วันอาทิตย์ที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2555


เรามากำจัดคอเรสเตอรอลกันเถอะ!!!!!!
วันนี้เราได้นำวิธีกำจัดไขมันและคอเลสเตอรอลเพื่อให้คุณผู้หญิงได้มีหุ่นสวย ผอมเพรียวกันอีกครั้งค่ะ ในช่วงเวลาที่สาวๆ ทั้งหลายเริ่มที่จะรู้ตัวว่ากินเยอะและแต่ละอย่างที่กินเข้าไปนั้นมีปริมาณแคลอรี่ที่สาวๆ ทั้งหลายเริ่มหวั่นๆ วันนี้เราได้เอา วิธีลดไขมันส่วนเกิน ลดแคลอรี่ ที่สาวๆ ทั้งหลายต้องการมาฝากกันค่ะ การมีไขมันส่วนเกินเป็นปัญหาที่สาวๆ อย่างเราไม่อยากที่จะพบเจอเลยจริงๆ แต่เมื่อเวลาที่ความหิววิ่งเข้าหาก็ไม่สามารถยั้งมือได้เช่นกันจริงไหมหล่ะค่ะ แต่นับจากนี้เป็นต้นไปสาวๆ ทั้งหลายก็ไม่ต้องมาคอยกังวลใจกับการกินที่สุดแสนจะอร่อยอีกแล้ว เพราะว่า 10 วิธีลดไขมันส่วนเกิน ลดแคลอรี่ ที่เรา นำมาแนะนำสามารถช่วยคุณแก้ไขปัญหาไขมันส่วนเกินได้อย่างแน่นอนค่ะ แต่ถ้าจะให้ดีสาวๆ ทั้งหลายก็ควรจะมีหุ่นสวยกระชับไปพร้อมๆ กับการมีสุขภาพที่ดีอย่างการออกกำลังกายก็เป็นอีกหนึ่งวิธีที่ดีมากๆ เลยนะ อย่าห่วงแต่ดูแลหุ่นสวยแล้วมองข้ามการมีสุขภาพที่ดีกันนะคะ

10 วิธีลดไขมันส่วนเกิน ลดคอเลสเตอรอล
1. เวลาจะเลือกทานไข่เจียว
แนะนำให้ใส่ผักอย่างหัวหอม มะเขือเทศ เห็ด ลงไปด้วย และทอดด้วยน้ำเปล่าแทนการใช้น้ำมันก็จะช่วยทำให้อิ่มท้องเร็ว อีกทั้งยังช่วยตัดไขมันที่ได้จากน้ำมันออกไปได้ด้วยค่ะ
2. เปลี่ยนการทาน
เปลี่ยนการทานข้าวขาวมาทานเป็นข้าวกล้องแทน แล้วก็จากขนมปังขาวก็เปลี่ยนมาเป็นขนมปังโฮลวีทแทน เพราะจะได้เส้นใยอาหารมากขึ้นช่วยลดน้ำหนักได้
3. การไม่ทาเนยบนขนมปัง
การไม่ทาเนยบนขนมปังจะช่วยลดแคลอรีลงได้ถึง 75 แคลอรีต่อขนมปัง 1 แผ่น
4. ถ้าทานข้าวลดลง 1 ทัพพี
สามารถลดแคลอรีลงได้ 80 แคลอรี ถ้าทำได้ทั้ง 3 มื้อ ก็จะสามารถลดแคลอรีลงได้ถึง 240 แคลอรีต่อวัน

5. เปลี่ยนปริมาณของการดื่มน้ำ
เปลี่ยนปริมาณของการดื่มน้ำผลไม้จาก 250 ซีซี มาเป็น 200 ซีซี แทน
6. เปลี่ยนการใช้น้ำตาล
เปลี่ยนการใช้น้ำตาลมาเป็นสารให้ความหวานแทนในถ้วยเครื่องดื่มและแก้ว จะช่วยลดแคลอรีลงได้ 32 แคลอรี
7. ใช้นมพร่องมันเนย
ใช้นมพร่องมันเนยแทนครีมเทียมในเครื่องดื่ม
8. เวลาทานสลัด
เวลาทานสลัดให้ลดปริมาณน้ำสลัดลง 1 ช้อนโต๊ะ จะช่วยลดแคลอรีลงได้ 60 แคลอรี ส่วนถ้าเป็นแบบน้ำใสก็จะช่วยลดได้ 45 แคลอรี
9. เปลี่ยนอาหารเช้า
เปลี่ยนอาหารเช้ามาเป็นอาหารแบบให้พลังงานต่ำ เช่น แกงจืดเต้าหู้ หรือผัดผักใส่เนื้อไม่ติดมัน และใน 1 มื้อ อนุญาตให้มีเมนูทอดได้เพียงอย่างเดียวเท่านั้น
10. หากไม่สามารถหลีกเลี่ยงน้ำตาลได้
ก็สามารถลดปริมาณลดได้ โดยถ้าลดจากการใส่น้ำตาล 2 ช้อนชา (2 ก้อน) เป็น 1 ช้อนชา (1 ก้อน) จะช่วยลดได้ 15 แคลอรี

วันศุกร์ที่ 7 กันยายน พ.ศ. 2555

แต่งหน้าผิด!!!มีวิธีแก้ง่ายๆจ้า


 "แต่งหน้าผิด" ทำไงดี? มีทางแก้ไข!!
ปัญหาแต่งหน้าเลอะ แต่งหน้าผิด เกิดขึ้นได้กับคุณผู้หญิงกันอยู่บ่อยๆ ใช่ไหมล่ะค่ะเราเชื่อว่า คงมีคุณผู้หญิงจำนวนไม่น้อยเลยทีเดียวที่เจอะเจอกับปัญหา "แต่งหน้าเลอะ" "แต่งหน้าผิด" แบบนี้ โดยเฉพาะเวลาที่ต้องรีบเร่งด้วยแล้วเมื่อเจอกับเหตุการณ์แบบนี้อาจจะถึงกับออกอาการเซ็งกันเลยทีเดียวค่ะ วันนี้ เรามาหา วิธีแก้ไขข้อผิดพลาดเวลาแต่งหน้า มาให้คุณผู้หญิงไ้ด้นำเคล็ดลับนี้ไปใช้กัน จะได้ไม่ต้องเกิดปัญหา "แต่งหน้าเลอะ" "แต่งหน้าผิด" กันอีกค่ะ ว่าแล้วมาดูเคล็ดลับ วิธีแก้ไขข้อผิดพลาดเวลาแต่งหน้า ที่เรานำมาแนะนำกันเลยดีกว่าไหมคะ แล้วอย่าลืมท่องจำกันให้ขึ้นใจนะคะ เพราะถ้าเกิดปัญหา "แต่งหน้าเลอะ" "แต่งหน้าผิด" กันขึ้นมาอีกจะได้หยิบเคล็ดลับนี้กันได้อย่างทันเวลาฉิวเฉียดยามแต่งหน้าเร่งรีบของคุณค่ะ ต่อไปคงไม่เกิดคำถามที่ว่า "แต่งหน้าเลอะ" "แต่งหน้าผิด" ทำไงดี? กันแล้วนะค่ะ เพราะว่ามีทางแก้ไขอยู่นี่แล้วค่ะ

1. รองพื้นหนาเกินไป
ให้ใช้สเปรย์น้ำแร่ฉีด จากนั้นใช้พัฟฟองน้ำเกลี่ยรองพื้นที่ลงไว้ให้ทั่ว พอหน้าแห้งก็พร้อมแต่งหน้าขั้นตอนต่อไปได้เลย
2. เขียนคิ้วเข้มเกิน
หยิบมาสคาร่าสีทองหรือสีน้ำตาลทองมาปัดทับคิ้วสีคิ้วจะดูอ่อนลงทันที
3. ลงอายแชโดว์สีเข้มเกิน
ใช้พู่กันแต่งหน้าด้ามยาวหัวแปรงเล็กค่อยๆ ปัดฝุ่นอายแชโดว์ที่เกินออก
4. อายไลเนอร์แบบน้ำทาแล้วเส้นไม่คมสวยหรือไม่เป็นเส้นแบบที่ต้องการ
เขียนอายไลเนอร์ให้เส้นใหญ่ขึ้นเพื่อกลบความผิดพลาด แต่ถ้าต้องการเขียนใหม่ให้ใช้คลีนเซอร์ลบเครื่องสำอางลบความไม่เรียบร้อยของเส้นแค่เกลี่ยบริเวณที่เกิน รอให้แห้ง เท่านี้ก็พร้อมลงอายไลเนอร์ใหม่แล้ว
5. ปัดมาสคาร่าเลอะใบหน้า
ให้ใช้คอตตอนบัดจุ่มอายรีมูฟเวอร์แล้วเช็ดบริเวณที่เลอะออกทันที จากนั้นใช้แปรงแต้มแป้งเกลียบริเวณดังกล่าวให้เรียบเนียน
6. ปัดแก้มแดงเกินไป
ให้ใช้บลัชออนสีอ่อนกว่าเลือกแบบมีประกายมุกปัดทับสีจะดูอ่อนลงทันที หรือถ้ารู้สึกว่าเกินเยียวยาให้ใช้พู่กันขนาดใหญ่แต้มแป้งทูเวย์แล้วนำมาปัดแก้มทั่วบริเวณ และที่สำคัญให้ใช้พู่กันขนาดใหญ่ห้ามใช้พัฟเด็ดขาดเพราะจะทำให้แป้งดูหนาเกินไป
แค่นี้สาวๆก็ไม่ต้องกังวลกับปํญหาเล็กน้อยที่เป็นอุปสรรคขัดขวางความสวยอีกต่อไปแล้วล่ะค่ะ  ลองนำหลากหลายวิธีไปใช้กันดูนะคะ

วันพุธที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2555

กินเท่าไหร่ก็ไม่อ้วน อยากรู้มั๊ยสาวๆ


กินเท่าไหร่ก็ไม่อ้วน!!!อยากรู้มั๊ย????
"กินเท่าไหร่ก็ไม่อ้วน" ประโยคนี้เห็นทีคุณผู้หญิงที่ชอบกินอย่างคุณต้องชอบแน่ๆ เลยใช่ไหมล่ะค่ะ และวันนี้เราก็มีเคล็ดลับ กินเท่าไหร่ก็ไม่อ้วน มาฝากให้ได้รู้กันอีกด้วยค่ะ แหม๋...คนที่ชอบกินอย่างนี้คงต้องรีบมาดูเคล็ดลับกินเท่าไหร่ก็ไม่อ้วน ไปพร้อมๆกันเลยค่ะ แล้วเมื่อคุณผู้หญิงทั้งหลายได้รู้เคล็ดลับ กินเท่าไหร่ก็ไม่อ้วน กันแล้วก็อย่าลืมทำตามกันด้วยนะค่ะ แล้วครั้งหน้าเวลาจะทานอะไรก็ไม่ต้องมัวมาพะว้าพะวงว่า อันนี้ก็กินไม่ได้ อันนั้นก็กินไม่ดี เพราะกลัวแต่น้ำหนักจะขึ้น ทำให้ต้องอดใจกับอาหารอันเลิศรสหรือของโปรดต่างๆ ไปจนหิวโซกันเลยทีเดียวค่ะ หากเป็นเช่นนั้น คุณเกิดอดทนไม่ได้อาจจะกลายเป็นการโยโย่น้ำหนักเพิ่มเป็นสองเท่าเลยก็เป็นได้ค่ะ และอาจจะทำให้การเผาผลาญร่างกายไม่ทันอีกด้วยค่ะ แล้วเพื่อไม่เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ก็มาดูเคล็ดลับ กินเท่าไหร่ก็ไม่อ้วน ไปพร้อมกับเรา ณ บัดนาวเลยค่ะ


เคล็ดลับ กินเท่าไหร่ก็ไม่อ้วน
"ให้คิดตามหลักง่ายๆ เลยค่ะว่า เราทานเข้าไปเท่าไหร่ก็ควรจะนำพลังงานออกมาใช้ให้ได้เท่านั้นด้วยการออกกำลังกาย ดูอย่างรถยนต์ถ้าเติมน้ำมันมากแล้วใช้มากน้ำมันก็จะหมดเร็ว แต่ถ้าเติมเข้าไปมากแล้วใช้น้อยน้ำมันจะสะสมอยู่ในถัง"

และถึงแม้การลดน้ำหนักด้วยการลดปริมาณอาหารอาจเป็นเรื่องยากถึงยากที่สุดสำหรับคนเจ้าเนื้อทั้งหลาย แต่นักโภชนาการคนเก่งยืนยันว่า หากรู้จักควบคุมตัวเองตั้งแต่เริ่มต้นก็จะสามารถควบคุมรูปร่างให้สเลนเดอร์ได้ เช่นกัน โดยเริ่มต้นจากการเรียนรู้ว่า ทานอย่างไรให้เหมาะสมกับความต้องการของร่างกาย หรือถ้าเป็นคนทานเก่งมากแต่ตัดใจไม่เก่งก็ต้องศึกษาว่า ควรเลือกบริโภคอย่างไรไม่ให้สารอาหารที่ได้รับเกินความต้องการของร่างกาย ทางที่ดีควรหลีกเลี่ยงอาหารที่ให้พลังงานมาก เช่น แป้งและไขมันแล้วหันมาบริโภคอาหารที่ให้พลังงานน้อยแต่ประโยชน์สูงและมีกากใยมาก เช่น ผักกับผลไม้ ส่วนโปรตีนควรเน้นปลาเป็นหลัก

สำหรับหนุ่มสาวคนทำงานที่วันๆ ต้องอยู่แต่หน้าจอคอมพิวเตอร์แทบไม่มีเวลาออกกำลังกายเป็นเรื่องเป็นราว วิธีง่ายๆ ในการออกกำลังกายระหว่างทำงานคือ เดินขึ้นบันไดแทนการใช้ลิฟต์, ขณะทำงานให้ทำท่าบริหารร่างกายแบบง่ายๆ เช่น การยืดขาเข้าออกและบิดลำตัวไปมา แม้แต่การเดินไปทานอาหารกลางวันนอกออฟฟิศก็ถือเป็นการออกกำลังกายที่ดีทำให้ได้ยืดเส้นยืดสาย ส่วนประเภทที่มีเวลาหลังเลิกงานขอแนะนำให้เต้นแอโรบิกเพราะเป็นการออกกำลังกายที่สามารถเผาผลาญพลังงานได้มากที่สุด ใช้เวลาแค่ครั้งละ 40 นาที แต่ได้เอกเซอไซส์ครบทุกส่วน



มาลดน้ำหนักด้วยวิธีที่ง่ายที่สุดกันค๊า


ลดน้ำหนักแบบง่ายๆ แต่ได้ผล
วิธีการลดน้ำหนักแบบง่ายๆ แต่ได้ผลเกินคาดในเวลาที่คุณจำกัดได้ด้วย วิธีการลดน้ำหนักแบบง่ายๆ นี้จะทำให้คุณสามารถลดน้ำหนักได้อย่างสบายใจอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนกันทีเดียวล่ะค่ะ สำหรับคุณผู้หญิงที่อยากผอมอย่างไร้กังวลก็ต้อง วิธีการลดน้ำหนักแบบง่ายๆ วิธีนี้นับว่าเวิร์คแบบสุด ๆ เลยค่ะ ว่าแล้วอย่ารอช้าที่จะกำจัดไขมันส่วนเกินที่เป็นเพื่อนเรามาอย่างยาวนานให้ออกไปด้วย วิธีการลดน้ำหนักแบบง่ายๆ กันเถอค่ะ


วิธีการลดน้ำหนักแบบง่ายๆ

1. เจือจางน้ำผลไม้ ผสมน้ำผลไม้ที่คุณโปรดปราน (ครึ่งหนึ่งของปริมาณที่คุณเคยดื่ม) กับน้ำเปล่าหรือน้ำแร่แบบมีฟอง คุณสามารถตัดลดแคลอรี่ลงไปได้อย่างน้อย 85 แคลอรี่ ต่อแก้ว ซึ่งหมายถึง 2 กิโลในหนึ่งปี

2. เคี้ยวหมากฝรั่ง งานวิจัยเมื่อไม่นานมานี้ ค้นพบว่าการเคี้ยวหมากฝรั่งไร้น้ำตาลตลอดทั้งวันเพิ่มอัตราการผลาญได้ราว 20% ที่สามารถช่วยเผาผลาญแคลอรี่ได้มากกว่าปีละ 10 ปอนด์

3. จิบชาเขียวก่อนออกไปเดิน คาเฟอีนช่วยปลดปล่อยกรดไขมันของคุณจึงเผาผลาญไขมันได้ง่ายกว่า และโพลีฟีนอล (ที่เป็นแอนตี้ออกซิแดนท์) ในชาเขียวก็ดูจะทำงานร่วมกับคาเฟอีนในการเพิ่มการเผาผลาญแคลอรี่ (ถ้าคุณความดันโลหิตสูงอย่าใช้เคล็ดลับนี้)

4. หลอกต่อมรับรส การจิบยาแก้ไอรสเมนธอลหรือยูคาลิปตัสจะช่วยระงับอาการอยากอาหารได้อย่างชะงัดในทันที

5. เพิ่มรสชาติเผ็ดร้อน การเติมพริกลงในอาหารจะทำให้คุณทานอาหารช้าลงและพริกยังช่วยเพิ่มการผลาญพลังงานอีกด้วย

6. อย่าอยู่เฉย การขยับแข้งขยับขาหรืออยู่ไม่สุขตลอดเวลาจะช่วยคุณเผาผลาญแคลอรี่มากขึ้น ซึ่งอาจมากถึงวันละ 700 แคลอรี่เลยล่ะ

7. เช่าหนังผีมาดู คุณมีความอยากอาหารน้อยลงเวลาที่กลัวแต่จะกินมากขึ้นถ้าโกรธหรือมีความสุข

8. มองตัวเอง งานวิจัยบอกว่า การมองตัวเองในขณะกินอาหารอาจทำให้คุณกินน้อยลงได้ 22-32 เปอร์เซ็นต์

9. วิดพื้น ก่อนที่คุณจะเปิดถ้วยไอศกรีมวางมันลงก่อนแล้วก็ทำท่าวิดพื้นซัก 10 ครั้ง การทำกิจกรรมทางกายบางอย่างจะทำให้คุณสำนึกถึงเป้าหมายของคุณขึ้นมาได้

10. ดมกลิ่น เวลาที่อยากกินขนมเค้กหรือคุกกี้หอมกรุ่นพวกนั้นเหลือเกินลองทำแบบนี้ดู สูดกลิ่นมันสัก 30 วินาทีก่อนกิน มันจะเป็นการตอบสนองต่อความอยากที่จะช่วยให้คุณหยุดกินได้แค่คุกกี้ชิ้นเดียว

11. กินปลา ปลา ที่อุดมด้วยกรดไขมันโอเมก้า-3 เช่น ทูน่า แม็กครีล และแซลมอน อาจช่วยคุณลดน้ำหนักได้ด้วยการเผาผลาญไขมันให้ดีขึ้น คนที่น้ำหนักเกินซึ่งกินอาหารแคลอรี่ต่ำที่มีปลาด้วยทุกวันลดน้ำหนักได้มากกว่าคนที่ไม่ได้กินปลาเลยราว 20%

วันอังคารที่ 4 กันยายน พ.ศ. 2555

เครื่องมือเสริมความงาม???มีอะไรบ้างน๊า...


เรามารู้จักเครื่องมือเสริมความงามกันเถอะ
สถาบันความงามในสมัยปัจจุบันนี้เกิดขึ้นมาอย่างมากมายและมีเครื่องมือเสริมความงามที่เต็มไปด้วยเทคโนโลยีที่สมัยต่าง ๆ ที่นำมาแข่งขั้นกันเพื่อดึงดูดลูกค้าให้เข้าร้าน แต่วันนี้เราจะนำเรื่อง เครื่องมือเสริมความงาม ต่าง ๆ ที่คุณควรรู้ว่ามันสามารถทำอะไรได้บ้างและมีข้อดีข้อเสียอย่างไร ยกตัวอย่างเช่น Laser , Radio Frequency , Botox , Ionto ฯลฯ

LASER (light amplification by simulated emission of radiation)

หลักการ : เป็นเครื่องมือให้กำเนิดคลื่นแสงที่มีความยาวคลื่น (wavelength) ที่เหมาะสมแล้วยิงไปยังเซลล์เป้าหมาย ซึ่งเซลล์จะรับและดูดซับพลังงานแสงในระดับที่เข้มพอที่จะเปลี่ยนเป็นพลังงานความร้อนทำลายเซลล์ที่ต้องการกำจัดโดยจะไม่ทำลายเซลล์เนื้อเยื่อปกติ ทำให้ไม่มีปัญหาผิวแดงหรือแผลเป็นที่หนังกำพร้าซึ่งเป็นวิธีหนึ่งที่ได้รับความนิยมอย่างสูง

สภาพปัญหาที่เหมาะสมและการรักษา :
ทำเลเซอร์กระตุ้นการสร้างใยคอลลาเจนเพื่อลดริ้วรอย รักษาปานแดงด้วยเลเซอร์ที่สามารถกำจัดเนื้องอกหลอดเลือด ขจัดขนส่วนเกินโดยทำลายเซลล์รากขน เซลล์ไขมันที่ทำให้เกิดตุ่มไขมัน เม็ดสีเมลานินเพื่อรักษากระ ฝ้า ส่วนปัญหาที่มีผู้นิยมมารับการรักษามากที่สุดได้แก่ ผู้ที่เป็น รอยคล้ำ กระ ฝ้า อย่างไรก็ตามการรักษาปัญหาผิวพรรณด้วย LASER นั้น บางอย่างอาจไม่หายขาด 100% เพียงแต่มีอาการดีขึ้น และอาจเกิดขึ้นได้ใหม่ เนื่องจากเลเซอร์จะขจัดเซลล์ส่วนเกินที่ไม่ต้องการแต่ไม่สามารถป้องกันการเกิดขึ้นใหม่ของเซลล์

ข้อควรคำนึง :
ผลจากการทำเลเซอร์แบ่งเป็น 2 ประเภทคือ ประเภทแรกยิงแล้วมีบาดแผลเช่น เลเซอร์กำจัดไฝ กระเนื้อ หลังทำการรักษาจะเกิดแผลเป็นจุดเลือดออกและผิวอาจเป็นรอยบุ๋มเล็กน้อย ต้องดูแลโดยทำความสะอาดด้วยน้ำเกลือสำหรับล้างแผล ทายา และหลีกเลี่ยงแสงแดด จากนั้นเนื้อเยื่อบริเวณรอยบุ๋มจะค่อย ๆ ขึ้นเต็มเหมือนเดิม อาจมีรอยคล้ำจาง ๆ เกิดขึ้นจากความร้อนของเลเซอร์แต่จะหายไปได้เองประมาณ 4 สัปดาห์ สำหรับประเภทที่สองยิงแล้วไม่มีบาดแผล เช่น กำจัดขน เส้นเลือดขอด ลดรอยคล้ำ กระตุ้นการสร้างใยคอลลาเจนเพื่อแก้ไขริ้วรอย หลังการรักษาสามารถล้างหน้า ทาครีมและใช้เครื่องสำอางได้ตามปกติให้ความสะดวกในการดูแลหลังการรักษา หากใช้เครื่องมือไม่เหมาะสมควบคุมความร้อนไม่ดีอาจเกิดแผลเป็นได้ ดังนั้นจึงเป็นการรักษาที่ต้องใช้ความชำนาญควรพบแพทย์เฉพาะทางเท่านั้น


RADIO FREQUENCY (RF)


หลักการ : RF เป็นเครื่องให้กำเนิดคลื่นวิทยุความถี่สูงไปยังผิวหนัง เพื่อสร้างสนามแม่เหล็กไฟฟ้าทำให้อุณหภูมิในผิวหนังร้อนขึ้น และความร้อนที่เกิดขึ้นจะกระตุ้นใยคอลลาเจนให้เปลี่ยนแปลงหดกระชับหรือกระตุ้นให้เกิดการสร้างใหม่ทำให้ยกกระชับผิวให้เรียบตึงขึ้นกว่าเดิม

สภาพปัญหาที่เหมาะสม :
เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาริ้วรอยจากการหย่อนคล้อย เช่น แก้มย้อย ร่องแก้มลึก และมักให้ผลดีในคนช่วงอายุ 40 - 60 ปี อย่างไรก็ตามการรักษาได้ผลดีในระดับหนึ่งแต่ไม่เทียบเท่าการผ่าตัดดึงหน้า

ข้อควรคำนึง :
RF ให้ความร้อนลงไปลึกทำให้ผิวหนังหดรัดมากอาจเกิดเป็นรอยบุ๋ม ปัจจุบันปรับให้ปลอดภัยมากขึ้นผลข้างเคียงน้อยลงมาก ผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่นโรคหัวใจควรปรึกษาแพทย์ก่อนทำ


BOTOX

หลักการ :
Botox เป็นชื่อการค้าของ Botulinum toxin เป็นสารพิษสกัดจากแบคทีเรีย Clostidium Botulinum ออกฤทธิ์ทำให้กล้ามเนื้ออ่อนแรง โดยฉีดปริมาณน้อย ๆ เข้ากล้ามเนื้อ เพื่อลดการหดเกร็งของผิวหนัง แต่ออกฤทธิ์เพียง 4-6 เดือนแล้วถูกร่างกายสลายไปตามธรรมชาติ

สภาพปัญหาที่เหมาะสม : ลดริ้วรอยที่เกิดจากการขมวดคิ้ว ตีนกาที่เกิดจากการยิ้ม

ข้อควรคำนึง :
สำหรับผู้ที่ต้องการรักษาให้หาย 100% เมื่อฉีด Botox 4-6 เดือนแล้วอาจมีรอยย่นกลับมาใหม่ได้ จึงควรทำการรักษาต่อเนื่อง


IONTO (Iontophoresis)


หลักการ :
เป็นอุปกรณ์ช่วยเพิ่มการส่งผ่านโมเลกุลของยาเข้าสู่ผิวหนัง โดยใช้กระแสไฟฟ้าตรงเป็นตัวผลักดันไอออนต่าง ๆ ผ่านผิวหนังเข้าไป จึงใช้กระแสไฟฟ้าผลักดันตัวยาซึ่งมีประจุให้ผ่านชั้นหนังกำพร้า (epidermis) ทางรูต่าง ๆ (skin pores) ต่อมเหงื่อ (sweat glands) หรือต่อมรากขน (hair follicles) และเข้าไปยังชั้นหนังแท้ (dermis) ต่อไป นอกจากนี้ความต้านทานโดยรวมของผิวหนังยังลดลงเนื่องจากอิทธิพลของกระแสไฟฟ้าจึงทำให้ตัวยาสามารถผ่านได้ง่ายขึ้นอีกด้วย และผิวหนังจะเป็นเสมือนที่เก็บกักตัวยา ซึ่งจะค่อย ๆ ปลดปล่อยตัวยาเข้าสู่ชั้นเนื้อเยื่อที่ลึกลงไปบริเวณที่ได้รับการรักษาอาจจะแดงหรือเป็นสีชมพูอยู่ชั่วคราว เนื่องจากเส้นเลือดฝอยขยายโดยทั่วไปจะเป็นอยู่ประมาณ 1-2 ชม. หลังจากทำเสร็จ

สภาพปัญหาที่เหมาะสม :
ใช้ส่งเสริมการทายาพวกแอนตี้ออกซิแดนซ์ (Antioxidant) ที่สลายตัวง่ายเช่น วิตามินซี วิตามินเอ Aloe vera เป็นต้น

ข้อควรคำนึง :
Ionto มีข้อควรระวังน้อย แต่ก็อาจทำให้เกิดการระคายเคืองหรือการไหม้ของผิวหนังภายใต้บริเวณที่สัมผัสกับขั้วกระตุ้น เนื่องจากปริมาณกระแสไฟฟ้าที่หนาแน่นใต้ขั้วกระตุ้น โดยเฉพาะบริเวณที่มีแผลเปิดหรือถลอก เพราะจะเป็นบริเวณที่มีความต้านทานไฟฟ้าต่ำ นอกจากนั้นบริเวณที่มีแผลเป็น (scar) ก็มักจะเป็นที่สะสมของกระแสไฟฟ้าซึ่งทำให้เกิดการไหม้ได้เหมือนกัน

คำเตือน : ยังไม่มีการยืนยันผลที่แน่นอนจากการใช้ Ionto ว่ามีประสิทธิภาพจริง


Dermal Filler

หลักการ : เป็นสารเติมเต็มสำหรับฉีดเข้าใต้ผิวหนังทดแทนคอลลาเจนที่หายไปในรอยย่นลึกถาวร อาจใช้คอลลาเจนหรือ Hyaluronic acid เพื่อความปลอดภัยควรเป็นสกัดจากธรรมชาติเพราะจะสลายไปเองในระยะเวลา 4-6 เดือน

สภาพปัญหาที่เหมาะสม :
รอยย่นลึก รอยย่นระหว่างคิ้วหรือร่องแก้มที่เป็น Static line

ข้อควรระวัง : ไม่ควรใช้สารพวกซิลิโคน อยู่ได้นานจริงแต่อาจไหลย้อยสู่ที่อื่นได้ และอาจเกิดอาการแพ้รุนแรง

วันจันทร์ที่ 3 กันยายน พ.ศ. 2555

น่ารู้! เครื่องกำจัดเซลลูไลท์IP


น่ารู้! เครื่องกำจัดเซลลูไลท์IP
เป็นนวัตกรรมความงามทางศัลยกรรมที่น่ารู้สำหรับเครื่องเซลลูไลท์ IP หรือเรียกอีกอย่างได้ว่า เครื่องกำจัดเซลลูไลท์ ผิวเปลือกส้มหรือเรีกตามภาษาแพทย์ว่าเซลลูไลท์ เป็นอีกหนึ่งปัญหาที่คุณผู้หญิงส่่วนมากกังวลใจอยู่ไม่น้อย จุดก่อตัวของเจ้าเซลลูไลท์ จะอยู่ตรงช่วงสะโพก หน้าท้อง ต้นขา นี้นับเป็นจุดที่สาว ๆ ส่วนใหญ่ให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก แต่ตอนนี้คุณเลิกกังวลใจได้เลยเพราะเราได้นำ เครื่องเซลลูไลท์ IP หรือเรียกง่าย ๆ ว่า เครื่องกำจัดเซลลูไลท์ มาเป็นตัวช่วยคลายความกังวลให้คุณแล้วค่ะ เจ้า เครื่องกำจัดเซลลูไลท์ จะเป็นนวัตกรรมทางศัลยกรรมสุดทันสมัยที่จะมาช่วยกำจัดส่วนไม่พึงประสงค์ให้กับคุณสาว ๆ ทั้งหลาย และมีการยืนยันมาอย่างชัดเจนแล้วด้วยว่า เครื่องเซลลูไลท์ IP เป็นเทคโนโลยีนวัตกรรมสุดไฮเทคที่ช่วยเพิ่มความมั่นใจในการกำจัดเซลลูไลท์ที่ไม่พึงประสงค์ให้กับผู้หญิงนับล้านได้เป็นอย่างดีเลยค่ะ

เรื่องน่าตกใจยังไม่หมดค่ะ เพราะเซลลูไลท์เกิดขึ้นได้กับคนทุกวัยโดยไม่จำกัดว่าจะต้องเป็นที่มีน้ำหนักตัวมากหรืออ้วนเท่านั้น คนที่น้ำหนักตัวน้อยกว่าเกณฑ์มาตรฐานหรือแม้แต่ผู้ที่เคยลดความอ้วนมาก่อนก็มีเซลลูไลท์สะสมได้เช่นกัน ทราบอย่างนี้ไม่ใส่ใจคงจะไม่ได้แล้วค่ะ ในตอนนี้เราขอแนะนำวิธีการกำจัดเซลลูไลท์ด้วยเครื่องมือที่ทันสมัยให้ผิวของคุณกลับมาตึงเรียบเนียนสวยอีกครั้งค่ะ แต่ก่อนอื่นมารู้จักกับเซลลูไลท์กันก่อนนะคะ

การก่อตัวของเซลลูไลท์สืบเนื่องมาจากชีวิตความเป็นอยู่ที่เร่งรีบไม่มีเวลาออกกำลังกาย รับประทานอาหารที่ไม่ถูกสัดส่วน และการเปลี่ยนแปลงของระดับฮอร์โมนส่งผลให้เกิดสะสมของไขมันอย่างผิดปกติบริเวณภายใต้ชั้นผิวหนังผลที่ตามมาก็คือ ผนังที่หุ้มเซลล์จะเกิดการบิดเบี้ยวและเกิดการดึงรั้งทำให้ผิวหนังเป็นคลื่นกระจายอยู่โดยรอบผิวจึงดูคล้ายผิวเปลือกส้มและการไหลเวียนของโลหิตเป็นไปอย่างช้า ๆ
เครื่องเซลลูไลท์ IP เป็นอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่มีประโยชน์มากทีเดียว ไม่ได้จำกัดเฉพาะการสลายเซลลูไลท์เท่านั้น สำหรับผู้ที่ผิวหนังไม่กระชับหรือเป็นคลื่นที่เกิดจากการดูดไขมันหรือลดความอ้วนเมื่อทำแล้วก็สามารถช่วยให้ผิวที่ไม่กระชับหรือเป็นคลื่นคืนกลับมากระชับและเรียบเนียนขึ้นได้ นอกจากจะช่วยทำให้ผิวหนังทั่วเรือนร่างดีขึ้นแล้วเครื่องเซลลูไลท์ IP ยังช่วยรักษาใบหน้าให้ดูดีขึ้นได้อีกด้วย เป็นต้นว่า ช่วยลดริ้วรอย (wrinkles) บนใบหน้า ลดความหย่อนยานบนใบหน้า ลดความดำขอบตาที่คล้ำ ช่วย re-shape รูปลักษณ์บนใบหน้า ชะลอความแก่ตัวของเซลล์บนผิวหนัง (Anti-Aging) ลดถุงไขมันใต้ตา (ในกรณีที่เป็นไม่มาก) เพิ่มการหมุนเวียนของเลือดบนใบหน้า ทำให้ผิวหน้ามีชีวิตชีวาดีขึ้นค่ะ

วันอาทิตย์ที่ 2 กันยายน พ.ศ. 2555

การรักษากระลึก เพื่อผิวสวย


 การรักษากระลึก เพื่อผิวสวย



วันนี้พาคุณผู้หญิงและคุณผู้ชายทั้งหลายที่เป็น กระลึก มาดูทางเลือกในการรักษากระลึกให้หาย กระลึก นั้นเกิิด จากหลากหลายสาเหตุซึ่งส่วนจะพบผู้หญิงเป็นกระมากกว่าผู้ชายและพบมากบริเวณช่วงโหนกแกม ฉะนั้นหากอยากสวยหล่ออย่างหมดจดก็มาทำการรักษากระลึกกันค่ะ

การรักษากระลึก
กระลึก มีชื่อภาษาอังกฤษว่า Horl?s nevus ลักษณะที่พบจะเห็นเป็นจุดสีน้ำตาลเข้มหรือสีดำ มักพบบริเวณโหนกแก้มทั้งสองข้าง พบในผู้หญิงบ่อยกว่าผู้ชาย สำหรับสาเหตุการเกิดกระลึกยังไม่ทราบชัดเจนบางคนอาจมีประวัติกรรมพันธุ์ บางคนพบว่ากินยาคุมแล้วสีเข้มขึ้นหรือเจอแสงแดดทำให้กระลึกเด่นชัดขึ้นเป็นต้น

การรักษากระลึก
ค่อนข้างเป็นปัญหาที่รักษาหายยาก เนื่องจากเม็ดสีอยู่ลึกการรักษาต่าง ๆ ที่ช่วยในการลดเม็ดสีที่อยู่ลึกจึงต้องใช้เวลาค่อนข้างนาน

การดูแลรักษา

- พยายามหลีกเลี่ยงยาคุมหรือฮอร์โมนที่เป็นตัวกระตุ้นเม็ดสีให้เด่นชัดขึ้น

- หลีกเลี่ยงแสงแดดหรือให้ใช้ครีมกันแดดทุกวัน ครีมกันแดดที่ใช้ควรมีค่า SPF 30 ขึ้นไป

- การใช้ครีมหรือยาทาเพื่อลดเม็ดสีของกระลึกมีส่วนช่วยได้บ้าง ทำให้กระลึกจางลงได้แต่ไม่หายหมด

-
การรักษาด้วยเลเซอร์ ถือว่าเป็นการรักษาที่ได้ผลดีที่สุดสำหรับกระลึก แต่เป็นการรักษาที่ใช้เวลานานต้องทำการรักษาหลายครั้ง

การรักษากระลึกด้วยเลเซอร์

เป็นวิธีที่ดีในการกำจัดเม็ดสีของกระลึก บางคนสามารถรักษาจนหายหมดหรือเกือบหมดได้ เพียงแต่ต้องมีความใจเย็นในการรักษา เนื่องจากกระลึกต้องทำการยิงเลเซอร์กันหลายครั้ง บางคนยิง 3 ครั้งบางคนอาจถึง 5-6 ครั้ง ระยะเวลาแต่ละครั้งห่างกัน 6-8 สัปดาห์

การยิงเลเซอร์ไม่ยุ่งยากไม่เจ็บหลังยิงเลเซอร์จะเป็นสะเก็ดดำอยู่ประมาณ 1 สัปดาห์ สะเก็ดก็หลุดไป หลังสะเก็ดหลุดจะเห็นเป็นดวงสีขาว หลังจากนั้นสีจะจางไปทีละน้อย แต่บางคนในระยะการยิง 2-3 ครั้งแรก อาจมีสีเข้มขึ้นก่อนแล้วจึงจะจางไปทีหลัง

โดยส่วนใหญ่กระลึกมักจะจางลงหลังยิงเลเซอร์ไปแล้ว 2-3 ครั้ง ควรทำการรักษาต่อเพื่อให้เม็ดสีหายจนหมดหรือบางคนอาจพอใจที่เม็ดสีหายไปเกินครึ่งแล้วสามารถใช้เครื่องสำอางหรือแป้งทากลบจนไม่เห็นกระลึก ก็สามารถหยุดการรักษาด้วยเลเซอร์ได้ค่ะ