รู้มั้ยว่า...การนอนสำคัญแค่ไหน |
วันเสาร์ที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2555
วันศุกร์ที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2555
เคล็ดลับ หุ่นเฟิร์ม
เคล็ดลับ หุ่นเฟิร์ม กระชับทุกสัดส่วน
วันนี้เราจะมาเผยเคล็ดลับหุ่นเฟิร์มกระชับทุกสัดส่วนและ
ที่สำคัญนะค่ะไม่ใช่คุณจะมี หุ่นเฟิร์ม กระชับทุกสัดส่วนเท่านั้นนะ แต่เคล็ดลับ
หุ่นเฟิร์ม นี้ยังเป็นวิธีที่ง่าย ๆ อีกด้วยค่ะ เพียงแค่คุณใช้เวลาตอนอยู่หน้าทีวีก็ยังได้เลยค่ะ
ลองหันมาหุ่นเฟิร์มกันตอนอยู่หน้าทีวีนอกจากจะได้หุ่นเฟิร์มกระชับทุกสัด
ส่วนยังได้ลดน้ำหนักแถมหุ่นยังดีอีกต่างหากใครไม่ทำเป็นไม่ได้เลยจริงไหมค่ะ
กับเคล็ดลับนี้
ดีกว่าจะมัวมานั่งดูทีวีแบบเฉย ๆ และหยิบนั่นกินนี่อย่างนี้มีแต่อ้วนออกอ้วนออกนะค่ะ
รองใช้เคล็ดลับ หุ่นเฟิร์ม กระชับทุกสัดส่วนนี้ดูค่ะนอกจากคุณจะเพลินไปกับการดูทีวีแล้วยังได้ออกกำลัง
กายอย่างสนุกสนานและเพลินไปพร้อม ๆ กับการดูทีวีอีกต่างหากค่ะ
หุ่นเฟิร์ม กระชับทุกสัดส่วน
วิธีลดแขน ในท่ายืน ก้มตัวลง วางมือข้างหนึ่งลงบนเก้าอี้ ถือขวดน้ำหรือดัมเบลเอาไว้ในมืออีกข้างหนึ่ง
งอข้อศอกทำมุม 90 องศา จากนั้นยืดแขนข้างที่ถือขวดน้ำขึ้นไปข้างหลังตรง
ๆ หยุด แล้วกลับสู่ท่าเริ่ม ทำซ้ำข้างละสองเซ็ต เซ็ตละ 15 ครั้ง
วิธีลดก้น คุกเข่า จากนั้น ก้มตัวลงเท้าข้อศอกลงบนพื้น
ศีรษะก้มลงเกือบแตะพื้น เตะขาข้างหนึ่งขึ้นไปข้างหลังสูง ๆ จากนั้นลดขาลง ทำซ้ำ 20 ครั้ง ก่อนจะเปลี่ยนข้าง
วิธีลดหน้าท้อง นอนหงายวางแขนไขว้กันไว้ใต้ศีรษะชันเข่าขึ้นทั้งสองข้างเท้าวางราบกับ
พื้น จากนั้นค่อย ๆ ยกศีรษะและอกขึ้นจากพื้นพร้อมกับเหยียดขาข้างหนึ่งขึ้นข้างบนค้างไว้ครู่
หนึ่งก่อนกลับสู่ท่าเริ่ม จากนั้นทำซ้ำแต่เปลี่ยนเป็นยกขาอีกข้างหนึ่งพยายามยกขาแต่ละข้างให้ได้
6 ครั้ง
และค่อย ๆ เพิ่มเป็น 10 ครั้ง
ป้ายกำกับ:
การดูแลผิว,
ความงาม,
ความสวย,
ผู้หญิง,
ลดน้ำหนัก
เคล็ดลับป้องกันริ้วรอยรอบดวงตา
เคล็บลับดูแลผิวรอบดวงตาสำหรับผู้หญิงวัย 30+
เมื่อพูดถึงผิวรอบดวงตา
เป็นผิวที่ละเอียดอ่อนกว่าผิวส่วนอื่นบนใบหน้าถึง 3 เท่า และมักเป็นส่วนที่เกิดปัญหาริ้วรอยได้มากที่สุด
และด้วยอายุที่มากขึ้น ส่งผลให้ผิวรอบดวงตาเปราะบาง
ประสิทธิภาพในการฟื้นบำรุงผิวตามธรรมชาติชะลอลงดังนั้นวัยจึงส่งผลให้ผู้หญิงในวัย 30 ปีขึ้นไปมีข้อกังวลกับ 4 สัญญาณสำคัญของปัญหาที่เกิดกับผิวรอบดวงตา ได้แก่ ริ้วรอยบนผิวพับเปลือกตา
ผิวใต้ตาที่ไม่กระชับ เส้นริ้วบริเวณหางตา และเส้นริ้วรอยใต้ตา
วันนี้เราจึงมีเคล็ดลับเพื่อช่วยดูแล และลดเลือน 4 สัญญาณสำคัญแห่งริ้วรอยรอบดวงตาที่นำไปปฏิบัติง่าย
ๆ ด้วยตัวเองมาฝากกันค่ะ
1. การดูแลสุขภาพให้แข็งแรงก็เป็นอีกหนึ่งวิธีที่หลาย
ๆ คนมองข้ามไป เพราะการมีสุขภาพที่แข็งแรงจะช่วยสร้างภูมิคุ้มกัน
และเกราะกำบังให้แก่เซลล์ผิว เพื่อต่อสู้กับสิ่งแปลกปลอม ดังนั้นอาหารเสริมเพื่อดวงตาสดใสที่ควรใส่ใจมีดังนี้
- บริโภคผักผลไม้ที่มีสารต้านอนุมูลอิสระ
(anti oxidant) ในปริมาณสูง เช่น ผลบิลเบอร์รี่ ผักใบเขียว
และแครอท ช่วยลดอันตรายจากอนุมูลอิสระในแสงแดดที่ทำลายจอตา
และช่วยลดปัญหาตาบอดจากจอประสาทตาเสื่อมได้
พร้อมทั้งช่วยให้สายตาทำงานดีขึ้นในที่มืดและมีความไวในที่มีแสงน้อย ๆ ดีกว่า
- บริโภคผัก
ผลไม้ ที่มีสารลูทีน (Lutien) และ ซีแซนทีน (Zeaxanthin)
เป็นสารแคโรทีนอยด์ชนิดหนึ่งมีสีเหลือง
ซึ่งเป็นสารธรรมชาติที่พบได้ที่เลนส์ตาและจอรับภาพของตา ทำหน้าที่ช่วยกรองหรือป้องกันรังสีจากแสงแดด
ช่วยปกป้องเซลล์ของจอประสาทตาไม่ให้ถูกทำลายโดยการต้านอนุมูลอิสระที่ทำลายดวงตา
และกรองแสงสีน้ำเงินที่จะทำลายดวงตา ซึ่งพบมากในพืชผักที่มีสีเหลืองและสีเขียวเข้ม
เช่น ผลอโวคาโด บล็อกโคลี่ ข้าวโพด ฝักทอง ผักโขม และผักกวางตุ้ง
- บริโภคสารสกัดของโอเมก้า
3 หรือ รับประทานปลาชนิดต่าง ๆ
2. เปลือกตาก็เป็นอีกหนึ่งจุดที่ต้องโดนกระหน่ำกับเมกอัพหลากชนิดแทบทุกวัน ฉะนั้นจึงลืมไม่ได้ที่จะถนอมเปลือกตาด้วยการชำระล้างเมกอัพและสิ่งสกปรกอื่น
ๆ ให้เกลี้ยงก่อนเข้านอน ด้วยการแปะสำลีชุ่มอายเมกอัพรีมูฟเวอร์เพื่อให้อายเมกอัพละลายก่อน
โดยค่อยๆ เช็ดซ้ำเบา ๆ จนเกลี้ยง
จากนั้นอาจใช้คอตตอนบัดชุบอายเมกอัพรีมูฟเวอร์แล้วเช็ดตามขอบตาและซอกมุมเล็ก ๆ
ให้สะอาดหมดจดยิ่งขึ้น
3. เริ่มฝึกนิสัยพักสายตาโดยการมองออกไปไกลๆ
ทุก ๆ 10 -15 นาที
ก็จะเป็นการช่วยพักการทำงานของกล้ามเนื้อรอบดวงตาได้อย่างดี
นอกจากนี้
การกดจุดก็เป็นอีกหนึ่งวิธีที่เราสามารถทำได้ เพื่อเป็นการเสริมความแข็งแรง
ออกกำลังกายกล้ามเนื้อตา เพื่อลดปัญหาริ้วรอย และรอยเหี่ยวย่น
ซึ่งสามารถทำได้ด้วยตัวเองง่าย ๆ โดยมีขั้นตอนดังต่อไปนี้
- ล้างทำความสะอาดรอบดวงตาให้เรียบร้อย
- ทาอายครีมที่คุณใช้อยู่ให้ทั่วผิวรอบดวงตา
โดยใช้นิ้วกลางในการกดจุดเบา ๆ นับ 1 – 7 ค้างไว้
ก่อนเปลี่ยนจุด (ทำพร้อมกันทั้งสองข้าง) เริ่มจากใต้หัวตาลงมาประมาณ 1 ซม. กึ่งกลางตา (ใต้ตา หางจากดวงตาประมาณ 1 ซม.)
และปลายตา (ห่างจากดวงตาประมาณ 1 ซม.)
- หลับตา ใช้ปลายนิ้วชี้หรือนิ้วก้อยวางประกบไปบนเปลือกตา กดเบา ๆ นับ 1 – 7 ค้างไว้แล้วจึงผ่อนน้ำหนักออกแล้วค่อย ๆ ลืมตา
- หลับตา ใช้ปลายนิ้วชี้หรือนิ้วก้อยวางประกบไปบนเปลือกตา กดเบา ๆ นับ 1 – 7 ค้างไว้แล้วจึงผ่อนน้ำหนักออกแล้วค่อย ๆ ลืมตา
ใครอยากมีผิวใต้ตาที่กระชับ
ไร้ริ้วรอยบริเวณหางตา และใต้ตา ลองนำเคล็ดลับเหล่านี้ไปลองปฏิบัติกันดูนะคะ
รับรองว่าสวยใสไม่แก่ก่อนวัยแน่นอนค่ะ
วันอังคารที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2555
10 เทคนิคหุ่นผอมสวย
ผอมไว้ได้ด้วย 10 เทคนิค (ไม่) ลับ
ข้าวปลาอาหารที่อุดมสมบูรณ์ในบ้านเราอาจทำให้เราเผลอกินมากไป
แต่สำหรับคนที่กำลังไดเอ็ต คุณอาจตามใจตัวเองได้บ้างด้วยเคล็ดลับเล็ก ๆ
แต่มีทีเด็ดเหล่านี้ที่จะช่วยให้คุณฟิตหุ่นให้เข้าที่ได้เร็วขึ้น
1.ดื่มน้ำครึ่งลิตร
ในระหว่างการเดินทางด้วยรถไฟหรือรถประจำทาง ภายใน 90 นาที ร่างกายคุณจะเกิดพลังงานและเผาผลาญได้เร็วขึ้นอีก 30 เปอร์เซ็นต์
2.กระโดดเชือก
มีผลการศึกษาออกมาแล้วว่า การกระโดดเชือกนาน 5 นาที 3 ครั้งต่อสัปดาห์
เพียงเท่านี้ก็สามารถกำจัดไขมันไปได้กว่าหนึ่งกิโลกรัม
3.ดื่มเอสเปรสโซหลังอาหาร
กาแฟรสขมเข้มข้น ดื่มเพียงแก้วเล็ก ๆ
โดยไม่ใส่น้ำตาลหลังกินอาหารเสร็จ
จะช่วยให้ร่างกายเผาผลาญแคลอรีได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
เรียกได้ว่าเป็นตัวกระตุ้นระบบเผาผลาญอย่างดีเลย
4.กินเกรปฟรุตทุกวัน
มีผลการวิจัยพบว่า กินเกรปฟรุตวันละครึ่งลูก
ช่วยลดน้ำตาลในร่างกายลงได้ถึง 30 เปอร์เซ็นต์
5.เลือกองุ่นแทนมันฝรั่งทอด
องุ่นแดงเป็นตัวเลือกที่เหมาะสุด ๆ
สำหรับทุกคนที่ชอบมันฝรั่งทอดและลูกกวาด เปลี่ยนมากินองุ่นแทนดีกว่า
เพราะน้ำตาลในองุ่นนั้นช่วยลดความหิวได้
6.กดนิ้วสกัดกั้นความหิว
ไม่น่าเชื่อว่าในเวลาที่คุณหิว แค่กดนิ้วกลางลงกับนิ้วหัวแม่มือแรง
ๆ อย่างสั้น ๆ 3 ครั้ง มีส่วนช่วยดับความหิวที่เกิดขึ้นได้
7.ยิ้มไล่ไขมัน
รู้ไหมว่าเมื่อคนเราฉีกยิ้มกว้าง ๆ
ร่างกายจะผลิตเจ้าฮอร์โมนที่ชื่อเซโรโทนิน และโดพามีน ที่ทำให้เรามีความสุข
และสร้างกลไกผลักดันให้ร่างกายลดการก่อตัวของไขมัน แบบนี้แล้วเมื่อยามที่คุณแฮปปี้
ให้ขยับมุมปากยิ้มกว้าง ๆ อวดฟันสวยกันเลย
8.เคี้ยวหมากฝรั่ง
เป็นทริกที่ได้ยินกันบ่อย ๆ เลือกหมากฝรั่งแบบโลว์ชูการ์ก็ได้
มันช่วยเพิ่มการเปลี่ยนแปลงสารในร่างกายได้ 19 เปอร์เซ็นต์
และนั่นหมายความว่า
มันอาจช่วยให้น้ำหนักลดลงไปได้หนึ่งปอนด์ในช่วงเวลาเพียงเดือนเดียว
9.อัลมอนด์ และเมล็ดดอกทานตะวัน
เป็นของขบเคี้ยวที่อุดมด้วยธาตุเหล็กที่ไม่เพียงช่วยแก้หิวได้ดี
แต่ยังช่วยกระตุ้นการเผาผลาญไขมันในร่างกายให้เพิ่มขึ้นได้สูงสุดถึง 200 เปอร์เซ็นต์เชียวนะ
10.โปรตีนเชค
โปรตีนชนิดชงเองช่วยให้คุณอิ่มท้อง
เติมเต็มมื้ออาหารได้อย่างสมบูรณ์ และช่วยกระตุ้นการเผาผลาญให้น้ำหนักลดลงได้
แต่อย่าชงดื่มจนเกินพอดีล่ะ
วันพุธที่ 4 กรกฎาคม พ.ศ. 2555
วิธีแก้ปัญหา ใต้วงแขนดำ
คุณสาวหลายคนที่มีปํญหารักแร้ดำ
วันนี้เรามีสูตรเด็ดเคล็ดลับให้คุณไปทำสวยกันเองที่บ้านได้เลย ค่ะ
มาดูแลรักษาปัญหาใต้วงแขนดำ ที่คุณสามารถหาเวลาว่างๆ ช่วงวันหยุดลองทำได้เลยค่ะ
- สครับ ขัดเบาๆ ทุกวัน
หลังจากอาบน้ำเสร็จก็ทาไวน์เทนนิ่งพอกเอาไว้หนาๆ
- มะขามเปียก ผสมกับนมสด ถูเบาๆ
และพอกเอาไว้ที่รักแร้ประมาณ 5-10 นาที ทำแบบนี้อาทิตย์ละ 2 ครั้ง
- มะนาว ถูรักแร้
เพื่อช่วยให้รักแร้ขาวขึ้นได้
- เกลือญี่ปุ่น ใช้ขัดเบาๆ
- หลังจากอาบน้ำเสร็จ ล้างผิวใต้วงแขนให้สะอาด ใช้สำลีชุบน้ำมันมะพร้าวเช็ดบริเวณรักแร้เป็นวงกลม
หลังจากนั้นผสมน้ำแตงกวาคั้นสด น้ำมะนาว ผงขมิ้น คนผสมให้เข้ากัน
ทาทิ้งเอาไว้ 20 นาที จากนั้นล้างออกให้สะอาด
ทำแบบนี้อาทิตย์ละ 2-3 ครั้งผิวใต้วงแขนที่คล้ำจะค่อยๆ จางลง
- รักษาตามวิธีทางแพทย์ ด้วยการเลเซอร์ วิธีนี้อาจจะเหมาะสำหรับคนที่ต้องการแก้ไขปัญหานี้แบบเร่งด่วนได้
- หลีกเลี่ยงการถอนหรือแวกซ์ เพราะอาจส่งผลให้เกิดอาการอักเสบและดำได้
- ใช้ผลิตภัณฑ์ที่ไม่มีส่วนผสมของแอลกอฮอลล์และสารส้ม
เพราะ สารส้ม อาจจะช่วยระงับกลิ่นกายได้แต่ไม่ได้ช่วยให้รักแร้ขาวได้
- ก่อนนอนให้ใช้ครีมทาผิวที่มีส่วนผสมของไวน์เทนนิ่ง ทาที่รักแร้และพอกด้วยแป้งฝุ่น
- ยาสีฟัน สีขาว พอกไว้ตรงรักแร้
แล้วล้างออก แล้วทาด้วยแป้ง ทุกวัน เดี๋ยวมันจะขาวเอง เราลองแล้ว ขาวจั๊วเลยอะ
เนื้อหาดีดีจาก นิตยสาร womanplus
วันอังคารที่ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2555
กลูต้าไธโอน รับประทานถูกวิธีขาวได้วิ๊ง วิ๊ง
กลูต้าไธโอน
รับประทานถูกวิธีขาวได้วิ๊ง วิ๊ง
สาว ๆ สมัยนี้ฮิตกันมากกับการทานกลูต้าไธโอน เพื่อให้ตัวเองสวยขาวใส แต่จะมีสักกี่คนที่รู้ว่าการทานกลูต้าไธโอน ที่ถูกวิธีและให้เกิดประสิทธิภาพนั้นควรทานอย่างไร วันนี้ Womanplus จะไขข้อข้องใจ ก่อนอื่นมารู้จักว่า กลูต้าไธโอน คืออะไร
กลูต้าไธโอน เป็น tripeptides ของกรดอะมิโน 3 ตัว คือ ซิสทีน (cysteine), กรดกลูตามิค (glutamic acid) และไกลซีน (glycine) ซึ่งร่างกายสามารถผลิตได้เองตามธรรมชาติ และมีในอาหาร เช่น นม ไข่ ผลอะโวคาโด สตรอเบอร์รี มะเขือเทศ ผักบรอคโคลี ส้มเกรปฟรุต และผักโขม หน้าที่หลักของสารตัวนี้ที่เด่นมีอยู่ 3 ประการ คือ
1. Detoxification : กลูต้าไธโอนช่วยสร้างเอ็นไซม์ชนิดต่าง ๆ ในร่างกายโดยเฉพาะ Glutathion-S-transferase ที่ช่วยในการกำจัดพิษออกจากร่างกายโดยไปเปลี่ยนสารพิษชนิดไม่ละลายในน้ำ (ละลายในน้ำมัน) เช่น พวกโลหะหนัก สารระเหย ยาฆ่าแมลง แม้แต่ยาบางชนิด ให้เป็นสารที่ละลายน้ำได้ดีขึ้นและง่ายต่อการกำจัดออกจากร่างกาย นอกจากนี้ยังช่วยป้องกันตับ1 จากการถูกทำลายโดย แอลกอฮอล์ (สุรา) สารพิษจากบุหรี่ ยาพาราเซตามอลเกินขนาด (Overdose) ฯลฯ
2. Antioxidant : กลูต้าไธโอนมีคุณสมบัติเป็นสารต้านปฏิกิริยาอ๊อกซิเดชั่น (Antioxidant) ที่มีความสำคัญตัวหนึ่งในร่างกาย และหากขาดไป วิตามินซีและอี อาจจะทำงานได้ไม่เต็มที่
3. Immune Enhancer : ช่วยกระตุ้นภูมิคุ้มกันในร่างกาย2 โดยกระตุ้นการทำงานของเอ็นไซม์หลายชนิดเพื่อให้ร่างกายต่อต้านสิ่งแปลกปลอม รวมถึงเชื้อแบคทีเรียและไวรัส นอกจากนี้กลูตาไธโอน ยังช่วยสร้างและซ่อมแซม DNA สร้างโปรตีนและ prostaglandin
หลายคนที่ซื้อกลูต้าไธโอน มาทาน แล้วทานทีละหลาย ๆ เม็ด และมีค่ามิลลิกรัมสูง อาจจะเป็นอันตรายส่งผลกับร่างกายของเรา ดังนั้นสาว ๆ มาทำความเข้าใจกับการทานกลูต้าไธโอน ให้มีประสิทธิภาพกันดีกว่า เพื่อผิวขาวสุขภาพดี วิ๊ง วิ๊ง กันดีกว่าค่ะ
ปริมาณการทานกลูต้าไธโอน ของแต่ละคนไม่เท่ากันขึ้นอยู่กับน้ำหนักตัว (ถ้าเป็นสาวรูปร่างใหญ่ก็จะมีเม็ดสีผิวเยอะกว่าสาวรูปร่างเล็ก จึงต้องทานมากกว่าคนรูปร่างเล็ก น้ำหนักมากทานมาก น้ำหนักน้อนทานน้อย นั่นเอง)
สาว ๆ สมัยนี้ฮิตกันมากกับการทานกลูต้าไธโอน เพื่อให้ตัวเองสวยขาวใส แต่จะมีสักกี่คนที่รู้ว่าการทานกลูต้าไธโอน ที่ถูกวิธีและให้เกิดประสิทธิภาพนั้นควรทานอย่างไร วันนี้ Womanplus จะไขข้อข้องใจ ก่อนอื่นมารู้จักว่า กลูต้าไธโอน คืออะไร
กลูต้าไธโอน เป็น tripeptides ของกรดอะมิโน 3 ตัว คือ ซิสทีน (cysteine), กรดกลูตามิค (glutamic acid) และไกลซีน (glycine) ซึ่งร่างกายสามารถผลิตได้เองตามธรรมชาติ และมีในอาหาร เช่น นม ไข่ ผลอะโวคาโด สตรอเบอร์รี มะเขือเทศ ผักบรอคโคลี ส้มเกรปฟรุต และผักโขม หน้าที่หลักของสารตัวนี้ที่เด่นมีอยู่ 3 ประการ คือ
1. Detoxification : กลูต้าไธโอนช่วยสร้างเอ็นไซม์ชนิดต่าง ๆ ในร่างกายโดยเฉพาะ Glutathion-S-transferase ที่ช่วยในการกำจัดพิษออกจากร่างกายโดยไปเปลี่ยนสารพิษชนิดไม่ละลายในน้ำ (ละลายในน้ำมัน) เช่น พวกโลหะหนัก สารระเหย ยาฆ่าแมลง แม้แต่ยาบางชนิด ให้เป็นสารที่ละลายน้ำได้ดีขึ้นและง่ายต่อการกำจัดออกจากร่างกาย นอกจากนี้ยังช่วยป้องกันตับ1 จากการถูกทำลายโดย แอลกอฮอล์ (สุรา) สารพิษจากบุหรี่ ยาพาราเซตามอลเกินขนาด (Overdose) ฯลฯ
2. Antioxidant : กลูต้าไธโอนมีคุณสมบัติเป็นสารต้านปฏิกิริยาอ๊อกซิเดชั่น (Antioxidant) ที่มีความสำคัญตัวหนึ่งในร่างกาย และหากขาดไป วิตามินซีและอี อาจจะทำงานได้ไม่เต็มที่
3. Immune Enhancer : ช่วยกระตุ้นภูมิคุ้มกันในร่างกาย2 โดยกระตุ้นการทำงานของเอ็นไซม์หลายชนิดเพื่อให้ร่างกายต่อต้านสิ่งแปลกปลอม รวมถึงเชื้อแบคทีเรียและไวรัส นอกจากนี้กลูตาไธโอน ยังช่วยสร้างและซ่อมแซม DNA สร้างโปรตีนและ prostaglandin
หลายคนที่ซื้อกลูต้าไธโอน มาทาน แล้วทานทีละหลาย ๆ เม็ด และมีค่ามิลลิกรัมสูง อาจจะเป็นอันตรายส่งผลกับร่างกายของเรา ดังนั้นสาว ๆ มาทำความเข้าใจกับการทานกลูต้าไธโอน ให้มีประสิทธิภาพกันดีกว่า เพื่อผิวขาวสุขภาพดี วิ๊ง วิ๊ง กันดีกว่าค่ะ
ปริมาณการทานกลูต้าไธโอน ของแต่ละคนไม่เท่ากันขึ้นอยู่กับน้ำหนักตัว (ถ้าเป็นสาวรูปร่างใหญ่ก็จะมีเม็ดสีผิวเยอะกว่าสาวรูปร่างเล็ก จึงต้องทานมากกว่าคนรูปร่างเล็ก น้ำหนักมากทานมาก น้ำหนักน้อนทานน้อย นั่นเอง)
ส่วนช่วงที่ทานกลูต้าไธโอนแล้วถูกดูดซึมดีที่สุด
ก็คือ ช่วงท้องว่าง เช่น ตอนตื่นนอนใหม่ ๆ อาจจะตอนก่อนนอน
หรือก่อน-หลังทานอาหารมากกว่า 30 นาทีขึ้นไปคะ
ไม่ว่าจะเลือกทานกลูต้าไธโอนแบบไหน สิ่งแรกที่สาว ๆ ควรคำนึงคือ ฉลาก อย. ว่าได้รับการรับรองมาแล้วหรือไม่ ทั้งนี้เพื่อความปลอดภัยของตัวเราเอง ถ้าจะสวยก็ต้องเลือกสวยแบบมีคุณภาพและสุขภาพดีด้วยนะคะ
ไม่ว่าจะเลือกทานกลูต้าไธโอนแบบไหน สิ่งแรกที่สาว ๆ ควรคำนึงคือ ฉลาก อย. ว่าได้รับการรับรองมาแล้วหรือไม่ ทั้งนี้เพื่อความปลอดภัยของตัวเราเอง ถ้าจะสวยก็ต้องเลือกสวยแบบมีคุณภาพและสุขภาพดีด้วยนะคะ
วันอาทิตย์ที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2555
ประโยชน์น่าทึ่งของวอดก้า
| |
หนุ่มๆสาวๆคนไหนที่เคยลิ้มลองรสชาติของวอดก้าแล้วเนี่ย คงทราบกันดีเลยว่าดีกรีแรงชวนเมาขนาดไหน แต่คุณรู้มั๊ยคะว่าเจ้าวอดก้าที่ทำเราเมาไปหลายงานนั้น ที่จริงก็มีประโยชน์ไม่แพ้กันเลย ไม่แน่นะคะถ้าหากคุณทราบถึงข้อดีของวอดก้าแล้วเนี่ยคุณอาจจะซื้อติดบ้านไว้ซักขวด2ขวดก็ได้ ทราบถึงข้อดีมีประโยชน์กันแล้วก็ลองนำไปใช้ซักข้อสองข้อดูนะคะ รับรองว่าคุณต้องชอบวอดก้าขึ้นมาอีกนิดแน่ๆค่ะ ^_^ |
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)



