อยากผอม???ต้องรีบอ่านค๊า
อยากผอมทําไงดี ? โปรดหยุดพฤติกรรมต่อไปนี้ซะ
!!!.... แน่นอนว่าหากคุณได้หยุดพฤติกรรมที่เรานำมาบอกต่อไปนี้คำถาม อยากผอมทําไงดี
? คงไม่เกิดขึ้นกับคุณอย่างแน่นอนค่ะ แต่หากว่าคำถาม
อยากผอมทําไงดี ? ได้เกิดขึ้นกับคุณแล้วฉะนั้นมาตั้งใจดูพฤติกรรมบ้างอย่างของคุณที่เรานำมาบอกแล้วให้คุณหยุดพฤติกรรมที่เรานำมาบอกซะ
เพราะว่าจะเป็นอีกสิ่งหนึ่งเลยที่จะช่วยให้คุณนั้นลดน้ำหนัก ลดความ
และได้ความผอมสมใจนึกของคุณอย่างแน่นอนค่ะ
ฉะนั้นต่อไปคงไม่มีคำถามที่ว่าอยากผอมทําไงดี ? อีกต่อไปแล้วนะค่ะ
นั้นเรามาดูกันดีกว่าพฤติกรรมอะไรบ้างที่คุณควรหยุด (หากว่าใครยังไม่รู้)
อยากผอมทําไงดี ? ต้องหยุดพฤติกรรมต่อไปนี้ !
1. ดูทีวี
เคยมีงานวิจัยระบุว่า คนที่ดูทีวีมากกว่า 2 ชั่วโมงต่อวัน
มีแนวโน้มที่น้ำหนักจะขึ้นได้มากกว่าคนที่ดูทีวีเพียงแค่ครึ่งชั่วโมงต่อวัน
นั่นเพราะเมื่อดูทีวีร่างกายของคุณแทบจะไม่ได้ลุกหรือขยับไปไหนทำให้อัตราการเต้นของหัวใจ
ความดันโลหิต และอัตราการเผาผลาญในร่างกายลดลงตามไปด้วย โดยเฉพาะเด็กๆ
ซึ่งเคยมีรายงานการวิจัยจากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดว่า ยิ่งปล่อยให้เด็กๆ
ดูทีวีนานเท่าไหร่ก็ยิ่งอ้วนขึ้นได้ง่ายเท่านั้น
2. ทานเร็ว
ทานไว
แทบจะเป็นนิสัยประจำตัวของผู้คนส่วนใหญ่ที่อยู่ในสังคมอันเร่งรีบเลยทีเดียว
แต่รู้ไหมว่าการทานอาหารเร็วนั้นจะยิ่งทำให้คุณทานมากขึ้น
เพราะโดยปกติแล้วสมองจะต้องใช้เวลาประมาณ 15-20 นาที
ที่จะส่งสัญญาณว่า "อิ่มแล้ว" และทำให้คุณหยุดกิน
แต่หากคุณทานอาหารเร็วกว่าสมองจะส่งสัญญาณ "อิ่ม"
คุณก็ทานอะไรต่อมิอะไรเข้าไปมากมายเสียแล้ว แน่นอนว่า
ความอ้วนถามหาอย่างไม่ต้องสงสัย
3. ทำงานไป
กินไป
หลายคนติดนิสัยต้องหาขนมนมเนยเข้าปากระหว่างทำกิจกรรมต่างๆ
ไม่ว่าจะนั่งทำงานอยู่หน้าคอมพิวเตอร์ ดูทีวี ขับรถ หรือแม้กระทั่งคุยโทรศัพท์
ก็ขอให้มีอะไรเคี้ยวเล่นหน่อยเถอะแต่นิสัยนี้จะทำให้คุณน้ำหนักเพิ่มขึ้นได้โดยไม่ตั้งใจเชียวล่ะ
4. หลงใหลอาหารฟาส์ตฟู้ดส์
แม้อาหารฟาส์ตฟู้ดส์จะดูเป็นอาหารที่รวดเร็วทันใจหนุ่มสาวในสังคมยุคใหม่แต่ก็ทำให้คุณน้ำหนักพุ่งเร็วทันใจเช่นกัน
เพราะอาหารฟาส์ตฟู้ดส์เหล่านี้ล้วนประกอบไปด้วยแป้ง ไขมันอิ่มตัว และไขมันทรานส์
แถมยังมีกากใยไฟเบอร์จากผักผลไม้น้อยมากยิ่งชิ้นใหญ่ๆ ยิ่งน่ากลัวทีเดียว
5. กินตามอารมณ์
หากคุณไม่ได้ทานอาหารเพราะหิวแต่ทานตามอารมณ์รู้ไหมว่าจะทำให้คุณอ้วนขึ้นได้
โดยผู้เชี่ยวชาญระบุว่า 75% ของการรับประทานอาหารที่มากเกินไปเกิดจากการรับประทานอาหารตามใจหรือตามอารมณ์ของตัวเองทั้งนั้น
อย่างเช่นหากคุณเครียดก็อาจจะวิ่งเข้าครัวไปหยิบสแน็กมาแทนหรือหากมีความสุขคุณก็ทาน
ทาน ทาน เช่นกัน
6. ไม่มีเวลาออกกำลังกาย
คำพูดยอดฮิตของใครหลายๆ คนใช่ไหมล่ะ แม้จะปฏิญาณตนไว้แล้วก็ตามว่า
"วันนี้แหละ ฉันจะออกกำลังกาย" แต่สุดท้ายก็มักจะอ้างว่า
"ไม่มีเวลา" ทุกทีไป
นั่นเพราะคนส่วนใหญ่ชอบจัดให้การออกกำลังกายเป็นกิจกรรมที่สำคัญเป็นสิ่งสุดท้ายในตารางชีวิตไปเสียอย่างนั้น
7. คนใกล้ตัวพาอ้วนได้
ผลการศึกษาเมื่อปี 2007 ที่ตีพิมพ์ใน New
England Journal of Medicine พบว่า "ความอ้วน"
อาจมีสาเหตุมาจากคนรอบข้างที่เรามีความสัมพันธ์ด้วยก็เป็นได้
โดยผู้วิจัยได้ศึกษาจากกลุ่มตัวอย่างกว่า 12,000 คน
ที่มีอายุเกิน 32 ปีขึ้นไป พบว่า คนที่มีเพื่อน
พี่น้องหรือคู่ครองคนใดคนหนึ่งที่มีน้ำหนักเกินมีแนวโน้มจะอ้วนขึ้นได้ตั้งแต่ 37-57
เปอร์เซ็นต์
ซึ่งอาจจะเป็นเพราะว่าพฤติกรรมการกินการใช้ชีวิตส่งอิทธิพลถึงให้คล้ายๆ ก็เป็นได้
ส่วนใครที่มีเพื่อนบ้านน้ำหนักเกินก็ไม่ต้องกังวลเพราะรายงานไม่พบว่า
เพื่อนบ้านสามารถทำให้คุณน้ำหนักเกินตามไปด้วยได้
8. นอนหลับไม่เพียงพอ
หากคุณนอนหลับไม่เพียงพอฮอร์โมนเกรลินซึ่งเป็นฮอร์โมนกระตุ้นความหิวจะเพิ่มสูงขึ้น
ขณะที่ฮอร์โมนเลปตินซึ่งเป็นฮอร์โมนระงับความอยากอาหารจะลดลงทำให้คุณอยากทานนู่นอยากทานนี่ไปเสียหมด
สอดคล้องกับผลการศึกษาของมหาวิทยาลัยบริสตอลของสหราชอาณาจักรที่พบว่า
หากเวลานอนของคุณลดลงไป 1 ชั่วโมง
จะทำให้คุณอ้วนเพิ่มขึ้นได้อีก 3% เลยเชียวล่ะ
9. ไม่สนใจเรื่องแคลอรี่
คนมากมายรับประทานอย่างเดียวโดยไม่รู้ว่า
อาหารที่เรารับประทานมีแคลอรี่มากน้อยแค่ไหน และในวันหนึ่งๆ
เราต้องการแคลอรี่มากน้อยแค่ไหนทำให้เราไม่สนใจอาหารที่อยู่ตรงหน้าและมักจะกินตามใจฉันซึ่งนี่เป็นสาเหตุทำให้น้ำหนักเพิ่มขึ้นและยังเป็นนิสัยที่ไม่ดีด้วยล่ะ
10. ใช้เครดิตการ์ด
จากผลสำรวจการใช้บัตรเครดิตจับจ่ายในร้านอาหารฟาส์ตฟู้ดส์กว่า 100,000
ร้าน พบว่า
คนที่จ่ายค่าอาหารด้วยบัตรเครดิตจะเสียเงินซื้ออาหารมากกว่าคนที่จ่ายด้วยเงินสดถึง
30% โดยสำหรับผู้หญิงที่เข้าร้านอาหารฟาส์ตฟู้ดส์สัปดาห์ละครั้ง
พวกเธอจะจ่ายเงินเพิ่มขึ้นอีก 4.9 ปอนด์ หรือประมาณ 245
บาทต่อปี
นั่นก็เพราะพวกเธออยากได้คะแนนสะสมก็เลยต้องซื้อของกินมากขึ้น
เพื่อให้ได้แต้มเพิ่มขึ้นนั่นเองและหากมีของกินมากขึ้นจะไม่ให้คุณอ้วนขึ้นได้อย่างไรล่ะ
11. พลาดอาหารมื้อสำคัญ
งานวิจัยหลายชิ้นบอกเราว่า คนที่ทานอาหารเช้าจะมีแนวโน้มน้ำหนักเกินลดน้อยลง
เช่นเดียวกับ ดร.เดนิส บรูเนอร์ ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคอ้วนที่กล่าวว่า
การข้ามอาหารมื้อใดมื้อหนึ่งไปทำให้คุณอยากจะชดเชยความอยากอาหารในมื้อต่อไปซึ่งจะทำให้คุณอยากทานอาหารในปริมาณที่มากขึ้นนั่นเอง
12. ใส่เสื้อผ้าที่ไม่สบายตัว
ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่า
การใส่เสื้อผ้าก็มีความเชื่อมโยงกับน้ำหนักตัวของคุณด้วย
โดยงานวิจัยจากมหาวิทยาลัยวิสคอนซินพบว่า การสวมใส่เสื้อผ้าลำลองที่สบายๆ สไตล์ Casual
ในวันทำงานจะเอื้ออำนวยต่อการทำกิจกรรมต่างๆ มากกว่า ดังเช่น
ในวันที่ผู้เข้าร่วมการศึกษาสวมเสื้อผ้ายีนส์จะเดินได้มากกว่าวันที่สวมเสื้อผ้าแบบทางการอย่างชุดสูทเฉลี่ยถึง
8% ซึ่งก้าวเดินที่มากขึ้น หมายถึงว่า
เราได้เผาผลาญแคลอรีในร่างกายได้เพิ่มขึ้นด้วยและถ้าหากคุณสวมใส่เสื้อผ้าสไตล์ลำลองสบายๆ
ทุกๆ วันเป็นเวลา 50 สัปดาห์ จะสามารถเบิร์นแคลอรีได้เพิ่มขึ้น
6,250 แคลอรีต่อปีอย่างไม่น่าเชื่อ
13. ไม่ยอมชั่งน้ำหนัก
แม้คุณจะเกลียดตัวเลขที่ปรากฎบนที่ชั่งน้ำหนักแค่ไหนเราขอแนะนำให้คุณหันหน้ากลับไปหาตาชั่งเหมือนเดิมค่ะ
เพราะผลการศึกษาของมหาวิทยาลัยมินเนโซต้าพบว่า คนที่ชั่งน้ำหนักทุกวันๆ
เป็นเวลาเกินกว่า 2 ปี
จะสามารถลดน้ำหนักลงได้มากกว่าคนที่แทบจะไม่เคยชั่งน้ำหนักเลย
ซึ่งอาจจะเป็นเพราะว่าการชั่งน้ำหนักทำให้เรารู้ว่า
ตอนนี้เราอ้วนแล้วหรือยังและเกิดแรงฮึดที่จะลดน้ำหนักหรือทานอะไรให้น้อยลงนั่นเอง
โอ้...ไม่น่าเชื่อเลยนะเนี่ย
14. เบื่อ
เครียด...อ้วน
มีผลสำรวจจากประเทศอังกฤษระบุว่า
คนเราจะรู้สึกอยากรับประทานอาหารมากขึ้น เมื่อพวกเขารู้สึกเบื่อ เครียด
และเหนื่อยหน่ายกับปัญหาต่างๆ ดังนั้นแล้ว
หากใครไม่อยากอ้วนก็ทำจิตใจให้แจ่มใสอย่าเครียดเลยค่ะ เดี๋ยวจะกิน กิน กิน
ไม่รู้ตัว