วันเสาร์ที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

6 วิธีง่ายๆแก้ขาใหญ่


ขาใหญ่ทำไงดี กับ 6 วิธีแก้ขาใหญ่

1. ขึ้นบันได
เมื่อไหร่ที่คุณสาวๆ กำลังจะกดลิฟท์เพื่อขึ้นไปชั้นบน โปรดหยุดก่อนค่ะ แล้วเปลี่ยนไปเลือกขึ้นบันไดแทนดีกว่า ท่องเอาไว้ เพื่อเรียวขาที่สวยงาม เพื่อเรียวขาที่สวยงาม นั่นก็เพราะการก้าวขึ้นบันไดแต่ละก้าวจะช่วยเร่งระบบการเผาผลาญในร่างกายของคุณ และแน่นอนมันมีผลต่อกล้ามเนื้อต้นขาของคุณด้วยล่ะ นี่เป็นทิปส์ง่าย ๆ ที่คุณแทบไม่ต้องออกแรงอะไรเลย แต่ใช้ได้ผลทีเดียวนะ
2. จ็อกกิ้งกันดีกว่า
การเดินจ็อกกิ้ง หรือวิ่งเหยาะๆ เป็นการออกกำลังกายที่ง่ายกว่าการวิ่งมากๆ และนี่ก็เป็นการออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอที่ดีมากๆ ด้วยล่ะ เพราะมันจะช่วยเบิร์นไขมันและแคลอรีได้ แต่ถึงกระนั้น ก่อนจะวิ่งก็ต้องเลือกใส่รองเท้าให้เหมาะสมด้วยล่ะ เพื่อไม่ให้เข่า หรือข้อเท้าได้รับบาดเจ็บจากการวิ่ง
3. ปั่นจักรยาน
อีกหนึ่งวิธีการออกกำลังกายที่ดีต่อต้นขาเช่นกัน ก็แน่ล่ะ การปั่นจักรยานเป็นการออกกำลังกายที่ต้องใช้ส่วนต้นขามากเป็นพิเศษใช่ไหมล่ะ ยิ่งปั่นมากๆ ก็ยิ่งต้องใช้แรงจากขามากตามไปด้วย โดยเฉพาะต้นขาที่จะได้ออกกำลังอย่างเต็มที่ ทำให้ขาแข็งแรง และมีกำลังมากขึ้น ถ้ารอบบ้านไม่มีพื้นที่ให้ปั่นจักรยาน ก็ลองไปปั่นจักรยานตามสวนสาธารณะดูสิ รับรองว่า วิวสวยๆ สองข้างทาง และอากาศที่สดชื่น ร่มรื่นไปด้วยต้นไม้ จะช่วยให้คุณสาวๆ ปั่นจักรยานเพลินๆ จนลืมเวลาไปเลย
4. เดินเร็วๆ
แทนที่คุณจะออกไปเดินทอดน่องแถวๆ บ้านเมื่อมีเวลาว่าง เราแนะนำให้คุณเปลี่ยนสเต็ปเป็นการเดินเร็วแทน ซึ่งจะมีผลต่อการลดต้นขามากกว่าการเดินแบบธรรมดา และหากคุณเดินเร็วไปเรื่อยๆ สลับกับการเดินปกติบ้าง จะยิ่งช่วยเบิร์นแคลอรี และช่วยขจัดไขมันในส่วนอื่น ๆ ที่ไม่ใช่เฉพาะที่เรียวขาได้ด้วยนะ
5. ดื่มน้ำเยอะๆ
การดื่มน้ำจะช่วยเพิ่มการเมตาบอลิซึ่มในร่างกาย และยังช่วยล้างพิษให้ร่างกายได้ด้วย แต่หากคุณขาดน้ำ ระบบการเผาผลาญในร่างกายจะทำงานได้น้อยลง ส่วนอวัยวะสำคัญอย่าง "ตับ" ก็จะไม่สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพราะตับก็ต้องใช้น้ำในกระบวนการเปลี่ยนไขมันให้เป็นพลังงาน ดังนั้น ดื่มน้ำให้บ่อยๆ ซะ เพื่อเร่งอัตราการเผาผลาญ แต่ไม่ใช่ว่าจะมาดื่มตอนคุณรู้สึกกระหายน้ำแล้วนะ เพราะถ้าคุณรู้สึกกระหายขึ้นมาเมื่อไหร่ นั่นเป็นสัญญาณที่บ่งบอกว่าคุณกำลังขาดน้ำแล้วจ้ะ
6. เลือกทานอาหารสุขภาพ
เลี่ยงซะ! บรรดาอาหารที่เต็มไปด้วยไขมัน เพราะไขมันเหล่านั้นจะไปสะสมอยู่บริเวณต้นขาด้วยทำให้ต้นขาใหญ่ไปโดยปริยาย ดังนั้น เพื่อป้องกันไม่ให้ไขมันไปสะสมอยู่ที่ต้นขามากๆ ให้เลือกทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ คุณรู้อยู่แล้วล่ะน่าว่าอาหารอะไรบ้างที่ให้คุณต่อสุขภาพของคุณ 

วันศุกร์ที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

กินอาหารตามธาตุเพื่อสุขภาพที่ดี



การกินอาหารตามธาตุ คือ

แนวคิดกินตามธาตุมาจากทฤษฎีการแพทย์แผนไทยที่เชื่อว่า คนเราเกิดมาในร่างกายที่ประกอบด้วยธาตุทั้ง 4 คือ ดิน น้ำ ลม และไฟ แต่จะมีเพียง 1 ธาตุที่แสดงลักษณะเด่นประจำตัว เรียกว่า "ธาตุเจ้าเรือน" ซึ่งมี 2 ลักษณะ คือ ธาตุเจ้าเรือนเกิดที่เป็นไปตามวันเดือนปีเกิด และธาตุเจ้าเรือนปัจจุบันที่สังเกตจากบุคลิกลักษณะ อุปนิสัย กับปัญหาสุขภาพกายกับใจของแต่ละคน หากธาตุทั้ง 4 ในร่างกายมีความสมดุลจะไม่เจ็บป่วยบ่อย แต่หากขาดความสมดุลก็มักจะเจ็บป่วยได้ง่าย และเพื่อป้องกันปัญหาโรคภัยที่อาจเกิดขึ้นได้เราจึงควรปรับพฤติกรรมการกินโดยใช้รสชาติต่างๆ ของอาหารประจำธาตุ ถ้าพิจารณาในแต่ละธาตุจะพบว่ามีการกินที่แตกต่างกันเนื่องจากมีปัญหาสุขภาพที่ไม่เหมือนกัน

- ธาตุดิน
มักจะเสี่ยงต่อโรคอ้วน ความดันโลหิตสูง เบาหวาน อาการปวดตามข้อ โรคระบบทางเดินหายใจ และโรคเกี่ยวกับระบบน้ำย่อย ควรกินอาหารรสฝาดเพื่อช่วยสมานปิดธาตุ (แต่ไม่ควรกินมากเกินไปเพราะจะทำให้ฝืดคอ ท้องอืด และท้องผูก) อาหารรสหวาน เพราะมีสรรพคุณซึมซาบตามเนื้อ ทำให้ชุ่มชื่นบำรุงกำลัง (ไม่ควรกินมากเกินเพราะจะทำให้ง่วงนอนและเกียจคร้าน) อาหารรสมันเพื่อแก้เส้นเอ็นพิการ ปวดเสียว ขัดยอก และกระตุก และอาหารรสเค็ม เพราะมีสรรพคุณซึมซาบไปตามเนื้อ ช่วยการดูดซึมอาหาร ป้องกันการเสื่อมของเส้นเอ็นและกระดูก นอกจากนี้ควรกินอาหารประเภทแป้งขาวให้น้อย เพราะร่างกายจะเผาผลาญได้ไม่หมด และควรออกกำลังเป็นประจำ

- ธาตุน้ำ
มักมีปัญหาเสมหะเป็นพิษจึงควรกินอาหารรสเปรี้ยวเพื่อกัดฟอกเสมหะ ส่วนปัญหาสุขภาพอื่นๆ เหมือนธาตุดิน (เนื่องจากเป็นธาตุที่เอื้อกัน) เช่น โรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง ระบบทางเดินหายใจ และโรคอ้วน ในกรณีที่ธาตุน้ำมากจะมีเสมหะและน้ำมูกคล้ายจะเป็นหวัด เพราะร่างกายต้องการขับน้ำออกมาในช่วงอายุแรกเกิดถึง 16 ปี มักจะมีอาการเป็นหวัด คัดจมูก ตาแฉะ ในฤดูหนาวจะเจ็บป่วยง่ายเพราะธาตุน้ำกำเริบจึงควรกินอาหารประเภทแป้งขาวให้น้อยเช่นกัน

- ธาตุลม
ปัญหาด้านสุขภาพของคนธาตุเจ้าเรือนนี้คือ นอนไม่ค่อยหลับ ปวดท้อง จุกเสียด ระบบภายในมีความเป็นกรดมากและระบบย่อยอาหารไม่ดี เนื่องจากลักษณะนิสัยที่กินไม่ตรงเวลา บางรายอาจมีปัญหาโรคข้อและกระดูกควรกินอาหารรสเผ็ดร้อนเพื่อแก้ลมจุกเสียดและช่วยให้ระบบย่อยอาหารดีขึ้น แต่ไม่ควรกินมากเกินไปเพราะอาจทำให้เกิดอาการอ่อนเพลียได้ ในช่วงอายุ 32 ปีขึ้นไป มักจะมีอาการเวียนศีรษะ หน้ามืดเป็นลมง่าย ในฤดูฝนจะเจ็บป่วยง่ายเพราะธาตุลมกำเริบควรกินอาหารจำพวกเนื้อสัตว์ให้น้อยเพราะระบบการย่อยไม่แข็งแรง

- ธาตุไฟ
ปัญหาสุขภาพ คือ เครียดง่าย โรคกระเพาะอาหาร ผิวหนังแพ้ง่าย ท้องเสียบ่อย ร้อนใน เป็นฝี และมีแผลในปาก ในช่วงอายุ 16-32 ปี มักจะหงุดหงิดง่าย และอารมณ์เสียบ่อย ในฤดูร้อนจะเจ็บป่วยบ่อยอาจเป็นไข้ตัวร้อนได้ง่ายเพราะธาตุไฟกำเริบ ควรกินอาหารรสขมแก้โลหิตเป็นพิษ (หากกินมากไปจะทำให้อ่อนเพลีย) และอาหารรสเย็นเพื่อแก้ไข้ ร้อนใน ไข้พิษ และดับพิษร้อน และควรกินอาหารจำพวกไขมันให้น้อย แม้ว่าร่างกายจะเผาผลาญเนื้อสัตว์ได้ดี แต่หากกินไขมันที่ย่อยยากจะทำให้มีความร้อนในร่างกายมากเกินไปจนป่วยไข้ได้

- ธาตุดิน คือ ผู้ที่เกิดในเดือนตุลาคม พฤศจิกายน และ ธันวาคม
- ธาตุน้ำ คือ ผู้ที่เกิดเดือนกรกฎาคม สิงหาคม และกันยายน 
- ธาตุลม คือ ผู้ที่เกิดเดือนเมษายน พฤษภาคม และมิถุนายน 
- ธาตุไฟ คือ ผู้ที่เกิดเดือนมกราคม กุมภาพันธุ์ และมีนาคม


ขอขอบคุณข้อมูลวิธีการดูแลสุขภาพจาก ชีวจิต

วันพฤหัสบดีที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

ขาเรียบเนียนหรอ!!!ง่ายๆ


ขาเรียบเนียนทันใจ ทำได้ด้วย..?

แต่เคยไหมคะที่เวลาหยิบกระโปรงหรือกางเกงขาสั้นมาใส่ พอมองตัวเองในกระจกแล้ว ก็ต้องพบว่าเรียวขาของคุณนั้นดูไม่เนียนเอาซะเลย แต่ก็ขี้เกียจจะจัดการกับมัน จนคุณต้องเปลี่ยนเอากางเกงขายาวมาใส่แทน โดยเฉพาะในเวลาเร่งด่วนที่คุณต้องรีบไปให้ทันตามนัด การกำจัดขนขาเห็นจะเป็นเรื่องที่ยุ่งยากวุ่นวายซะจริงๆ ค่ะ

ขั้นที่หนึ่ง

โกน ถ้าหากคุณไม่อยากออกไปแว๊กซ์ขนตามร้านเสริมสวย หรือไม่มีเวลามากนัก ให้คุณโกนขนขาเพื่อให้เรียวขาคุณดูเนียนขึ้น

ขั้นที่สอง

ใช้ออยล์หรือโลชั่นทาบริเวณเรียวขาหลังการโกน แต่การใช้ออยล์จะดีกว่าค่ะ เพราะจะทำให้เรียวขาคุณดูสว่างใสขึ้น ขณะเดียวกันก็ดูชุ่มชื้นนุ่มนวล ดูสุขภาพดีมากขึ้นด้วย

ขั้นที่สาม

ใช้แป้งที่มีกลิตเตอร์ปัดทับลงไปให้ทั่วเรียวขา โดยเน้นบริเวณหน้าแข้ง และหัวเข่า เพื่อเพิ่มความสว่างใสมากขึ้น


ขั้นที่สี่

อาจใช้รองพื้นแต้มบริเวณที่มีรอยแผลเป็นหรือรอยช้ำ เพื่อให้รอยแผลเป็นหรือรอยช้ำบนเรียวขาคุณดูนุ่มขึ้น เสร็จแล้วปัดกลิตเตอร์อีกครั้ง


ฟังเพลงทำให้ผอมได้นะจ๊ะ


ฟังเพลงทำให้ผอม ได้นะจ๊ะ

แน่นอนว่า การออกกำลังกายที่เพียงพอจะช่วยในการลดน้ำหนัก แต่จากผลการศึกษาเมื่อเร็วๆ นี้ โดยมหาวิทยาลัยแฟร์ลีห์ ดิกกินสัน ในเมืองทีเน็ก รัฐนิวเจอร์ซีย์ สหรัฐฯ พบว่า คนอ้วนที่ลดน้ำหนักด้วยการเดินอย่างน้อย 3 ครั้งต่อสัปดาห์ ภายในระยะเวลาหกเดือน จะสามารถลดน้ำหนักลงได้ราว 4 กก. และลดไขมันในร่างกายลงได้ราว 2 เปอร์เซ็นต์ แต่ถ้าหากเดินไปด้วยฟังเพลงไปด้วย ผลนี้จะเพิ่มขึ้นถึงเท่าตัว โดยสามารถลดน้ำหนักลงได้โดยเฉลี่ยถึง 8 กก. และไขมันในร่างกาย 4 เปอร์เซ็นต์ อาจเป็นเพราะกลุ่มหลังจะอินกับการออกกำลังกายได้ง่ายกว่า และนานกว่า "การออกกำลังกายกับเพลงที่ชอบ ทำให้เราลืมความเหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้าจากการออกกำลังกายได้" หัวหน้าทีมวิจัย บอกเช่นนั้น

ขอขอบคุณข้อมูลวิธีลดความอ้วนจาก woman's

วันอังคารที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2556

คิ้วหนาเทรนด์ 2013


คิ้วหนาเทรนด์ร้อนปี2013 

เทรนด์คิ้วมาแรงแห่งปีตอนนี้ ต้องคิ้วหนาได้รูป เรียงเส้น ดูเป็นธรรมชาตินี่แหละอินสุดๆ ดูได้จากแคทวอล์ค เหล่าดารานางแบบ เซเล็บ ที่พากันแต่งคิ้วเข้ม ดูโดดเด่น เน้นใบหน้าให้ชวนมอง ใครอยากมีคิ้วหนาได้รูป เรียงเส้น เป็นธรรมชาติ ไม่ตกเทรนด์ วันนี้Immie2shopมีมาแชร์จ้า


เทคนิคคิ้วหนาได้รูป เรียงเส้น เป็นธรรมชาติ

1. แต่งคิ้วให้ได้รูป โดยที่หัวคิ้วไปจนถึงกลางคิ้วมีขนาดความหนาใกล้เคียงกัน และค่อยแต่งให้เรียวเป็นเส้นโค้งเล็กลงตอนปลาย โดยเน้นให้ดูหนาเป็นธรรมชาติมากที่สุด
2. ตกแต่งคิ้วด้วยโทนสีธรรมชาติ หรือเข้มกว่าปกติแค่ 1 ระดับ
3. เลือกสีให้เข้ากับสีผม เพื่อจะได้ดูกลมกลืนเป็นธรรมชาติ ไม่หลอกตา
4. ปัดเจลให้เห็นการเรียงตัวของเส้นคิ้วตามธรรมชาติ


วันพุธที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2555

รักแร้ขาวๆแบบไม่เปลืองเงิน


รักแร้ขาวๆแบบไม่เปลืองเงิน

การมีรักแร้ดำมีแต่จะทำให้คุณผู้หญิงหมดความมั่นใจ จะใส่เซื้อแขนกุดหน่อยก็ไม่ได้ ต้องคอยปกปิดอยู่ตลอดเวลา แต่ไม่ต้องกังวลไป ลองมาดูวิธีที่ช่วยให้คุณผู้หญิงรักแร้ขาวได้ง่ายๆ แบบไม่เปลืองเงินกัน

1. จำไว้เลยว่า บรรดาพวกสารเคมีทั้งหลายที่คุณผู้หญิงหามาทานี่แหละ คือตัวการดีที่ทำรักแร้ดำ ดังนั้นแนะให้เปลี่ยนจากการใช้ครีมที่มีสารเคมีต่างๆ มาใช้เป็นวัตถุดิบที่ได้จากธรรมชาติ กันดีกว่า ถ้าอยากรักแร่ขาว ลองดูสูตรนี้ นำน้ำมะนาวผสมกับน้ำผึ้ง แล้วทาลงบนผิว บริเวณรักแร้ขอบคุณผู้หญิงเบาๆ จากนั้นปล่อยทิ้งไว้ประมาณ 15 นาทีแล้วล้างออก ด้วยน้ำสะอาด หมั่นทำบ่อยๆ แล้วคุณผู้หญิงจะเห็นว่าผิวบริเวณรักแร่จะค่อยๆ เปลี่ยนแปลงไปค่ะ

2. ใช้ผงสารพัดประโยชน์เบกกิ้งโซดา วิธีการก็คือ หลังจากที่คุณผู้หญิงอาบน้ำแล้ว ก็ใช้ผงเบกกิ้งโซดามาขัดที่ใต้วงแขนอย่างเบาๆ มือ จากนั้นทิ้งเอาไว้ประมาณ 10 นาที แล้วล้างออกด้วยสบู่อีกหนึ่งรอบแล้วะเช็ดให้แห้งสนิท หลังจากการทำความสะอาด หมั่นทำสักอาทิตย์ละ 2-3 ครั้ง เพียงแค่นี้ใต้วงแขนก็กลับมาขาวใสแล้วละคะ

3. สูตรสำหรับคุณผู้หญิงที่ชอบทำอาหาร แค่นำน้ำมะนาวมาผสมกับน้ำแตงกวา แล้วนำไปปั่นรวมกับขมิ้น จากนั้นนำส่วนผสมทั้งหมดมาทาที่รักแร้ขอคุณผู้หญิง แล้วทิ้งเอาไว้ประมาณ 20 นาที แล้วคุณก็ล้างออกด้วยน้ำสะอาด ทำบ่อยๆ เห็นความเปลี่ยนแปลงแน่นอนค่ะ

4. เพื่อให้ใต้วงแขนของคุณผู้หญิงขาวขึ้น อย่างเป็นที่น่าพอใจ ยกแขนท่าไหนก็มั่นใด้ทุกท่า ลองนำน้ำมะนาวมาผสมกับน้ำแอปเปิล (หากไม่มีก็สามารถใช้น้ำองุ่นขาวมาใช้แทนได้) จากนั้นให้ใช้สำลีหรือผ้าชุบน้ำที่ผสมแล้ว นำมาเช็ดบริเวณใต้วงแขนของคุณ ทิ้งไว้ประมาณ 20 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำเปล้่าให้สะอาด เพียงเท่านี้งลแจนก็กลับมาค่อยๆ ขาวแล้วละคะ

5. หากในครัวของคุณมีน้ำแอปเปิล ไซเดอร์ วีนีก้า (Apple cider vinegar) อยู่แล้ว ไม่จำต้องไปหาซื้อส่วนผสมเพิ่มเติม หรือใช้สารเคมีอะไรมาช่วยทั้งนั้น เพราะแค่ขวดนี้ขวดเดียวก็เอาอยู่ เพียงแค่คุณผู้หญิงนำน้ำแอปเปิ้ล ไซเดอร์ วีนีก้าทาลงไปใต้วงแขนของคุณทุก ๆ วัน แต่ละครั้งให้ทาทิ้งไว้ประมาณ 15 นาที จากนั้นล้างออกด้วยน้ำสะอาด ด้วยวิธีนี้ใต้วงแขนก็จะขาวใสขึ้นแบบทันตาเห็นเลยล่ะ ว้าว น่าลองใช่ไหมละ ^^

6. ถ้าคุณผู้หญิงมีแตงกวา หรือมันฝรั่งติดครัวอยู่บ้าง ก็สามารถนำทั้งสองอย่างมาใช้ได้เช่นกัน โดยนำแตงกวา หรือมันฝรั่ง มาหั่นเป็นชิ้น บางๆ แล้ววางที่ใต้วงแขนของคุณสักประมาณ 20 นาที แต่หากคุณผู้หญิงเป็นคนใจร้อนไม่ชอบรอ ก็ให้นำมาขัดใต้วงแขนแทน เพียงเท่านี้วงแขนก็กลับมาขาวเนียนได้เหมือนกันค่ะ 

วันจันทร์ที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2555

5 เคล็ดลับดับกลิ่นบุหรี่


5 เคล็ดลับดับกลิ่นบุหรี่

กลิ่นบุหรี่อีกหนึ่งปัญหาใหญ่ของใครหลายคนเพราะกลิ่นบุหรี่นั้นทำให้บรรยากาศในบ้านนั้นต้องเสียไป วันนี้ Immie2shop จึงนำ 5 วิธีดับกลิ่นบุหรี่ ที่อยู่หมัดกันทีเดียวเพื่อให้ได้หายกลุ้มอกกลุ้มใจและพร้อมที่จะต่อสู้กับเจ้ากลิ่นบุหรี่นี้ค่ะ



วิธีดับกลิ่นบุหรี่


1.หากมีกลิ่นบุหรี่ติดอยู่ตามเครื่องหนัง เช่น โซฟาหนัง กระเป๋าหนัง วิธีการดับกลิ่นให้ใช้น้ำส้มสายชูเทใส่ผ้าพอประมาณ แล้วเช็ดเครื่องหนังที่มีกลิ่นติดอยู่ ถึงแม้น้ำส้มสายชูจะมีกลิ่นฉุนสักหน่อยแต่หากทิ้งไว้สักพักหนึ่งกลิ่นจะระเหยไปเอง เป็นวิธีที่ปลอดภัยแบบธรรมชาติและกำจัดกลิ่นได้ดี

2.ถ้ามีกลิ่นบุหรี่ติดอยู่ตามพรมเช็ดเท้า วิธีการดับกลิ่นนำพรมเช็ดเท้าไปซักให้สะอาดแล้วตากแดดให้แห้งหรือใช้โซดาไฟโรยลงไปบริเวณที่มีกลิ่น ทิ้งไว้ประมาณ 1 วัน เพื่อให้ดูดกลิ่นออกให้หมด

3.กลิ่นบุหรี่เหม็นอับในห้องนอน วิธีการดับกลิ่นให้ใช้สำลีชุบแอมโมเนียหรือน้ำส้มสายชูวางทิ้งไว้ตามจุดต่าง ๆ ภายในห้อง หรือจะใช้วิธีจุดเทียนไขทิ้งไว้ในห้องเพื่อดับกลิ่นก็ช่วยได้เช่นกัน และคุณควรหมั่นเปิดหน้าต่างเพื่อให้อากาศมีการถ่ายเท

4.กลิ่นบุหรี่อบอวลในห้องรับแขก วิธีการดับกลิ่นหยดน้ำส้มสายชูสัก 2-3 หยดลงในน้ำร้อน 1 แก้ว แล้วนำไปตั้งทิ้งไว้บริเวณซอกหรือมุมต่าง ๆ ภายในห้องรับแขกจะทำให้กลิ่นบุหรี่ค่อย ๆ จางหายไป

5.ดับกลิ่นบุหรี่ในรถ วิธีการดับกลิ่นคุณควรนำที่เขี่ยบุหรี่ออกมาทำความสะอาดและทิ้งเถ้าบุหรี่อย่างสม่ำเสมอ นอกจากนี้การโรยเบคกิ้งโซดาลงก้นที่เขี่ยบุหรี่ในรถจะเป็นอีกวิธีที่ช่วยดับกลิ่นได้ แต่วิธีที่ดีที่สุดในการกำจัดกลิ่นบุหรี่ก็คือเลิกสูบบุหรี่ซะนอกจากจะไม่สร้างความรำคาญใจให้คนในบ้านแล้วยังจะทำให้สุขภาพของคนทั้งบ้านดีขึ้นปอดสะอาดกันทั้งครอบครัวเลย