไปแล้ว 2-3 ครั้ง ควรทำการรักษาต่อเพื่อให้เม็ดสีหายจนหมดหรือบางคนอาจพอใจที่เม็ดสีหายไปเกินครึ่งแล้วสามารถใช้เครื่องสำอางหรือแป้งทากลบจนไม่เห็นกระลึก ก็สามารถหยุดการรักษาด้วยเลเซอร์ได้ค่ะ

ประโยชน์และผลกระทบของเลเซอร์ รู้ก่อนทำ


 ประโยชน์เลเซอร์!!!มีไม่น้อยเลยน๊า
วันนี้เราจะพาคุณผู้หญิงรักความงามมาทำความรู้จักเกี่ยวกับประโยชน์เลเซอร์ที่คุณจะได้รู้ว่า เลเซอร์สามารถทำอะไรบ้าง เพราะโดยส่วนใหญ่ในปัจจุบัน ประโยชน์เลเซอร์ มีมากมายแต่ก็ต้องรู้ว่าควรจะใช้แบบไหนและเลเซอร์แบบไหนบ้างที่จะเหมาะกับอาการที่คุณเป็น เรามาดู ประโยชน์เลเซอร์ กันเลยดีกว่าค่ะ

ประโยชน์เลเซอร์
เลเซอร์ (Laser: Light Amplification by Stimulated) คือ พลังงานที่มีความเข้มสูงมีความยาวคลื่นเสียงเดียววิ่งเป็นเส้นตรงไปยังเป้าหมายที่ต้องการทำลาย วิวัฒนาการของเลเซอร์เพื่อความงามมีมากกว่า 30 ปี แต่เดิมใช้ตัดไฝ ลบรอยสัก รอยแผลเป็น ต่อมาจึงมีการพัฒนาให้หลากหลายมาดูกันว่าปัญหาผิวแต่ละแบบจะแก้ไขด้วยเลเซอร์ชนิดใดบ้าง

- ไฝ รอยด่างดำ หูด ใช้เลเซอร์คาร์บอนไดออกไซด์กำจัดเนื้อเยื่อผิวหนังที่บกพร่อง โดยไม่เป็นอันตรายต่อผิวไม่เจ็บปวด วิธีนี้ใช้เวลาน้อยแต่ให้ผลดีจึงทำเพียงครั้งเดียว

- ปานแดง แผลเป็นนูน (Keloid scar) หูดที่รักษายากและเส้นเลือดฝอย เลเซอร์แบบ PDL (Pulsed Dye Laser) เลเซอร์ชนิดนี้ทำให้หลอดเลือดมีความร้อนสูงมีลักษณะเป็นแสงวาบความเข้มข้นสูงแต่อ่อนโยน จึงไม่สร้างความเสียหายต่อผิวหนังโดยรอบ เป็นวิธีที่มีความปลอดภัยสูงและใช้กับเด็กได้

- ปานดำ รอยคล้ำ รอยสัก กระแดด หรือกระที่เกิดขึ้นตามวัย เทคโนโลยี Q-Switched Nd: YAG Laser รักษาความผิดปกติของสีผิวด้วยเลเซอร์ โดยใช้ครีมยาชาทาก่อนแล้วยิงเลเซอร์คลื่นแสงสั้นผ่านผลึก YAG หลังการรักษาจะให้ทายาปฏิชีวนะและจะมีสะเก็ดแผลสีน้ำตาลอยู่ประมาณ 1 สัปดาห์ กระแดดรักษาหายได้ภายใน 1-2 ครั้ง แต่รอยสีเข้มหรือรอยสักต้องรักษามากกว่า 3-4 ครั้ง

- ขน การถอน โกน แวกซ์ หรือ การใช้ยาเคมีที่ทำให้ขนร่วง ยุ่งยาก เจ็บ และกำจัดขนได้ชั่วคราวเท่านั้น ต่างจากการใช้เลเซอร์ Lightsheer Giode Laser และ CoolGlide long-pulsed Nd: YAG Laser ที่ทำให้เส้นขนหยุดการเจริญเติบโตและหลุดร่วงในที่สุดแต่ต้องทำซ้ำประมาณ 2-3 ครั้ง

- ลบริ้วรอยแบบไม่มีแผล เป็นการใช้แสงเลเซอร์เพื่อกระตุ้นให้หนังแท้สร้างเส้นใยคอลลาเจนขึ้นมาใหม่ เพื่อปรับสภาพผิวให้เรียบเนียนเป็นการรักษาที่ไม่เจ็บและไม่มีแผล

- การยกกระชับผิวโดยไม่ต้องผ่าตัด
เหมาะสำหรับผู้ที่ใบหน้า ลำคอ ท้องแขน หน้าท้อง และสะโพก เริ่มหย่อนคล้อย วิธีนี้ใช้พลังงานความร้อนจากคลื่นวิทยุ (Radio Frequency) แต่ต้องทำบ่อย ๆ และเห็นผลช้า

- แผลหลุมและรูขุมขนกว้าง
แผลหลุมจากสิวรักษาด้วยยาไม่หาย ปัจจุบันจึงใช้เลเซอร์คาร์บอนไดออกไซด์สำหรับรักษาแผลหลุมที่ค่อนข้างลึก ใช้เลเซอร์ Erbium : YAG สำหรับแผลที่มีระดับความลึกปานกลาง และ Cool Glide สำหรับแผลตื้นและรูขุมขนกว้าง


ผลกระทบจากเลเซอร์ : คุณยอมรับได้แค่ไหน

แม้การทำเลเซอร์จะเห็นผลได้รวดเร็วแต่ก็มีผลกระทบที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ เพราะหลักการทำงานของเลเซอร์คือทำให้เกิดความร้อน ผิวหนังจึงอักเสบง่ายเมื่อหายจากการอักเสบอาจจะมีรอยดำ ในคนผิวขาวอาจเกิดรอยแดงหลังการทำประมาณ 2-4 สัปดาห์ แต่คนผิวคล้ำอาจเกิดรอยดำ ประมาณ 1-2 เดือน รอยด่างถาวรหรือรอยแผลเป็นคีรอยด์


รู้ก่อนหลังทำเลเซอร์

ควรทำเลเซอร์กับแพทย์ที่มีความรู้ด้านผิวหนังเพราะรู้จักโรคและสภาพของโรค เช่น หูดเกิดขึ้นในชั้นบนหนังกำพร้าถึงหนังแท้ส่วนบน กระเนื้อเกิดขึ้นที่ชั้นหนังกำพร้า ถ้าแพทย์ไม่ชำนาญอาจยิงเลเซอร์ลึกเกินไปจนทำให้เกิดรอยแผลเป็นได้

สำรวจราคาและจำนวนครั้งที่ต้องทำเลเซอร์ โดยเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณครั้งละ 1,000-3,000 บาท ก่อนทำเลเซอร์ไม่ควรตากแดด และต้องทาครีมบำรุงผิวเพื่อให้สีผิวปกติ สำหรับคนผิวเข้มแพทย์จะให้ยาปรับสีผิวให้ขาวขึ้น ภายใน 2-4 สัปดาห์ หลังทำเลเซอร์ทาครีมบำรุงผิวและครีมกันแดดได้ตามปกติ แต่ต้องเลี่ยงแดดและงดกิจกรรมกลางแจ้งเพราะผิวยังอ่อนแออยู่
รู้ประโยชน์ ชนิดของเลเซอร์ และผลกระทบกันบ้างแล้วหากสาวๆคนไหนสนใจที่จะทำเลเซอร์ควรศึกษา และแน่ใจก่อนนะคะทุกอย่างย่อมมีประโยชน์แล้วก็โทษ เพราะวิธีเสริมความมีเยอะแยะมากมาย เพียงแค่การทำเลเซอร์เป็นอีกวิธีนึงเท่านั้นค่ะ

วันจันทร์ที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2555

มาทำความรู้จักกับฟิลเลอร์


 ภัยจากการฉีดฟิลเลอร์เถื่อน

 "การฉีดฟิลเลอร์ (Filler) กำลังเป็นที่นิยมของหนุ่มสาวยุคนี้มาก เพราะเจ็บนิดเดียว แต่สวยได้รวดเร็วทันใจภายใน 10 นาทีหลังฉีด แถมยังไม่ต้องฟักฟื้นด้วย...แต่ชีวิตไม่ได้ง่ายขนาดนั้น เพราะหากคุณไม่ศึกษาข้อมูลให้ดีเพียงพอ หรือถึงคราวเคราะห์ไปเจอกับฟิลเลอร์ปลอมหรือผู้ที่ไม่ใช่แพทย์ซึ่งลักลอบรับฉีดฟิลเลอร์เถื่อนขึ้นมา ก็อาจเกิดอันตรายร้ายแรงตามมาได้"มาทำความรู้จักกับฟิลเลอร์กันก่อน
ฟิลเลอร์เป็นสารสังเคราะห์เพื่อเสริมความงาม โดยเฉพาะบนใบหน้า เพื่อลดริ้วรอยเหี่ยวย่นตามวัย ทำให้ใบหน้าดูเต่งตึง และเสริมสร้างความโดดเด่นบนใบหน้า เช่น ฉีดสันจมูกให้โด่งขึ้นแทนการผ่าตัดใส่ซิลิโคนแท่ง ฉีดคางให้ใบหน้าดูเรียวเล็ก เป็นต้น ซึ่งสารฟิลเลอร์นี้มีใช้มานานกว่า 10 ปีแล้ว ซึ่งอาจไม่เป็นที่คุ้นหูของคนทั่วไปนัก แต่ปัจจุบันนี้เป็นที่นิยมอย่างมากในกลุ่มผู้รักสวยรักงาม สารฟิลเลอร์ที่ใช้กันตอนนี้มีหลายชนิด หลายยี่ห้อ หลายราคา โดยมีการนำเข้าจากหลายประเทศ และต้องขออนุญาตนำเข้าจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา หรือ อย. ก่อน...สารฟิลเลอร์จะมีลักษณะใสๆ คล้ายเจล ที่นิยมใช้ในปัจจุบันมี 2 ชนิดคือ

- คอลลาเจน (Collagen) เป็นสารสกัดหรือสารสังเคราะห์จากไขมันสัตว์ เช่น ไขมันวัว ซึ่งบางคนอาจเกิดปัญหาการแพ้โปรตีนได้ ดังนั้น ก่อนฉีดฟิลเลอร์ชนิดนี้จึงต้องมีการทดสอบการแพ้ก่อนประมาณ 2 สัปดาห์

- สารไฮยาลูรอนิก แอซิด (Hyaluronic Acid) เป็นสารอุ้มน้ำที่มีอยู่ในชั้นหนังแท้และมีในร่างกายของคนเรา บางชนิดเป็นสารที่สกัดมาจากสัตว์บางชนิด เป็นการสังเคราะห์ทางชีวภาพ สกัดมาจากน้ำตาลที่ถูกย่อยโดยแบคทีเรียสเตรปโตคอคคัส (Streptococcus bacteria) ซึ่งสารไฮยาลูรอนิก แอซิดนี้ มีข้อดีคือปลอดภัย ไม่ทำให้เกิดอาการแพ้ ไม่ต้องทดสอบก่อนฉีด และหากฉีดไปแล้วไม่พอใจก็สามารถแก้ไขได้ โดยแพทย์จะฉีดสารละลายแก้ไขที่ชื่อ ไฮยาลูรอนิเดส (Hyaluronidase) เข้าไปเพื่อสลายสารไฮยาลูรอนิก แอซิด ให้ยุบตัวลง
จะป้องกันตัวเองให้พ้นภัยจากฟิลเลอร์เถื่อนได้อย่างไร
1.ห้ามฉีดฟิลเลอร์กับผู้ที่ไม่ใช่แพทย์ผู้เชี่ยวชาญโดยเด็ดขาด!
หลังจากมีกระแสนิยมในเรื่องการฉีดฟิลเลอร์มากขึ้น ก็มีข่าวว่ามีการลักลอบฉีดซิลิโคนเหลวแทนสารฟิลเลอร์ และมีการลักลอบฉีดฟิลเลอร์โดยผู้ฉีดที่ไม่ใช่แพทย์ โดยมีการโฆษณาตามเว็บไซต์ หรือเร่ฉีดตามรถตู้ ตามคอนโดฯ ซึ่งมีค่าบริการที่ถูกกว่าคลินิกมาก เพราะใช้สารฟิลเลอร์ปลอมหรือสารฟิลเลอร์ที่ไม่ได้มาตรฐาน ไม่ผ่านการขึ้นทะเบียนจาก อย. ซึ่งทั้งผิดกฎหมาย และมีผลเสียที่ร้ายแรง
2.แม้ฟิลเลอร์จะได้มาตรฐาน แต่ถ้าฉีดพลาด อาจถึงขั้นพิการได้การฉีดฟิลเลอร์กับผู้ที่ไม่ใช่แพทย์ผู้เชี่ยวชาญ แม้ว่าจะเป็นสารที่ได้มาตรฐานก็อาจเกิดความผิดพลาดได้ เช่น กรณีฉีดเสริมสันจมูก หากฉีดถูกเส้นเลือด สารฟิลเลอร์อาจเข้าไปอุดในเส้นเลือดและเข้าไปกดทับเส้นเลือดดำระหว่างหัวคิ้ว ทำให้เลือดไม่สามารถไหลเวียนได้ จนถึงขั้นตาบอดได้ในระยะเวลา 2 ชั่วโมง หรือสารฟิลเลอร์อาจเข้าไปในกระแสเลือด แล้วเข้าสู่สมองได้ หรืออาจทำให้เส้นเลือดแตก เส้นเลือดไปเลี้ยงสมองอุดตัน เป็นอัมพฤกษ์ อัมพาตได้...ที่ผ่านมายังไม่พบว่ามีการแพ้สารที่ขึ้นทะเบียนรับรองความปลอดภัยจาก อย.3.พิจารณาอย่างถี่ถ้วน ก่อนฉีดฟิลเลอร์บรรดาวัยรุ่นหรือสาวๆ ที่คิดจะฉีดฟิลเลอร์เพื่อเสริมความงามทั้งจมูก คาง ใบหน้า ขอให้พิจารณาไตร่ตรองอย่างถี่ถ้วน ควรเลือกประเภทฟิลเลอร์และสถานที่เข้ารับบริการที่ปลอดภัย โดยปรึกษาแพทย์เฉพาะทางหรือทำกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น จะได้ไม่ต้องมาเสียใจภายหลัง


ที่มา ... www.teenee.com